12 May 2026 19:29รัฐบาลสหรัฐฯ ขอศาลคงภาษีทรัมป์ 10% ระหว่างรออุทธรณ์ ก่อนสิ้นสุดก.ค.นี้รัฐบาลสหรัฐฯ ขอศาลคงภาษีทรัมป์ 10% ระหว่างรออุทธรณ์ ก่อนสิ้นสุดก.ค.นี้Translatestar_borderModal Upgrade PackageefinAI สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -12 พ.ค. 69 19:29 น. ภาษีทรัมป์ 10% กลายเป็นประเด็นสำคัญอีกครั้ง หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ยื่นคำร้องต่อศาลการค้าระหว่างประเทศ ขอให้คงการบังคับใช้ภาษีนำเข้าใหม่ในระดับโลกต่อไประหว่างการอุทธรณ์ แม้ศาลจะมีคำวินิจฉัยว่าการอ้างอิงมาตรา 122 ภายใต้กฎหมายการค้าปี 1974 เพื่อเก็บภาษีดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายคดีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันด้านนโยบายการค้า โดยฝ่ายสหรัฐฯ ระบุว่าหากคำตัดสินมีผลบังคับใช้อาจนำไปสู่การยื่นคำร้องจำนวนมากจากผู้นำเข้าสินค้า และอาจกระทบต่อการบริหารคืนเงินภาษีในคดีก่อนหน้า ขณะที่ภาษีดังกล่าวมีกรอบเวลาระบุว่าจะคงไว้จนกว่าจะหมดอายุในเดือนกรกฎาคมสรุปประเด็นสำคัญรัฐบาลสหรัฐฯ ขอให้ศาลอนุญาตให้เดินหน้าบังคับใช้ ภาษีนำเข้าใหม่ 10% ในระดับโลกต่อไป ระหว่างอุทธรณ์ศาลการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า การใช้ มาตรา 122 กฎหมายการค้าปี 1974 เพื่อเก็บภาษีดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายมติคำตัดสินเป็น 2-1 และศาลระบุว่าประธานาธิบดีทรัมป์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามี “การขาดดุลการชำระเงิน”สำนักงานศุลกากรสหรัฐฯ เก็บภาษีภายใต้มาตรา 122 เฉพาะเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียวเกือบ 8 พันล้านดอลลาร์ผู้นำเข้ามากกว่า 170,000 ราย ชำระเงินประกันภาษีใหม่ภายใต้มาตรา 122 สำหรับการนำเข้าสิน้ามากกว่า 13 ล้านรายการศาลสหรัฐฯ ชี้มาตรา 122 ใช้เก็บภาษีไม่ได้ศาลการค้าระหว่างประเทศมีคำวินิจฉัยว่าการนำ มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 มาใช้เก็บภาษีดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยคำตัดสินผ่านมติ 2-1 และระบุชัดว่าประธานาธิบดีทรัมป์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามี “การขาดดุลการชำระเงิน” ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญภายใต้มาตราดังกล่าวอย่างไรก็ตาม ศาลสั่งระงับการบังคับใช้เฉพาะกับ 2 บริษัท ที่ยื่นฟ้องและ รัฐวอชิงตัน เท่านั้น ทำให้ประเด็นภาษีนำเข้าใหม่ยังคงเป็นข้อพิพาททางกฎหมายที่ต้องรอผลอุทธรณ์ต่อไปคดีนี้เกี่ยวข้องกับ รัฐโอเรกอนกับทรัมป์ และ Burlap and Barrel Inc. กับทรัมป์ ที่ศาลการค้าระหว่างประเทศในแมนฮัตตัน ขณะเดียวกันผู้แทนการค้าสหรัฐฯ และรัฐมนตรีพาณิชย์ได้ยื่นคำยืนยันต่อศาลเมื่อวันจันทร์เพื่อขอให้คงภาษีไว้จนกว่าจะหมดอายุในเดือนกรกฎาคมภาษีทรัมป์ 10% กระทบผู้นำเข้าและการค้าอย่างไรหากคำตัดสินของศาลมีผลบังคับใช้อย่างกว้างขวาง อาจทำให้เกิดการยื่นคำร้องจำนวนมากจาก ผู้นำเข้าสินค้า เพื่อขอคืนเงินภาษี ซึ่งกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ มองว่าอาจบั่นทอนเป้าหมายด้านการค้าและดึงทรัพยากรจากการคืนเงินภาษีรอบก่อนที่ถูกศาลฎีกาสหรัฐล้มล้างในอีกมุมหนึ่ง ฝ่ายสหรัฐฯ ระบุว่าภาษีดังกล่าวมีความสำคัญต่อการรวบรวมข้อมูลจากพันธมิตรทางการค้า และต่อการแก้ไขความไม่สมดุลในการชำระเงิน จึงพยายามผลักดันให้ศาลคงมาตรการนี้ไว้ระหว่างกระบวนการอุทธรณ์ตัวเลขล่าสุดสะท้อนผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้วอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีผู้นำเข้ามากกว่า 170,000 ราย ที่ได้ชำระเงินประกันภาษีใหม่ภายใต้มาตรา 122 สำหรับการนำเข้าสิน้ามากกว่า 13 ล้านรายการ และสำนักงานศุลกากรสหรัฐฯ เก็บภาษีภายใต้มาตรา 122 เฉพาะเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียวเกือบ 8 พันล้านดอลลาร์สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้ประเด็นสำคัญต่อจากนี้คือผลของการอุทธรณ์คำตัดสินของศาลการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงการพิจารณาว่าศาลจะคงหรือยกเลิกการบังคับใช้ภาษีดังกล่าวก่อนครบกำหนดในเดือนกรกฎาคมหรือไม่ผู้ลงทุนและผู้ประกอบการควรติดตามผลต่อคำร้องจากผู้นำเข้าสินค้าและความคืบหน้าในการดำเนินการคืนเงินภาษี เนื่องจากคดีนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับนโยบายการค้า ภาษีนำเข้า และทิศทางมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ในระยะสั้น efinAIRelated Topicsภาษีทรัมป์ภาษีนำเข้ามาตรา 122การค้าศาลการค้านโยบายการค้าReported byefin Reporter
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -12 พ.ค. 69 19:29 น. ภาษีทรัมป์ 10% กลายเป็นประเด็นสำคัญอีกครั้ง หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ยื่นคำร้องต่อศาลการค้าระหว่างประเทศ ขอให้คงการบังคับใช้ภาษีนำเข้าใหม่ในระดับโลกต่อไประหว่างการอุทธรณ์ แม้ศาลจะมีคำวินิจฉัยว่าการอ้างอิงมาตรา 122 ภายใต้กฎหมายการค้าปี 1974 เพื่อเก็บภาษีดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายคดีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันด้านนโยบายการค้า โดยฝ่ายสหรัฐฯ ระบุว่าหากคำตัดสินมีผลบังคับใช้อาจนำไปสู่การยื่นคำร้องจำนวนมากจากผู้นำเข้าสินค้า และอาจกระทบต่อการบริหารคืนเงินภาษีในคดีก่อนหน้า ขณะที่ภาษีดังกล่าวมีกรอบเวลาระบุว่าจะคงไว้จนกว่าจะหมดอายุในเดือนกรกฎาคมสรุปประเด็นสำคัญรัฐบาลสหรัฐฯ ขอให้ศาลอนุญาตให้เดินหน้าบังคับใช้ ภาษีนำเข้าใหม่ 10% ในระดับโลกต่อไป ระหว่างอุทธรณ์ศาลการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า การใช้ มาตรา 122 กฎหมายการค้าปี 1974 เพื่อเก็บภาษีดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายมติคำตัดสินเป็น 2-1 และศาลระบุว่าประธานาธิบดีทรัมป์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามี “การขาดดุลการชำระเงิน”สำนักงานศุลกากรสหรัฐฯ เก็บภาษีภายใต้มาตรา 122 เฉพาะเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียวเกือบ 8 พันล้านดอลลาร์ผู้นำเข้ามากกว่า 170,000 ราย ชำระเงินประกันภาษีใหม่ภายใต้มาตรา 122 สำหรับการนำเข้าสิน้ามากกว่า 13 ล้านรายการศาลสหรัฐฯ ชี้มาตรา 122 ใช้เก็บภาษีไม่ได้ศาลการค้าระหว่างประเทศมีคำวินิจฉัยว่าการนำ มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 มาใช้เก็บภาษีดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยคำตัดสินผ่านมติ 2-1 และระบุชัดว่าประธานาธิบดีทรัมป์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามี “การขาดดุลการชำระเงิน” ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญภายใต้มาตราดังกล่าวอย่างไรก็ตาม ศาลสั่งระงับการบังคับใช้เฉพาะกับ 2 บริษัท ที่ยื่นฟ้องและ รัฐวอชิงตัน เท่านั้น ทำให้ประเด็นภาษีนำเข้าใหม่ยังคงเป็นข้อพิพาททางกฎหมายที่ต้องรอผลอุทธรณ์ต่อไปคดีนี้เกี่ยวข้องกับ รัฐโอเรกอนกับทรัมป์ และ Burlap and Barrel Inc. กับทรัมป์ ที่ศาลการค้าระหว่างประเทศในแมนฮัตตัน ขณะเดียวกันผู้แทนการค้าสหรัฐฯ และรัฐมนตรีพาณิชย์ได้ยื่นคำยืนยันต่อศาลเมื่อวันจันทร์เพื่อขอให้คงภาษีไว้จนกว่าจะหมดอายุในเดือนกรกฎาคมภาษีทรัมป์ 10% กระทบผู้นำเข้าและการค้าอย่างไรหากคำตัดสินของศาลมีผลบังคับใช้อย่างกว้างขวาง อาจทำให้เกิดการยื่นคำร้องจำนวนมากจาก ผู้นำเข้าสินค้า เพื่อขอคืนเงินภาษี ซึ่งกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ มองว่าอาจบั่นทอนเป้าหมายด้านการค้าและดึงทรัพยากรจากการคืนเงินภาษีรอบก่อนที่ถูกศาลฎีกาสหรัฐล้มล้างในอีกมุมหนึ่ง ฝ่ายสหรัฐฯ ระบุว่าภาษีดังกล่าวมีความสำคัญต่อการรวบรวมข้อมูลจากพันธมิตรทางการค้า และต่อการแก้ไขความไม่สมดุลในการชำระเงิน จึงพยายามผลักดันให้ศาลคงมาตรการนี้ไว้ระหว่างกระบวนการอุทธรณ์ตัวเลขล่าสุดสะท้อนผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้วอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีผู้นำเข้ามากกว่า 170,000 ราย ที่ได้ชำระเงินประกันภาษีใหม่ภายใต้มาตรา 122 สำหรับการนำเข้าสิน้ามากกว่า 13 ล้านรายการ และสำนักงานศุลกากรสหรัฐฯ เก็บภาษีภายใต้มาตรา 122 เฉพาะเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียวเกือบ 8 พันล้านดอลลาร์สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้ประเด็นสำคัญต่อจากนี้คือผลของการอุทธรณ์คำตัดสินของศาลการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงการพิจารณาว่าศาลจะคงหรือยกเลิกการบังคับใช้ภาษีดังกล่าวก่อนครบกำหนดในเดือนกรกฎาคมหรือไม่ผู้ลงทุนและผู้ประกอบการควรติดตามผลต่อคำร้องจากผู้นำเข้าสินค้าและความคืบหน้าในการดำเนินการคืนเงินภาษี เนื่องจากคดีนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับนโยบายการค้า ภาษีนำเข้า และทิศทางมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ในระยะสั้น
ภาษีทรัมป์ 10% กลายเป็นประเด็นสำคัญอีกครั้ง หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ยื่นคำร้องต่อศาลการค้าระหว่างประเทศ ขอให้คงการบังคับใช้ภาษีนำเข้าใหม่ในระดับโลกต่อไประหว่างการอุทธรณ์ แม้ศาลจะมีคำวินิจฉัยว่าการอ้างอิงมาตรา 122 ภายใต้กฎหมายการค้าปี 1974 เพื่อเก็บภาษีดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายคดีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันด้านนโยบายการค้า โดยฝ่ายสหรัฐฯ ระบุว่าหากคำตัดสินมีผลบังคับใช้อาจนำไปสู่การยื่นคำร้องจำนวนมากจากผู้นำเข้าสินค้า และอาจกระทบต่อการบริหารคืนเงินภาษีในคดีก่อนหน้า ขณะที่ภาษีดังกล่าวมีกรอบเวลาระบุว่าจะคงไว้จนกว่าจะหมดอายุในเดือนกรกฎาคมสรุปประเด็นสำคัญรัฐบาลสหรัฐฯ ขอให้ศาลอนุญาตให้เดินหน้าบังคับใช้ ภาษีนำเข้าใหม่ 10% ในระดับโลกต่อไป ระหว่างอุทธรณ์ศาลการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า การใช้ มาตรา 122 กฎหมายการค้าปี 1974 เพื่อเก็บภาษีดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายมติคำตัดสินเป็น 2-1 และศาลระบุว่าประธานาธิบดีทรัมป์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามี “การขาดดุลการชำระเงิน”สำนักงานศุลกากรสหรัฐฯ เก็บภาษีภายใต้มาตรา 122 เฉพาะเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียวเกือบ 8 พันล้านดอลลาร์ผู้นำเข้ามากกว่า 170,000 ราย ชำระเงินประกันภาษีใหม่ภายใต้มาตรา 122 สำหรับการนำเข้าสิน้ามากกว่า 13 ล้านรายการศาลสหรัฐฯ ชี้มาตรา 122 ใช้เก็บภาษีไม่ได้ศาลการค้าระหว่างประเทศมีคำวินิจฉัยว่าการนำ มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 มาใช้เก็บภาษีดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยคำตัดสินผ่านมติ 2-1 และระบุชัดว่าประธานาธิบดีทรัมป์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามี “การขาดดุลการชำระเงิน” ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญภายใต้มาตราดังกล่าวอย่างไรก็ตาม ศาลสั่งระงับการบังคับใช้เฉพาะกับ 2 บริษัท ที่ยื่นฟ้องและ รัฐวอชิงตัน เท่านั้น ทำให้ประเด็นภาษีนำเข้าใหม่ยังคงเป็นข้อพิพาททางกฎหมายที่ต้องรอผลอุทธรณ์ต่อไปคดีนี้เกี่ยวข้องกับ รัฐโอเรกอนกับทรัมป์ และ Burlap and Barrel Inc. กับทรัมป์ ที่ศาลการค้าระหว่างประเทศในแมนฮัตตัน ขณะเดียวกันผู้แทนการค้าสหรัฐฯ และรัฐมนตรีพาณิชย์ได้ยื่นคำยืนยันต่อศาลเมื่อวันจันทร์เพื่อขอให้คงภาษีไว้จนกว่าจะหมดอายุในเดือนกรกฎาคมภาษีทรัมป์ 10% กระทบผู้นำเข้าและการค้าอย่างไรหากคำตัดสินของศาลมีผลบังคับใช้อย่างกว้างขวาง อาจทำให้เกิดการยื่นคำร้องจำนวนมากจาก ผู้นำเข้าสินค้า เพื่อขอคืนเงินภาษี ซึ่งกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ มองว่าอาจบั่นทอนเป้าหมายด้านการค้าและดึงทรัพยากรจากการคืนเงินภาษีรอบก่อนที่ถูกศาลฎีกาสหรัฐล้มล้างในอีกมุมหนึ่ง ฝ่ายสหรัฐฯ ระบุว่าภาษีดังกล่าวมีความสำคัญต่อการรวบรวมข้อมูลจากพันธมิตรทางการค้า และต่อการแก้ไขความไม่สมดุลในการชำระเงิน จึงพยายามผลักดันให้ศาลคงมาตรการนี้ไว้ระหว่างกระบวนการอุทธรณ์ตัวเลขล่าสุดสะท้อนผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้วอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีผู้นำเข้ามากกว่า 170,000 ราย ที่ได้ชำระเงินประกันภาษีใหม่ภายใต้มาตรา 122 สำหรับการนำเข้าสิน้ามากกว่า 13 ล้านรายการ และสำนักงานศุลกากรสหรัฐฯ เก็บภาษีภายใต้มาตรา 122 เฉพาะเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียวเกือบ 8 พันล้านดอลลาร์สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้ประเด็นสำคัญต่อจากนี้คือผลของการอุทธรณ์คำตัดสินของศาลการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงการพิจารณาว่าศาลจะคงหรือยกเลิกการบังคับใช้ภาษีดังกล่าวก่อนครบกำหนดในเดือนกรกฎาคมหรือไม่ผู้ลงทุนและผู้ประกอบการควรติดตามผลต่อคำร้องจากผู้นำเข้าสินค้าและความคืบหน้าในการดำเนินการคืนเงินภาษี เนื่องจากคดีนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับนโยบายการค้า ภาษีนำเข้า และทิศทางมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ในระยะสั้น