| BCH เผยกำไรสุทธิไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 267.55 ล้านบาท ลดลง 16.73% จากปีก่อน หลังต้นทุนดำเนินงานเพิ่มจากการปรับปรุงโรงพยาบาล ด้านรายได้ทรงตัวจากผลกระทบปิดด่านไทย-กัมพูชา และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจลดลง แต่รายได้กลุ่มประกันสังคมและผู้ป่วยต่างชาติยังเติบโตช่วยพยุงธุรกิจ บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH เปิดเผยผ่านตลาดทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/69 มีกำไรสุทธิ 267.55 ล้านบาท ลดลง -16.73% จากช่วงดียวกันปีก่อน 321.31 ล้านบาท ด้านกำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จำนวน 646.2 ล้านบาท ลดลง 10.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมี EBITDA margin ที่ 22.1% โดยมีสาเหตุมาจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งมา จากการปรับปรุงอาคารโรงพยาบาล เพื่อรองรับการขยายการดำเนินงาน อาทิ ค่าซ่อมแซมและ บำรุงรักษา และค่าเสื่อมราคาและตัดจำหน่าย สำหรับบริษัทและโรงพยาบาลในเครือมีรายได้รวมจำนวน 2,928.8 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของ ปีก่อน จากผลกระทบการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา การปรับปรุงพื้นที่ให้บริการบางส่วนของ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ แม่สาย อย่างไรก็ตาม บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นจากผู้รับบริการในโครงการ ประกันสังคม รวมถึงรายได้จากผู้รับบริการชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง และเมียนมา ในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 สำนักงานประกันสังคมได้เริ่มปรับเพิ่มเพดานฐานค่าจ้างสูงสุดสำหรับ ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จาก 15,000 บาท เป็น 17,500 บาท ส่งผลให้เงินสมทบเข้ากองทุน ประกันสังคมเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมความมั่นคงและเสถียรภาพของกองทุนในระยะยาว พร้อมทั้ง สนับสนุนการเพิ่มเงินบำนาญให้แก่ผู้ประกันตน และสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาล อาทิ การฝังรากฟันเทียมรองรับฟันเทียมทั้งปาก การผ่าฟันคุด และฟันปลอมถอดได้ ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม ธุรกิจโรงพยาบาลยังคงได้รับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ความผันผวน ของต้นทุนด้านพลังงาน รวมถึงผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผล ให้หลายประเทศมีการปิดน่านฟ้า ตลอดจนสถานการณ์การปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยังคง ดำเนินต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ปี 2568 ขณะเดียวกัน จำนวนผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจในประเทศ ปรับตัวลดลง 39.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ที่มา: กรมควบคุมโรค) ส่งผลให้ จำนวนผู้เข้ารับบริการบางกลุ่มลดลงจากฐานที่อยู่ในระดับสูงในปีก่อนหน้า ทั้งนี้ บริษัทยังคงติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับกลยุทธ์ การดำเนินงานและการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจและ สนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว |