ดาวโจนส์ปิดบวก 182 จุด กลุ่มเฮลท์แคร์-อุปโภคบริโภคหนุนดัชนี,จับตาดีลสันติภาพ-เงินเฟ้อสหรัฐฯ

รูป ดาวโจนส์ปิดบวก 182 จุด กลุ่มเฮลท์แคร์-อุปโภคบริโภคหนุนดัชนี,จับตาดีลสันติภาพ-เงินเฟ้อสหรัฐฯ

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 พ.ค. 69 6:38: น.

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดขยับขึ้นเล็กน้อยในวันพุธ (27 พ.ค.) โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากแรงหนุนหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะที่ดัชนี S&P 500 และแนสแดคปิดทรงตัว เนื่องจากนักลงทุนชะลอการเก็งกำไรจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พุ่งแรงก่อนหน้านี้ และจับตาการเจราสันติภาพในตะวันออกกลาง

ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 50,644.28 จุด เพิ่มขึ้น 182.60 จุด (+0.36%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,520.36 จุด เพิ่มขึ้น 1.24 จุด (+0.02%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 26,674.74 จุด เพิ่มขึ้น 18.55 จุด (+0.07%)

ดัชนี S&P 500 และแนสแดคยังคงปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เป็นวันที่สอง แม้บวกเพียงเล็กน้อยก็ตาม โดยตลาดยังคงจับตาสถานะการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอย่างระมัดระวัง ด้านมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า การเจรจากับอิหร่านมีความคืบหน้าบางส่วน อย่างไรก็ดีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่ายังคงมีประเด็นที่ต้องแก้ไข ขณะที่สำนักข่าวฟาร์สนิวส์ของอิหร่านรายงานว่า ยังคงมีประเด็นที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้

ขณะเดียวกัน การย่อตัวลงของหุ้นกลุ่มชิปได้กดดันดัชนีแนสแดค โดยนักวิเคราะห์ ฌอน คลาร์ก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Clark Capital Management Group กล่าวว่า การที่ตลาดชะลอลงหลังจากพุ่งแรงไม่ใช่เรื่องแปลก ตอนนี้มีปัจจัยบวกหลายอย่างที่ต้องจับตา แม้ว่าหุ้นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นแรงจะถูกขับเคลื่อนด้วยธีมเทคโนโลยี AI และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า หุ้นกลุ่มอื่นโดยรวมในตลาดก็มีส่วนหนุนการปรับตัวขึ้นด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ Goldman Sachs ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ดัชนี S&P 500 สิ้นปี 2026 ขึ้นเป็น 8,000 จุด จากเดิมที่คาดไว้ 7,600 จุด โดยให้เหตุผลถึงผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

นักลงทุนยังจับตาดัชนีราคาจากรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในวันนี้ ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ให้ความสำคัญ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางนโยบายการเงิน ภายใต้การนำของเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่

ภาพรวมหุ้นรายตัว-รายอุตสาหกรรม

- หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลดลง โดยหุ้น JPMorgan Chase ร่วงลง 2.4% หลังจากเจมี ไดมอน ซีอีโอ เตือนว่าค่าใช้จ่ายในปีนี้อาจสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 1,000 ล้านดอลลาร์

- หุ้น Procter & Gamble พุ่งขึ้น 3.2% และหุ้น UnitedHealth ขยับขึ้น 1.9% ซึ่งช่วยหนุนดัชนีดาวโจนส์ปิดทำนิวไฮจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์และสินค้าอุปโภคบริโภค

- หุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยบวกขึ้น 1.9% เพิ่มขึ้นมากที่สุดในบรรดาดัชนีย่อยของ S&P 500

- ขณะที่กลุ่มพลังงาน ร่วงลง 1.5% ตามทิศทางราคาน้ำมันที่ดิ่งลง 5% ส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลดลงหลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันอังคาร

- หุ้นกลุ่มชิปปรับตัวลดลงหลังจากพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยหุ้น Intel ลดลง 1.4%, หุ้น Marvell Technology ร่วงลง 4.6% ขณะที่ Qualcomm ร่วงลง 6% หลังจากพุ่งขึ้นเมื่อวันอังคาร

- หุ้น Nvidia ลดลง 1% และดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ฟิลาเดลเฟีย ลดลง 1.4% หลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันอังคาร

- หุ้น Zscaler บริษัทความปลอดภัยระบบคลาวด์ ทรุดลง 31.5% หลังคาดการณ์รายได้ในไตรมาสที่ 4 ต่ำกว่าที่คาดไว้

- หุ้น GlobalFoundries ร่วงลง 9.8% หลังจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า Mubadala Investment Company ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหญ่ เล็งระดมทุน 1,910 ล้านดอลลาร์ ผ่านการขายหุ้น GFS แบบบิ๊กล็อตที่ไม่ได้จดทะเบียน

- หุ้น Bath & Body Works พุ่งขึ้น 9.7% หลังจากรายงานยอดขายและกำไรในไตรมาสแรกสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่ Abercrombie & Fitch ปรับตัวขึ้นเช่นกันหลังเผยผลกำไรที่แข็งแกร่ง

ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย

- ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 18,810 ล้านหุ้น สูงกว่าค่าเฉลี่ย 20 วันทำการ ซึ่งอยู่ที่ 18,780 ล้านหุ้น

- ตลาดหุ้นนิวยอร์กมีหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบในสัดส่วน 1.13 ต่อ 1 หุ้น โดยมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 453 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 99 ตัว

- ตลาดหุ้นแนสแดคมีหุ้นบวก 2,420 ตัว และหุ้นลบ 2,498 ตัว โดยมีหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวกในสัดส่วน 1.03 ต่อ 1 หุ้น

- ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 37 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 8 ตัว ขณะที่ดัชนีแนสแดค มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 169 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 74 ตัว

ที่มา Reuters

ติดตามข้อมูล และข่าวสารอื่น ๆ ของ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" เพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news


Related Topics

Reporting by

Supak Hophungju

Supak Hophungju

Head of International News Department, efinanceThai