เจาะลึก “ค่าการกลั่นไทย” จากยุคโควิด สู่ วิกฤตพลังงานรอบใหม่

efinAI
ประเด็นร้อนแรงในช่วงนี้ หนีไม่พ้น ราคาพลังงาน ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยเฉพาะราคาน้ำมัน ที่ส่งผลโดยตรงต่อผู้บริโภคในประเทศ ซึ่งล่าสุดมีการพูดถึง GRM
GRM คือ Gross Refining Margin หรือ ค่าการกลั่น ซึ่งกลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลังตัวเลขล่าสุดเดือนเมษายน 2569 พุ่งแตะระดับ 13–14 บาท/ลิตร ซึ่งถือว่าอยู่ในโซนสูงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต
คำถามสำคัญ คือ ทำไมค่าการกลั่นถึงกลับมาแรงอีกครั้ง และ วัฏจักรนี้ต่างจากช่วงวิกฤตพลังงานปี 2565 อย่างไร
“สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” จะพาไปย้อนไทม์ไลน์ค่าการกลั่นไทยตั้งแต่ยุคโควิดจนถึงรอบพลังงานล่าสุด ดังนี้

สำหรับ “ค่าการกลั่นไทย” ปี 2564–2568 แบ่งไว้ดังนี้
ปี 2564 : ฟื้นตัวจากโควิด แต่ยังไม่แรง ซึ่งดีมานด์กลับมาแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยเศรษฐกิจเริ่มเปิดหลัง COVID-19 และ การเดินทางยังไม่กลับสู่ปกติ ตลอดจนโรงกลั่นทั่วโลกยังเดินเครื่องต่ำ
ปี 2565 : พีคสุดจากวิกฤตพลังงานโลก โดยเกิดสงครามรัสเซีย–ยูเครน ซึ่งยุโรปแบนพลังงานรัสเซีย และ น้ำมันสำเร็จรูปขาดตลาด ส่งผลให้ค่าการกลั่น พุ่งแรงที่สุดในรอบหลายปี
ปี 2566 : ยังสูง แต่เริ่มเข้าสู่สมดุล โดยโรงกลั่นกลับมาเปิดเพิ่ม และ จีนเปิดประเทศ ซึ่ง GRM ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ย แต่ลดลงจากปี 65
ปี 2567 : ผันผวนตามเศรษฐกิจโลก ซึ่งเศรษฐกิจโลกชะลอ โดยเฉพาะจีน ซึ่งดีมานด์น้ำมันอ่อนตัวบางช่วง แต่ยังมีแรงหนุนจากความตึงเครียดตะวันออกกลาง ส่งผลให้ค่าการกลั่นแกว่งตัว
ปี 2568 : ความตึงเครียดตะวันออกกลาง และ โรงกลั่นบางแห่งปิดซ่อม แต่ดีมานด์เอเชียยังแข็งแกร่ง ส่งผลให้ GRM เด้งขึ้นเป็นช่วงๆ และ เข้าสู่โซนค่อนข้างสูง
ปี 2569 : ค่าการกลั่นกลับมาพุ่งอีกครั้ง โดย มกราคม 2569 หนุนโดยฤดูหนาว ในขณะที่กุมภาพันธ์ 2569 เริ่มชะลอดีมานด์ หลังฤดูหนาวอ่อนตัวส่วนมีนาคม 2569 Supply เริ่มตึง และ โรงกลั่นเข้าสู่ช่วง maintenance และ เมษายน 2569 พุ่งแรงแตะ 13–14 บาท/ลิตร
ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม หนีไม่พ้นภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียด โดยเฉพาะตะวันออกกลางเสี่ยงกระทบ supply และ การกลับมาของกำลังการผลิตโรงกลั่น
Related Topics
Reported by

Koranat Ploysawat
Senior Reporter, efinanceThai











