TSR-TTCL เทรดเดือนสุดท้ายก่อนพักยาว อดีตหุ้นหลายเด้ง สู่บริษัทต้องแก้ไขฐานะการเงิน

efinAI
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดเทรด TSR-TTCL แค่ 21 เม.ย.- 20 พ.ค.นี้ ก่อนขึ้น SP จนกว่าจะแก้ไขฐานะการเงินได้ หากไม่ได้อาจถูกเพิกถอน เปิดสถิติพบทั้ง 2 บริษัทเคยเป็นหุ้นร้อนแรงดีด 5-10 เด้ง ก่อนผลประกอบการย่ำแย่ ขาดทุนหนัก สภาพคล่องหาย ส่วนทุนติดลบ สายเก็งกำไรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบช่วงเปิดเทรด
ตลท.เปิดเทรดชั่วคราว TSR-TTCL ถึง 20 พ.ค.นี้
ล่าสุด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดให้ซื้อขายหลักทรัพย์ บมจ.ทีเอสอาร์ ลิฟวิ่ง โซลูชั่น (TSR) และ บมจ.ทีทีซีแอล (TTCL) ระหว่าง 21 เม.ย.- 20 พ.ค.2569 ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้
1.ซื้อด้วยบัญชี Cash Balance (ต้องชำระเงินทั้งจำนวน)
2.ขึ้นเครื่องหมาย NC กำกับตลอดระยะเวลาที่ให้มีการซื้อขายหลักทรัพย์ เพื่อเตือนผู้ลงทุนให้ใช้ความระมัดระวังในการซื้อขายหลักทรัพย์
3.วันแรกที่มีการซื้อขาย (21 เม.ย.69) กำหนดราคาสูงสุดและต่ำสุด (Ceiling & Floor) ไม่เกินหนึ่งเท่าจากราคาซื้อขายครั้งสุดท้าย
4.ไม่ Auto Pause ในวันแรกที่มีการซื้อขาย ต่อเนื่องไปจนกว่าหลักทรัพย์จะมีการซื้อขาย
เมื่อครบระยะเวลาดังกล่าว ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะหยุดพักการซื้อขายหลักทรัพย์ของ TSR และ TTCL โดยขึ้นเครื่องหมาย SP จนกว่าบริษัทจะแก้ไขให้มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะกลับมาซื้อขายได้ตามปกติ หรือหากไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้ภายในเวลาที่กำหนด อาจเสนอคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อพิจารณาเพิกถอนหลักทรัพย์ของบริษัทต่อไป
ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ประกาศให้ TSR และ TTCL เข้าข่ายต้องปรับปรุงฐานะการเงินและการดำเนินงานกรณีงบการเงินประจำปี 68 มีส่วนของผู้ถือหุ้นน้อยกว่าศูนย์ และขึ้นเครื่องหมาย NC (Non-Compliance) และ SP (Suspension) ตั้งแต่ 10 มี.ค.69 ต่อมา TSR และ TTCL ได้แจ้งแนวทางการฟื้นฟูกิจการแล้ว
TSR : จะแก้ไขฐานะการเงินโดยเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ จำหน่ายทรัพย์สินบางส่วนที่ไม่ใช่ Core Assets และหาพันธมิตรเพื่อเพิ่มทุน รวมทั้งปรับกลยุทธ์การขายและขยายฐานลูกค้า
TTCL : ขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง โดยมีแผนจะเพิ่มทุนและให้สิทธิแปลงหนี้เป็นทุนแก่เจ้าหนี้ ลดค่าใช้จ่าย ปรับโครงสร้างองค์กร และทีมบริหาร
ย้อนเส้นทาง TSR หุ้นที่ถูกวงในปั่น 2 รอบใหญ่
TSR เดิมชื่อ บมจ.เธียรสุรัตน์ (TSR) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องกรองน้ำในครัวเรือนแบบขายตรงภายใต้แบรนด์ “Safe” เข้าซื้อขายใน SET เมื่อ 19 มิ.ย.57 ราคาไอพีโอ 3.50 บาท (พาร์ 1 บาท)
หุ้น TSR ใช้เวลาไม่ถึงปีราคาพุ่งไปแตะจุดสูงสุด 8.08 บาท ช่วง มี.ค.58 หรือเพิ่มขึ้น 131% จากราคาไอพีโอ ที่สุดท้ายถูกเฉลยว่าเกิดจากการ “ปั่นหุ้น” โดย 31 พ.ค.62 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษ “วีรวัฒน์ แจ้งอยู่” ผู้ถือหุ้นใหญ่และอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และพวกรวม 8 ราย ฐานสร้างราคาหุ้น TSR ช่วง 7 ม.ค.-24 มี.ค.58 และสั่งปรับทางแพ่งรวมกว่า 7 ล้านบาท พร้อมห้ามเป็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.)
ซึ่งหลังมีการกล่าวโทษข้างต้น ราคาหุ้น TSR ไหลลงอย่างต่อเนื่อง ลงไปต่ำสุดถึง 1.12 บาท ช่วง มี.ค.63 (ซึ่งเป็นช่วงโควิดแพนิกครั้งแรกพอดี)
อย่างไรก็ตาม จากนั้นราคาหุ้น TSR ก็เริ่มฟื้น และเหมือนจะเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจนอีกกว่า 2 ปี ขึ้นไปได้ไกลถึง 6.73 บาท ช่วง ส.ค.65 หรือ พุ่งมาจากราคาต่ำสุดถึง 501% หรือ 5 เด้ง !!!
และเป็นอีกครั้งที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติ เพราะล่าสุดเมื่อต้นปีนี้เอง ก็มีเฉลยจาก ก.ล.ต. โดยกล่าวโทษ “ภรัณยา รุจนพรพจี” ฐาน “ปั่นหุ้น” TSR ช่วง 22 มิ.ย.-31 ส.ค.65 สั่งปรับถึง 32 ล้านบาท พร้อมห้ามเป็นกรรมการและผู้บริหาร บจ. 12 เดือน ซึ่ง “ภรัณยา รุจนพรพจี” เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ช่วงกลางปี 65 ที่เข้ามาถือหุ้นพร้อมกับ บมจ.สบาย เทคโนโลยี (SABUY) ที่ตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็น บมจ.ดับบลิว เอส โอ แอล (WSOL) [อีกหนึ่งบริษัทที่ต้องแก้ไขผลการดำเนินงานปัจจุบัน]
โดยหุ้น TSR หลังจากถูกปั่นรอบล่าสุด ก็เข้าสู่ขาลงอย่างเต็มรูปแบบ ราคาหุ้นก่อนถูกพักการซื้อขายเหลือเพียง 0.14 บาท
แง่ผลการดำเนินงาน แม้กำไรสุทธิของ TSR จะไม่ค่อยเสถียร ขึ้นสลับลงแล้วแต่ปี แต่ก็ยังถือว่ามีกำไรเป็นบวกตลอด โดยตั้งแต่ปี 57-65 กำไรเฉลี่ย 96 ล้านบาทต่อปี (สูงสุด 110 ล้านบาท ต่ำสุด 31 ล้านบาท) จนมาถึงปี 66 ที่พลิกขาดทุนครั้งแรก 86 ล้านบาท ต่อเนื่องปี 67 ขาดทุนพุ่งเป็น 715 ล้านบาท และปี 68 ขาดทุนเพิ่มอีก 282 ล้านบาท ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 68 ขาดทุนสะสมรวม 1,263 ล้านบาท ทำให้ส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ 172 ล้านบาท
สิ่งที่น่าสนใจคือธุรกิจของ TSR เปลี่ยนเป็นขาลงทันทีหลังการเข้ามาของ WSOL เพราะเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่กลางปี 65 แม้สิ้นปีนั้นจะมีกำไรเติบโต พร้อมความหวังอันชื่นมื่น ขยายธุรกิจมากมาย แต่หลังจากนั้นกลับเละไม่เป็นท่า แถมทั้ง 2 บริษัทและกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ทั้ง 2 บริษัท มีคดีฟ้องร้องกันวุ่นวายหลายร้อยล้านบาท
ข้อมูล ณ 17 มี.ค.69 กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมของ TSR กลับมาถือหุ้นใหญ่ ขณะที่ WSOL เหลือสัดส่วน 1.11% (จากเดิมช่วงปี 65 กลุ่ม SABUY ถือรวมกว่า 30%) โดยบริษัทนี้มีผู้ถือหุ้นทั้งหมด 4,127 ราย
TTCL อดีตหุ้น “Growth Stock” ราคาพุ่งกว่า 10 เด้ง
TTCL เดิมชื่อ บมจ.โตโย-ไทย คอร์ปอเรชั่น (TTCL) ก่อตั้งเมื่อ 24 เม.ย.28 ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านการออกแบบวิศวกรรม การจัดหาเครื่องจักรและอุปกรณ์ และการก่อสร้างโรงงานแบบครบวงจร ให้แก่ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมพลังงาน ปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ภายใต้การร่วมทุนกันระหว่าง “Toyo Engineering Corporation (TEC)” จากประเทศญี่ปุ่น และ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) สัดส่วน 49 : 51% ทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท
TTCL เข้าจดทะเบียนใน SET เมื่อ 16 มิ.ย.52 โดยขาย IPO จำนวน 130 ล้านหุ้น ราคา 4.25 บาท/หุ้น (พาร์ 1 บาท/หุ้น) ซึ่งช่วง 4-5 ปีแรกของ TTCL ในตลาดหุ้นไทยค่อนข้างสวยหรู เพราะผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นทุกปี โดยสิ้นปี 52 ทำได้ 325 ล้านบาท, สิ้นปี 53 ทำได้ 337 ล้านบาท, สิ้นปี 54 ทำได้ 399 ล้านบาท, สิ้นปี 55 ทำได้ 546 ล้านบาท และสิ้นปี 56 ทำได้ 655 ล้านบาท
ด้านราคาหุ้นจากราคา IPO ที่ 4.25 บาท ใช้เวลาเพียงปีกว่าบวกไประดับเกิน 100% ปลายปี 53 ทำจุดสูงสุดแรกที่ 10.40 บาท แม้หลังจากนั้นจะปรับลดลงบ้าง แต่ก็กลับขึ้นไปอยู่แถว 10-11 บาทได้ แต่หลังจากปลายปี 54 ที่ทะลุ 11 บาท หุ้น TTCL ก็กลายเป็นขาขึ้นชัดเจนร่วม 2 ปี จนขึ้นไปทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 57.25 บาท เมื่อกลางปี 56 หากคิดจากระดับราคา IPO หุ้น TTCL บวกไปกว่า 1,247%
จบฮันนีมูนพีเรียด กลุ่มผู้ก่อตั้งสลายตัว ราคาดิ่งยาว
หลังจากขึ้นไปถึงจุดสุดยอดได้ไม่นาน ราคาหุ้น TTCL ก็เริ่มมีแรงขายหนัก ๆ ออกมา สิ้นปี 56 เหลือ 34 บาท ระหว่างปี 57 แม้ราคาอาจจะฟื้นขึ้นไปได้ถึง 41 บาท แต่ก็แค่ช่วงสั้น ๆ เพราะหลังจากงบการเงินปี 57 ออกมาพบว่า กำไรสุทธิลดลงเหลือ 460 ล้านบาท ทีนี้ก็โดนถล่มขายต่อเนื่อง ตอกย้ำโดยกำไรสุทธิปี 58 ลดลงเหลือ 423 ล้านบาท, ปี 59 ลดลงเหลือ 400 ล้านบาท, ปี 60 เหลือ 53 ล้านบาท และปี 61 พลิกขาดทุนมโฟฬารถึง 1,980 ล้านบาท
ราคาหุ้นไม่ต้องพูดถึงลงตลอดทาง ต้นปี 61 หลุดต่ำกว่า 10 บาทอีกครั้งในรอบประมาณ 7 ปี แม้จะมีดีดฟื้นได้บ้างหลังจากนั้นแต่ก็ไม่นาน เพราะผลประกอบการปี 62 ยังขาดทุนต่อเนื่องอีก 206 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามผลประกอบการของ TTCL เหมือนจะฟื้นตัวกลับมาได้แล้ว เพราะปี 63 พลิกมีกำไรสุทธิ 210 ล้านบาท ต่อเนื่องปี 64 มีกำไรเติบโตเป็น 289 ล้านบาท และปี 65 กำไรทำสถิติสูงสุดที่ 667 ล้านบาท แต่ราคาหุ้นกลับไม่ตอบสนองขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่แถว 4-5 บาท ไม่สามารถขึ้นไปเหนือ 10 ได้อีกเลย
ธุรกิจของ TTCL เหมือนวนลูป หลังจากกำไรทำสถิติมักจะดรอปลงเสมอ เพราะปี 66 รายงานกำไรลดลงเหลือ 378 ล้านบาท ขณะที่ปี 67 พลิกขาดทุนอีกครั้งที่ 537 ล้านบาท และหนักสุดที่ปี 68 ขาดทุนมโหฬาร 6,200 ล้านบาท
แม้ตอนพลิกกลับมากำไรรอบปี 63-65 ราคาหุ้นก็ไม่ค่อยตอบสนอง แต่ตอนกำไรลดจนถึงพลิกขาดทุนช่วงเกือบ 3 ปีหลัง ราคาหุ้นตอบสยองได้ดีมาก เพราะลดลงต่อเนื่องจนหลุดต่ำกว่า 1 บาท เมื่อช่วงต้นปี 68 และก่อนถูกพักการซื้อขายรอบล่าสุดเหลือเพียง 0.15 บาท เท่านั้น
ทั้งนี้ ระหว่างการเดินทางของ TTCL เริ่มมีการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นใหญ่ช่วงปี 61 ซึ่งมีการขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด (PP) แก่ “Sojittz Coporation (Sojitz)” จำนวน 56 ล้านหุ้น ขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่แทน “Toyo Engineering Corporation (TEC)” (ส่วน ITD ปรากฏชื่อเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ครั้งสุดท้าย ณ วันปิดสมุด 29 ส.ค.59)
เท่ากับว่ากลุ่มผู้ก่อตั้งอย่าง “Toyo Engineering Corporation (TEC)” และ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ทยอยถอนตัวตั้งแต่ช่วงขาดทุนหนักรอบแรกแล้ว
หรือแม้แต่ “Sojittz Coporation (Sojitz)” ก็ไม่ปรากฏชื่อเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ด้วย (ครั้งสุดท้ายที่มีชื่อคือ วันปิดสมุด 19 มี.ค.64)
ตลท.เตือนระวังลงทุน
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้ผู้ลงทุนใช้ความระมัดระวังในการซื้อขายหลักทรัพย์ และโปรดศึกษาข้อมูลของแต่ละบริษัทโดยละเอียด เช่น ข่าวย้อนหลัง ฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน ความเห็นผู้สอบบัญชี ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ คณะกรรมการ เป็นต้น ตลอดจนความเสี่ยงและปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ลงทุน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้รวบรวมข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับข้อมูลงบการเงินพร้อมความเห็นผู้สอบบัญชีงวดล่าสุด และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1 One Report) ล่าสุด
Related Topics
Reported by

Sarapong Nuntivong
Senior News Editor, efinanceThai











