S&P 500-แนสแดคปิดทำนิวไฮ รับแรงหนุนหุ้นกลุ่มชิป-AI, ผลประกอบการบจ.

รูป S&P 500-แนสแดคปิดทำนิวไฮ รับแรงหนุนหุ้นกลุ่มชิป-AI, ผลประกอบการบจ.

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -11 พ.ค. 69 6:35: น.

ดัชนี S&P 500 และแนสแดคปิดทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันศุกร์ (8 พ.ค.) โดยได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้น Nvidia, Sandisk และหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้นเกินคาดบ่งชี้ถึงตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง

ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 49,609.16 จุด เพิ่มขึ้น 12.19 จุด (+0.02%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,398.93 จุด เพิ่มขึ้น 61.82 จุด (+0.84%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 26,247.08 จุด เพิ่มขึ้น 440.88 จุด (+1.71%)

ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 2 ส่วนดัชนี S&P 500 และแนสแดคปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 6 ซึ่งถือเป็นช่วงขาขึ้นที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2024 ส่วนตลอดทั้งปีนี้ ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้นไปแล้ว 8% ขณะที่แนสแดคพุ่งขึ้น 13%

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนี S&P 500 และแนสแดคทะยานทำนิวไฮอย่างต่อเนื่อง หลังผลประกอบการของบริษัทในสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุน และมองข้ามความกังวลที่ว่าราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะกลายเป็นปัจจัยเร่งเงินเฟ้อ

ข้อมูลจาก LSEG I/B/E/S ระบุว่า กำไรไตรมาสแรกของบริษัทในดัชนี S&P 500 มีแนวโน้มเติบโตเกือบ 29% เมื่อเทียบรายปี โดยส่วนใหญ่ได้แรงหนุนจากหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่ม AI โดยในจำนวน 440 บริษัทในดัชนี S&P 500 ที่รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกไปแล้วนั้น พบว่า 83% มีกำไรสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ประมาณ 67%

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวสูงขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากความหวังที่จะเห็นความขัดแย้งในตะวันออกกลางยุติลงโดยเร็วเริ่มริบหรี่ รวมถึงการทยอยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งหลักสำหรับน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวที่เป็นไปอย่างล่าช้า

ขณะเดียวกัน ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนเม.ย. ของสหรัฐฯ ยังเพิ่มขึ้น 115,000 ตำแหน่ง สูงกว่าคาดการณ์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 65,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานทรงตัวอยู่ที่ 4.3% ซึ่งเทรดเดอร์คาดว่า ข้อมูลตลาดแรงงานทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% ไปจนถึงสิ้นปีนี้

ร็อบ วิลเลียมส์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนของ Sage Advisory Services กล่าวว่า ระบบเศรษฐกิจดูเหมือนจะพังยาก เพราะมีปัจจัยหนุนทั้งจากประสิทธิภาพการผลิต การใช้จ่าย การบริโภคที่เพิ่มขึ้นตามความมั่งคั่ง และผลกำไรของบริษัทจดทะเบียน

ภาพรวมหุ้นรายตัว-รายอุตสาหกรรม

- หุ้น Nvidia พุ่งขึ้น 1.8% ขณะที่หุ้น Micron Technology และ Sandisk ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายหน่วยความจำและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล พุ่งขึ้นกว่า 15% โดยได้รับอานิสงส์จากความต้องการที่แข็งแกร่งจากการเร่งขยายศูนย์ข้อมูล AI

- ดัชนี Philadelphia SE Semiconductor ปรับตัวขึ้นแข็งแกร่ง ส่งผลให้ผลตอบแทนสะสมในช่วงไตรมาสที่ 2 จนถึงปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 55%

- ดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีใน S&P 500 พุ่งขึ้น 2.7% ขณะที่ดัชนีกลุ่มสาธารณูปโภคลดลง 0.9%

- หุ้น Cloudflare ผู้ให้บริการคลาวด์ ร่วงลง 24% หลังบริษัทระบุว่า จะลดพนักงานลงประมาณ 20% และคาดการณ์รายได้ไตรมาส 2 ต่ำกว่าที่วอลล์สตรีทประเมินไว้เล็กน้อย

- หุ้น Trade Desk ลดลง 1.8% หลังจากบริษัทเทคโนโลยีโฆษณาคาดการณ์รายได้ไตรมาส 2 ต่ำกว่าการประเมินของวอลล์สตรีท

- หุ้น CoreWeave ผู้ให้บริการเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ร่วงลง 11.4% หลังจากปรับเพิ่มกรอบล่างของประมาณการรายจ่ายฝ่ายทุนประจำปี โดยอ้างถึงต้นทุนส่วนประกอบที่เพิ่มสูงขึ้น

- หุ้น Expedia แพลตฟอร์มการเดินทางออนไลน์ ร่วงลง 9% หลังจากส่งสัญญาณว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบต่อความต้องการเดินทาง

ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย

- ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 17,200 ล้านหุ้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 17,600 ล้านหุ้นในช่วง 20 วันทำการ

- ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 28 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 30 ตัว ขณะที่ดัชนีแนสแดคมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 134 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 119 ตัว

ที่มา Reuters


Related Topics

Reporting by

Supak Hophungju

Supak Hophungju

Head of International News Department, efinanceThai