DELTA ปลื้มกำไร Q1/69 นิวไฮ 9.08 พันลบ. โต 65.4% YoY รับยอดขายพุ่ง

รูป DELTA ปลื้มกำไร Q1/69 นิวไฮ 9.08 พันลบ. โต 65.4% YoY รับยอดขายพุ่ง

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 เม.ย. 69 9:07: น.

DELTA โชว์กำไร Q1/69 สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 9,081 ล้านบาท เติบโตสูง 65.4% YoY หลังการเติบโตของยอดขายในกลุ่มสินค้าที่แตกต่างกัน พร้อมการบริหารต้นทุน และ ค่าใช้จ่าย ดันกำไรข้ันต้นไตรมาสนี้อยู่ที่ 19,466 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78.1% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน รับเติบโตของยอดขายในกลุ่มสินค้าพาวเวอร์อิเล็คทรอนิกส์ และ โครงสร้างพื้นฐานที่มีอัตรากำไรดี

บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA เปิดเผยผลประกอบการงวดไตรมาส 1 ปี 2569 โดยมีกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสนี้มีจำนวน 9,691 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไร 15.8% เพิ่มขึ้นจาก 13.3% ของงวดเดียวกันในปีก่อน เนื่องจากการเติบโตของยอดขายในกลุ่มสินค้าที่แตกต่างกันควบคู่กับประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้ บริษัทได้มีการบันทึกรายการขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงอาคารโรงงาน พร้อมรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 318 ล้านบาท ร่วมกับรายได้ชดเชยการผิดสัญญาทางการค้าและรายได้อื่น ๆ รวมทั้งบันทึกประมาณการหนี้สินภาษีส่วนเพิ่ม 1,283 ล้านบาท ตามกฎการคำนวณภาษีเงินได้เสาหลักที่สอง (Pillar Two model rule) ที่ริเริ่มโดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา(OECD)

ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 9,081 ล้านบาท เติบโตสูง 65.4% จากปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 14.8% และ กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.73 บาท เทียบกับ 0.44 บาทต่อหุ้นในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

สำหรับยอดขายสินค้าและบริการในไตรมาสนี้อยู่ที่ 61,387 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสูงถึง 43.6% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และ ปรับตัวดีขึ้น 6.4% จากไตรมาสที่แล้ว สะท้อนการเริ่มต้นปีงบประมาณ 2569 อย่างแข็งแกร่ง บนแนวโน้มรายได้ขาขึ้นต่อเนื่องจากปี 2568 ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของคำสั่งซื้อใหม่การเพิ่มขึ้นของผลผลิตโรงงาน และ การขยายกำลังการผลิต โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับดาต้าเซ็นเตอร์ยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อนการเติบโต

สอดคล้องกับความต้องการดาต้าเซ็นเตอร์ที่เชื่อมโยงกับการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เร่งตัวขึ้นอย่างมาก ท่ามกลางความผันผวนของตลาดจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อความเสี่ยงด้านราคาพลังงาน แต่ความต้องการใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ทั่วโลกยังแข็งแกร่ง โดยบริษัทชั้นนำเร่งการใช้จ่ายเพื่อผลักดันการใช้งาน AI ในวงกว้าง ส่งผลให้แนวโน้มธุรกิจของบริษัทฯ ยังคงมีทิศทางเชิงบวก ท้ังโซลูชั่นการบริหารจัดการพลังงานประสิทธิภาพสูงสำหรับศูนย์ข้อมูลระบบระบายความร้อน โครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานระบบพลังงาน

นอกจากนี้ กลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบอัตโนมัติสำหรับภาคอุตสาหกรรมและอาคารสีเขียวก็มีการเติบโตดีต่อเนื่องเช่นกัน ขณะที่รายได้กลุ่มโซลูชั่น สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ยังคงอ่อนตัวจากสถานการณ์ดีมานด์ที่ยังไม่ฟื้นตัว ท้ังนี้ บริษัทฯ คงมุมมองเชิงบวกอย่างระมัดระวังต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่มีปัจจัยกดดัน พร้อมปรับใช้แนวทางการบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างยืดหยุ่นเพื่อรักษาการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ควบคู่กับการขยายการลงทุนภายใต้กลยุทธ์การผลิตอัจฉริยะเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการส่งมอบสินค้าและบริการให้ลูกค้าระดับโลก

ทางด้านกำไรข้ันต้นในไตรมาสนี้มีจำนวน 19,466 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78.1% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สืบเนื่องจากการเติบโตของยอดขายที่เพิ่มขึ้นในภาพรวม ขณะที่อตัรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากการเติบโตของยอดขายในกลุ่มสินค้าพาวเวอร์อิเล็คทรอนิกส์และโครงสร้างพื้นฐานที่มีอัตรากำไรดี

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (รวมการวิจัยและพัฒนา) มีจำนวน 9,775 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.5% จากไตรมาสที่แล้ว และ ปรับตัวสูงขึ้น 86.9% จากปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากบันทึกค่าใช้จ่ายด้านการขายในส่วนภาษีศุลกากรเพิ่มขึ้นภายใต้การเรียกเก็บของรัฐบาลสหรัฐ ส่งผลให้บริษัทฯ เกิดค่าใช้จ่ายอากรเพื่อส่งออกสินค้าภายใต้ข้อตกลงร่วมกันในการเรียกเก็บคืนจากลูกค้าตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งจำนวนเงินส่วนนี้จะถูกบันทึกในรายได้ตามหลัก IFRS

นอกจากนี้ บริษัทฯ มีค่าสิทธิจ่ายเพิ่มสูงขึ้นสอดคล้องกับการผลิตและแนวโน้มการขายสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีจากสิทธิบัตรของบริษัทแม่ในไต้หวัน และค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาสนี้ เพื่อรองรับการผลิตและส่งมอบสินค้าปริมาณสูงตามความต้องการของลูกค้า

ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาเพิ่มขึ้นตามทิศทางเชิงกลยุทธ์เพื่อขยายขีดความสามารถด้านบุคลากรและเทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ บริษัท ฯ สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในส่วนการขายและการบริหารได้ดี ส่งผลให้มีสัดส่วนค่าใช้จ่ายประเภทดังกล่าวต่อรายได้รวมลดลงจากปีที่แล้ว


Related Topics

Reported by

Koranat Ploysawat

Koranat Ploysawat

Senior Reporter, efinanceThai