DOWNSIDE กลุ่มแบงก์จำกัด หลัง Q1/69 กำไรดีเกินคาด จับตาความท้าทายช่วงที่เหลือ

รูป DOWNSIDE กลุ่มแบงก์จำกัด หลัง Q1/69 กำไรดีเกินคาด จับตาความท้าทายช่วงที่เหลือ

efinAI


โบรกเกอร์ มองกลุ่มธนาคารกำไรไตรมาส 1/69 สูงกว่าตลาดคาดการณ์ โดยเฉพาะ 5 แบงก์ใหญ่ จากแรงหนุนรายได้ค่าธรรมเนียมขยับแรง ตามภาวะตลาดหุ้นและกลุ่ม WEALTH หนุนแนวโน้ม DOWNSIDE ประมาณการทั้งปีจำกัด แต่ยังจับตาความท้าทายช่วงที่เหลือของปี

กำไร 1Q69 สูงกว่าคาด แต่ข้างหน้ายังไม่แน่นอน

บล.เอเซีย พลัส (ASPS) ระบุว่า กำไรกลุ่มธนาคาร 1Q69 (8 ธนาคาร) งวด 1Q69 อยู่ที่ 6.6 หมื่นล้านบาท สูงกว่ากว่าฝ่ายวิจัยคาด 8% และ BB CONSENSUS ราว 12% จาก NON – NII ในกลุ่ม CAPITAL MARKET ตามภาวะตลาด

ส่วนใหญ่ รายงานกำไรฯ สูงกว่าตลาดคาดการณ์ ดังนี้ KBANK, KKP, BAY, BBL และ KTB ด้าน TISCO และ TTB ใกล้เคียงคาด ขณะที่ SCB ต่ำกว่าฝ่ายวิจัยคาด 7% (มีแผนปรับลดกำไรฯ และ FV ในลำดับถัดไป

การเติบโตของกำไรกลุ่มฯ 20% QOQ จากค่าใช้จ่ายดำเนินงานดีขึ้นตามฤดูกาล ในเชิง YOY ทรงตัว แม้ NON – NII ดีขึ้น แต่รายได้หลักอย่าง NII ชะลอตัว ตามวงจรดอกเบี้ย รายละเอียดดังนี้

• สินเชื่อกลุ่มฯ ณ สิ้นงวด 1Q69 เพิ่ม 1% QOQ จาก SCB, KTB, BBL และ KKP ราว 2% - 3% หนุนด้วยรายใหญ่ จากกลุ่ม WORKING CAPITAL ของ BBL หลังราคาวัตถุดิบขยับขึ้นตาม COST PUSH INFLATION และรัฐบาลของ KTB

• NII กลุ่มฯ ที่ 1.6 แสนล้านบาท ลด 8% YOY หลัง NIM กลุ่มฯ ลง 30 BPS YOY มาที่ 3.0% กดดันจาก ธ.พ. ใหญ่ตามวัฎจักรดอกเบี้ยขาลง

• NON-NII กลุ่มฯ ที่ 8.2 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 17% YOY จากรายได้ค่าธรรมเนียมฯ ราว 4.5 หมื่นล้านบาท เพิ่ม 14% หนุนด้วย บล., บลจ. ตามภาวะตลาด รวมทั้งการขยายฐานลูกค้า WEALTH ของ ธ.พ. ใหญ่ ผลักดันรายได้ค่าธรรมเนียมฯ ของ KBANK, SCB และ KTB สูงขึ้น 14-18%

นอกจากนี้รายได้อื่นมีปัจจัยบวกจากเงินปันผลรับของ VAYU1 และ TRADING INCOME ของ KTB (เงินลงทุนใน THAI) ภายใต้ภาวะการหารายได้ยังเผชิญความท้าทายจากวงจรดอกเบี้ย จึงเห็นการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย เพื่อลดทอนผลกระทบของรายได้ โดย COST TO INCOME RATIO (CIR) กลุ่มฯ ที่ 42% มีพัฒนาการ จาก 43% งวดเดียวกันปีก่อน ซึ่ง KTB กับ KBANK ทำได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มฯ ที่ 39%


COVERAGE RATIO ขยับ หลังตั้งสำรองสูงเป็นกันชนรองรับความไม่แน่นอนเศรษฐกิจ

ขณะที่ CREDIT COST ทรงตัวที่ 1.5% โดยรายได้ส่วนเพิ่มจาก CAPITAL MARKET ในงวดนี้ ทำให้ ธ.พ. ส่วนใหญ่ เสริมการตั้งสำรองหรือทรงตัวอยู่ในระดับสูงเพื่อเป็นกันชนต่อความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจมหภาคในระยะข้างหน้า ผลักดัน COVERAGE RATIO กลุ่มฯ ขยับมาที่ 193% จาก 189% ณ สิ้นงวดก่อน และสูงกว่าช่วงรัสเซีย – ยูเครน ที่ 177% ซึ่ง BBL (318%), KTB (201%), TISCO (191%) และ KBANK (161%) จะรับมือกับความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ข้างหน้าได้ดีกว่ากลุ่มฯ

ตามความเห็นฝ่ายวิจัย NPL / LOAN กลุ่มฯ ใกล้เคียงสิ้นงวดก่อนที่ 3.7% จากนโยบายสินเชื่อในช่วงที่ผ่านมายังเป็นไปอย่าง เข้มงวด โดยส่วนใหญ่ระดับ NPL ทรงตัวถึงลง ในทางตรงข้ามมี BBL เพิ่มตามฤดูกาล ก่อนจะปรับลดในช่วงปลายปีของทุกปี รวมถึง BAY กับ TTB เพราะฐานสินเชื่อต่ำลง

 DOWNSIDE ต่อประมาณการยังจำกัด

โดยรวมกำไรฯ 1Q69 คิดเป็นสัดส่วน 27% ของประมาณการกำไรฯ ทั้งปี (2.4 แสนล้านบาท ลด 5% YOY) สอดคล้องกับความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่เหลือของปี จึงประเมิน DOWNSIDE ต่อประมาณการยังจำกัด

ขณะที่ SETBANK เชิง YTD บวกเพียง 3.4% เทียบ SET ที่ปรับขึ้น 18% มองว่าสะท้อนการ ดำเนินงานชะลอตัวแล้ว ยังเลือก KTB จากแนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์คุมได้ดีกว่า ธ.พ. ใหญ่อื่น และ KBANK กับ BBL ซึ่งมี PBV ที่ 0.5 – 0.7 เท่า เทียบ ธ.พ. อื่นที่ 0.9 เข้า เป็น LAGGARD PLAY โดยใช้ จังหวะราคาหุ้นปรับฐานตามกลไก XD ในการสะสม เพื่อรอรับการฟื้นตัวของราคาหุ้นในช่วงปันผล ระหว่างกาล

คลายกังวล Downside จากกลุ่มธนาคาร

บล.ยูโอบีเคย์เฮียน มองว่าแนวโน้มของตลาดหุ้นไทยดูดีขึ้น หลังการรายงานผลประกอบการของหุ้นกลุ่มธนาคารออกมาโดยส่วนใหญ่แล้ว พบว่าผลการดำเนินงานดีกว่าที่นักวิเคราะห์ของเรา และ Consensus คาด ทำให้ความกังวลที่ว่าประมาณการ EPS ของ SET Index ปีนี้ จะต่ำกว่าช่วงต้นปีนั้นลดลง

เนื่องจากเดิมทีกลุ่มธนาคารน่าจะเป็นกลุ่มอิงเศรษฐกิจในประเทศที่กดประมาณการ EPS ของ SET Index ได้มากที่สุด ดังนั้นเรามองว่ามีโอกาสสูงที่ EPS ของ SET Index หลังการปรับประมาณการใหม่ไม่น่าจะต่ำกว่าประมาณการในช่วงต้นปี


Related Topics

Reported by

Charuwan Iamyingpanitch

Charuwan Iamyingpanitch

Assistant News Editor, efinanceThai