“กอบศักดิ์” ย้ำโมเดล ส่งบจ.ฮีลเศรษฐกิจฐานราก ใน 8 พันตำบลทั่วไทย

รูป “กอบศักดิ์” ย้ำโมเดล ส่งบจ.ฮีลเศรษฐกิจฐานราก ใน 8 พันตำบลทั่วไทย

efinAI


‘กอบศักดิ์’ ย้อนรอยเหตุการพัฒนาเศรษฐกิจที่ผ่านมาไทยหลงทาง เศรษฐกิจโตต่ำ เกิดความเหลื่อมล้ำ ระหว่างชนบทและเมืองสูง ที่ดินถูกลุกล้ำ สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม แนะ 3 สิ่ง คืนความมั่งคั่งสู่ประเทศไทย ผ่านตลาดทุน จับคู่บจ.ส่งมืออาชีพบริหารชนบท เสริมความแข็งแกร่งเศรษฐกิจฐานรากจากคน สังคม สู่สิ่งแวดล้อม ดึงงบเอกชน ปี 68 กว่า 3 พันล้านฟื้นฟูชนบทกว่า 1 พันชุมชน เป้าหมาย 1 หมื่นล้าน ซ่อมสร้างความมั่งคั่ง 8 พันตำบล ทั่วประเทศ เติบโตอย่างยั่งยืน 

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และอุปนายกสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย กล่าวปาฐถาว่า  ปัญหาของการพัฒนาประเทศที่ผ่านมา เกิดการพัฒนาที่ผิดจุดมายาวนานหลายปี คล้ายกับคนป่วยเป็นโรค “ตานขโมย”  คนป่วยเป็นโรคหัวโต” เศรษฐกิจกระจุกตัวแค่เพียงในกรุงเทพฯ และ พื้นที่จังหวัด  โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เติบโต แต่ชนบทอ่อนแอลง และเต็มไปด้วยหนี้สิน เกิดความเหลื่อมล้ำลึกขึ้น และหากการลงทุนระลอกใหม่ด้าน AI และนวัตกรรมไหลเข้ามาโดยไม่มีการดูแลชุมชน ก็จะยิ่งซ้ำเติมปัญหา

“ประเทศไทยอาจจะหลงทางในการพัฒนามาเป็นเวลานาน จนเหมือนคนเป็นโรคตาลขโมย หัวโต พุงโล แต่แขนขาลีบ เปรีบเหมือนการพัฒนากระจุกตัวแค่ในกรุงเทพฯ และพื้นที่ EEC แต่พื้นที่ในชนบทกลับค่อยๆ อ่อนแรงลง ปัญหาต่างๆ ตามมา สิ่งแวดล้อม มลพิษPM2.5 ความยากจน ชุมชนแออัด น้ำ ดิน เสื่อมโทรม โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ เทคโนโลยี นวัตกรรม เพื่อรองรับการลงทุนยุคใหม่ หากปรับตัวไม่ทันชุมชนก็ญิ่งอ่อนแอ ความเหลื่อมล้ำรุนแรงขึ้น ดังนั้นสิ่งสำคัญควบคู่กับการพัฒนาคือการสร้างความเข้มแข็งให้กับฐานรากของประเทศ” 

3 ความมั่งคั่งฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก 

ดังนั้น จึงต้องมีการปรับแนวทางการพัฒนาและสร้างความมั่งคั่ง เสริมความเข้มแข็งจากภายในฟื้นฟูชุมชน 3  ระดับ ประกอบด้วย 

1. Wealth Restoration  ฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ คืนความสมบูรณ์ที่ดิน แหล่งน้ำ อากาศ และป่าไม้ โดยชุมชนรวมพลังกัน สร้างระบบเศรษฐกิจชุมชน หลายพื้นที่มีการรวมตัวพัฒนาเงินกองทุน จนเป็นโมเดลต้นแบบ มีการระดมเงินออมในชุมชน บางพื้นที่สะสมได้ถึงร้อยล้านถึงพันล้านบาท ใช้ดูแลป่าชุมชน สร้างแหล่งน้ำ และจัดตั้งธนาคารชุมชน

2. Wealth Preservation การรักษาความมั่งคั่ง หลังการฟื้นฟูรักษา และสืบทอดผ่านการสร้างผู้นำชุมชน ถ่ายทอดองค์ความรู้ และการบริหารจัดการให้เป็นระบบสร้างความโปร่งใส ผ่านการนำเทคโนโลยีมาใช้  มีการพัฒนาผ่านการสร้างผู้นำชุมชน มีผู้สืบทอดแนวทางการพัฒนาดูแลรักษาทรัพยากร บริหารจัดการแหล่งน้ำ และขับเคลื่อนชุมชนได้อย่างโปร่งใสและยั่งยืน

“ปัจจัยสำคัญที่สุดของความสำเร็จ ไม่ใช่แค่เงินหรือเทคโนโลยี แต่คือ ผู้นำชุมชนที่เข้มแข็งเพราะเอกชนไม่สามารถอยู่ในพื้นที่ตลอดเวลาได้ หากทุ่มเงินปีละร้อยล้านโดยไม่เลือกพื้นที่และคนที่ใช่ ก็ไม่ไม่เกิดความยั่งยืน จึงต้องทำกับพื้นที่ที่มีความพร้อมและคนที่ใช่ ต่อเนื่อง ลงลึก ไม่ใช่โครงการระยะสั้นที่ทำแล้วทิ้ง” 

3.Wealth Creation สร้างความมั่งคั่งใหม่ ถือเป็นส่วนที่ยากที่สุด คือการทำให้ชุมชนอยู่ร่วมกับตลาดได้จริง เพราะหากชาวบ้านผลิตสินค้าแต่ขายไม่ออก จะทำให้เพิ่มภาระเป็นหนี้ แนวทางแก้ไขคือดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วม ที่มีองค์ความรู้ในการเข้าใจตลาด บริหารจัดการ และมีเครื่องมือด้านเทคโนโลยีดีที่สุด

เป้าระดมทุนบจ.1 หมื่นล้านกระจายการพัฒนา 8 พันตำบล 

ปัจจุบันมีโครงการที่เอกชนร่วมมือกับภาครัฐ โดยภาคเอกชนที่ได้รับเงินส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยมีบริษัทจดทะเบียน และบริษัทที่เข้ามาลงทุนมาลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการราว 50 บริษัท เข้าไปใช้พัฒนาชุมชนแล้ว 1,000 จุดทั่วประเทศ ใช้งบประมาณมูลค่า 3,000 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายขยายการเข้าไปพัฒนาให้ครบทุกตำบลทั่วประเทศอยู่ที่ 8,000 แห่ง คาดว่าจะใช้เงินไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท 

“ช่วง 2 ปีแรกของโครงการถือเป็นช่วงทดลองและเรียนรู้สิ่งสำคัญของการพัฒนาชุมชนให้เกิดความมั่งคั่ง โดยการบริหารเงินภาษีของรัฐบาลอย่างรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่าเงินที่ใช้ไปจะนำไปสู่กลไกการพัฒนาที่ถูกต้องและโปร่งใสและเกิดประโยชน์กับชุมชนอย่างยั่งยืนแท้จริง”

ทั้งนี้จะช่วยนำงบประมาณเข้าไปพัฒนาโดยเริ่มต้นจากปัญหาที่แท้จริงในพื้นที่ และทำต่อเนื่อง ช่วยให้พัฒนาโครงการหลากหลายใน 3 ปีที่ผ่านมา อาทิ  โครงการพัฒนาเด็กเล็กในชุมชน เพื่อพัฒนทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพให้กับประเทศในอนาคต, โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ที่แก้ไขปัญหาอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กในชุมชนเสื่อมโทรมใช้งานไม่ได้กว่าครึ่งหนึ่งจากประมาณ40,000 แห่ง

แต่ปัจจุบันนำงบประมาณเข้าไปฟื้นฟู ปลูกป่าต้นน้ำ, สร้างฝายชะลอน้ำ,วางท่อส่งน้ำจากภูเขาลงอ่างเก็บน้ำ, เพื่อกระจายน้ำไปยังพื้นการเกษตร  จนสามารถฟื้นฟูได้ประมาณ 20,000 แห่ง ที่มีน้ำใช้ ลดผลกระทบน้ำท่วมและน้ำแล้ง 

สิ่งที่ดึงดูดให้บริษัทจดทะเบียนร่วมมือคือ มาตรการแรงจูงใจทางภาษีให้บริษัทเอกชนจับคู่พัฒนาชุมชน (Matching) ผ่านมาตรการลดหย่อนภาษี 120% โดยนำองค์ความรู้ วามเชี่ยวชาญด้านการตลาด การบริหารจัดการและเทคโนโลยี พัฒนามาตรฐานสินค้า ระบบโลจิสติกส์ และช่องทางตลาด ปีที่ผ่านมา สนับสนุนงบประมาณพัฒนาชุมชนประมาณ 3,000 ล้านบาท และมีเอกชนลงทุนเพิ่มมูลค่าการพัฒนาในชุมชนสูงถึง 5,000 – 6,000 ล้านบาท 

สำหรับเป้าหมายผลลัพธ์ในอนาคต คาดหวังจะช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ ผ่านการสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจฐานราก ทำให้ผลผลิตในชุมชนสามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้ เศรษฐกิจฐานรากแข็งแกร่ง จากการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายของประชาชน

Related Topics

“กอบศักดิ์” ย้ำโมเดล ส่งบจ.ฮีลเศรษฐกิจฐานราก ใน 8 พันตำบลทั่วไทย