สรุป Earning Call :IRPC เร่งสร้างรายได้จากสินทรัพย์ ดึงพันธมิตรใช้พื้นที่-ลุยโซลาร์ฟาร์ม รับมือฮอร์มุซ จับตา Stock Loss ครึ่งปีหลัง

รูป สรุป Earning Call :IRPC เร่งสร้างรายได้จากสินทรัพย์ ดึงพันธมิตรใช้พื้นที่-ลุยโซลาร์ฟาร์ม รับมือฮอร์มุซ จับตา Stock Loss ครึ่งปีหลัง

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 พ.ค. 69 13:00 น.

IRPC เดินหน้าสร้างรายได้จากสินทรัพย์ ดึงพันธมิตรใช้พื้นที่ในระยอง-พัฒนาโซลาร์ฟาร์มสงขลา หวังสร้างรายได้ใหม่ รับมือความตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซ กระจายแหล่งน้ำมันดิบ-ตั้งศูนย์บริหารวิกฤต ยอมรับต้นทุนประกันเรือพุ่งแรง เสี่ยงกระทบ Stock Loss ช่วงครึ่งปีหลัง

นางสาวทอแสง ไชยประวัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบัญชีและการเงิน บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC เปิดเผยในงาน Earning Call ในวันนี้ว่า

บริษัทเดินหน้าสร้างรายได้จากสินทรัพย์ เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ใหม่ในระยะสั้น โดยมุ่งหาลูกค้าภายนอกเพิ่มเติม รวมถึงหาพันธมิตรเข้ามาร่วมพัฒนาธุรกิจในหลายรูปแบบ

พื้นที่ในเขตประกอบการ จ.ระยอง พยายามดึงพันธมิตรเข้ามาใช้พื้นที่ ทั้งในรูปแบบซื้อและเช่า สนับสนุนด้านสาธารณูปโภค เพื่อช่วยเพิ่มการใช้ประโยชน์สินทรัพย์และสร้างรายได้ต่อเนื่อง

ส่วนที่ดินนอกเขตประกอบการใน จ.สงขลา ปัจจุบันอยู่ระหว่างพัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์ม ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้และผลกำไรให้บริษัทได้ในอนาคต

แนวโน้มธุรกิจปิโตรเคมีในไตรมาส 2/2569 มอง Chemical Spread มีทิศทางปรับตัวดีขึ้น จากสถานการณ์ความตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซที่ส่งผลให้อุปทานปิโตรเคมีในตลาดโลกตึงตัว แต่ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น อาจทำให้การซื้อชะลอตัวลงบ้าง

แนวโน้มราคาน้ำมันดิบ หากสถานการณ์สงครามคลี่คลาย ราคาน้ำมันอาจปรับลดลง แต่ยังมีโอกาสยืนอยู่ในระดับสูงราว 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่หากความขัดแย้งยืดเยื้อ ราคาน้ำมันอาจปรับตัวสูงขึ้นอีก

บริษัทสามารถจัดหาน้ำมันดิบสำหรับเดือนกรกฎาคมได้แล้ว 70% และยังเดินหน้าหาแหล่งซัพพลายเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นน้ำมันดิบที่มีต้นทุนเหมาะสมและสอดคล้องกับกระบวนการผลิตของบริษัท

ประเมินว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อ จะส่งผลกระทบหลายด้าน ทั้งต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น แนวโน้ม Chemical Spread ที่อาจทยอยอ่อนตัวลงในช่วงครึ่งปีหลัง นอกจากนี้ หากราคาน้ำมันปรับลดลงจากระดับสูงในช่วงเริ่มต้นสงคราม อาจทำให้เกิดผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน (Stock Loss) ได้

แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 คาดว่า Margin ยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2569 แต่ยังต้องบริหารความเสี่ยงด้าน Stock Loss อย่างใกล้ชิด รวมถึงผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น

วางงบลงทุนระยะ 5 ปี (2569-2573) รวม 10,380 ล้านบาท ในปี 2569 คาดใช้งบลงทุน 3,000 ล้านบาท สำหรับโครงการต่อเนื่อง งบลงทุนดังกล่าวยังไม่รวมโครงการใหม่ที่อาจเสนอคณะกรรมการบริษัทพิจารณาเพิ่มเติม หากเป็นโครงการที่มีศักยภาพและให้ผลตอบแทนเหมาะสม

ขณะที่ต้นทุนค่าประกันการขนส่งน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากผลกระทบสงครามในตะวันออกกลาง โดยค่า War Premium ของเรือบรรทุกน้ำมันเพิ่มขึ้นกว่า 100 เท่า ส่งผลให้ต้นทุนดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างมาก

บริษัทมีแผนบริหารจัดการสต็อกน้ำมันอย่างรัดกุม โดยจะควบคุมระดับสินค้าคงคลังให้อยู่ในระดับเหมาะสม พร้อมเร่งผลิตและจำหน่ายสินค้าให้เร็วขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจาก Stock Loss

กลุ่มโรงกลั่นรับมือความตึงเครียด “ช่องแคบฮอร์มุซ” ตั้งศูนย์บริหารวิกฤต กระจายแหล่งน้ำมันดิบ-เสริมสภาพคล่อง

จากสถานการณ์ความตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซ บริษัทได้จัดตั้ง “ศูนย์บริหารวิกฤตและความต่อเนื่องทางธุรกิจ” เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมออกมาตรการลดผลกระทบในหลายด้าน

ด้านจัดหาน้ำมันดิบ ได้กระจายแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มเติม ทั้งจากมาเลเซีย สหรัฐฯ และแอฟริกา รวมถึงปรับแผนการใช้กำลังการผลิตให้เหมาะสม โดยในเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2569 มีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 95% ขณะที่เดือนมิถุนายนอยู่ที่ 81%

การบริหารผลิตภัณฑ์และลูกค้า ให้ความสำคัญกับการจัดสรรน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับใช้ในประเทศ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ ผ่านการลดการส่งออกผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี เพื่อรองรับความต้องการภายในประเทศ

ด้านสภาพคล่อง บริหารเงินทุนหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมจัดหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติม ทั้งเงินกู้ระยะสั้น ระยะยาว การออกหุ้นกู้

*** บล.เคจีไอ มองหั่นกำลังการผลิต กดกำไร Q2/69 อ่อนตัว

 

บล.เคจีไอ คงคำแนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 1.80 บาท ลดอัตราการกลั่นเดือนมิ.ย. เหลือ 81% จาก 95% ในเดือนเม.ย.-พ.ค. หลังข้อจำกัดคลังเก็บน้ำมันดีเซล คาดอัตราการกลั่น 2Q69 ลดลง 7% QoQ เหลือ 195 KBD หากคงกำลังการผลิต 81% ทั้งปี อาจกระทบกำไรสุทธิปี 69 ราว 800 ล้านบาท

 

มองกำไร 2Q69 ลดลงแรง QoQ หลังไม่มี Stock Gain ก้อนใหญ่เหมือน 1Q69 ยังมอง Market GRM แข็งแกร่ง จาก Spread น้ำมันและปิโตรเคมีฟื้นตัว ปัจจัยกดดันเพิ่ม ได้แก่ ค่าระวางเรือ ต้นทุน Crude Premium และการแทรกแซงราคาดีเซล

 

*** บล.ทิสโก้ กังวลข้อจำกัดคลังเก็บ กดกำลังการผลิต

 

บล.ทิสโก้ แนะนำ “ถือ” มูลค่าพื้นฐาน 1.88 บาท มองภาพรวมประชุมนักวิเคราะห์ “เป็นกลาง” แต่มีปัจจัยลบเล็กน้อย ผู้บริหารคาด Utilization Rate เม.ย.-พ.ค. อยู่ที่ 95% ก่อนลดเหลือ 81% ในเดือนมิ.ย.เหตุหลักมาจากข้อจำกัดด้านคลังเก็บ และมาตรการรัฐจำกัดการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป

 

แม้เริ่มผ่อนคลายส่งออกน้ำมันเครื่องบินไปเวียดนาม-ฟิลิปปินส์ แต่ยังไม่ช่วยคลายข้อจำกัดมากนัก มอง IRPC พร้อมเพิ่มกำลังการผลิต หากนโยบายส่งออกมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

 

บล.กรุงศรี มองปิโตรเคมีฟื้น หนุนระยะยาวจากสินค้า HVA

 

บล.กรุงศรี ปรับคำแนะนำลงเป็น “Neutral” ราคาเป้าหมาย 2.10 บาท มองราคาหุ้นปรับขึ้นสะท้อนการฟื้นตัวปิโตรเคมีไปมากแล้ว ได้แรงหนุนจาก Supply Disruption ตะวันออกกลาง ทำให้ส่วนต่างปิโตรเคมีฟื้นตัว มอง IRPC แข่งขันระยะยาวได้ดีจากสินค้า HVA

 

คาดได้อานิสงส์จากดีมานด์กลุ่ม AI และ Data Center ที่หนุนลูกค้าอิเล็กทรอนิกส์ มองธุรกิจปิโตรเคมีเข้าสู่วงจรฟื้นตัว และพลิกมีกำไรต่อเนื่องในช่วงปี 2026-2028 ยังมี Upside จากแผน Asset Monetization

 

บล.บัวหลวง คาดกำไรหลัก Q2 แข็งแกร่ง แต่ครึ่งปีหลังเริ่มอ่อนตัว

 

บล.บัวหลวง มอง Spread ปิโตรเคมี 2Q-3Q26 ยังทรงตัวสูง จากภาวะอุปทานตึงตัว บริษัทเดินหน้าลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ คาดหนุน EBITDA เพิ่มราว 2,100 ล้านบาทปีนี้

 

มองกำไรหลัก 2Q26 แข็งแกร่ง และการอนุมัติส่งออกน้ำมันเครื่องบินเป็น Sentiment บวกต่อหุ้นระยะสั้น อย่างไรก็ตาม คาดผลประกอบการ 2H26 อ่อนตัวลง อาจกดดันราคาหุ้นในระยะถัดไป

 

อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news


Related Topics

Reported by

Jumnian Porntaveesup

Jumnian Porntaveesup

Senior Reporter, efinanceThai