| ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ร่วมประกาศจุดยืนสนับสนุนการเดินเรืออย่างเสรีในช่องแคบฮอร์มุซระหว่างการประชุมสุดยอด ณ กรุงปักกิ่ง ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่ความขัดแย้งยังตึงเครียดหลังมีการยึดเรือและโจมตีพลเรือนด้วยโดรนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ เผยความสำเร็จในการทำลายศักยภาพทางทหารของอิหร่านได้เกือบทั้งหมด ด้าน IMF ออกโรงเตือนถึงความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกอาจเข้าสู่สภาวะถดถอยหากความขัดแย้งยืดเยื้อนาน สถานการณ์ทางทะเลและการโจมตีในภูมิภาค - การยึดเรือและการโจมตี: หน่วยงานการเดินเรือของสหราชอาณาจักรรายงานว่า มีเรือลำหนึ่งถูกกลุ่มไม่ทราบฝ่ายยึดไปบริเวณชายฝั่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ และกำลังมุ่งหน้าสู่เขตน่านน้ำอิหร่าน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากเรือติดธงอินเดียถูกโจมตีบริเวณชายฝั่งโอมาน ซึ่งทางการโอมานได้เข้าช่วยเหลือลูกเรือชาวอินเดียทั้งหมดจนปลอดภัยแล้ว
- การสอบสวนของเกาหลีใต้: ทางการเกาหลีใต้ส่งทีมเทคนิคไปยังดูไบเพื่อสอบสวนเหตุโจมตีเรือขนส่งสินค้า "Namu" ของบริษัท HMM ซึ่งถูกขีปนาวุธไม่ทราบฝ่าย จนเกิดรอยแยกขนาดใหญ่บริเวณท้ายเรือเมื่อวันที่ 4 พ.ค.
- สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ: รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านระบุว่าช่องแคบยังคงเปิดให้เรือพาณิชย์ผ่านได้ตามปกติ แต่ต้องให้ความร่วมมือกับกองทัพเรืออิหร่าน พร้อมตำหนิว่าการปิดกั้นที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของสหรัฐฯ ขณะที่มีรายงานว่าอิหร่านเริ่มอนุญาตให้เรือของจีนบางลำผ่านช่องแคบได้หลังมีการเจรจากัน
การประชุมสุดยอดระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ปักกิ่ง - ข้อตกลงสำคัญ: ประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เห็นพ้องตรงกันว่าช่องแคบฮอร์มุซต้องเปิดอยู่เสมอ และอิหร่านต้องไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
- ท่าทีของจีน: ทรัมป์เปิดเผยว่าสี จิ้นผิง แสดงความประสงค์ที่จะช่วยประสานให้เกิดข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน เนื่องจากจีนเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่มีความสัมพันธ์กับอิหร่าน
- การปฏิเสธความช่วยเหลือ: มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่าสหรัฐฯ ไม่ได้ขอให้จีนช่วยในเรื่องอิหร่าน และย้ำว่าสหรัฐฯ จะไม่ยอมรับระบบการจัดเก็บค่าผ่านทางหรือการวางทุ่นระเบิดในน่านน้ำสากลโดยอิหร่านอย่างเด็ดขาด
ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและเลบานอน - การโจมตีด้วยโดรน: กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ส่งโดรนโจมตีพื้นที่ในอิสราเอล ส่งผลให้มีพลเรือนบาดเจ็บ 3 ราย (สาหัส 2 ราย) ซึ่งถือเป็นเหตุที่มีพลเรือนบาดเจ็บครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มมีการหยุดยิงภายใต้การผลักดันของสหรัฐฯ
- การเจรจาสันติภาพ: ผู้แทนอิสราเอลและเลบานอนเริ่มการเจรจารอบใหม่ที่วอชิงตัน ท่ามกลางสถานการณ์การหยุดยิงที่กำลังจะสิ้นสุดลงในวันอาทิตย์นี้ โดยกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังคงประกาศปฏิเสธไม่ยอมรับการเจรจาดังกล่าว
รายงานจากกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) - ความสำเร็จทางการทหาร: พลเรือเอก แบรด คูเปอร์ ระบุว่าปฏิบัติการ "Operation Epic Fury" สามารถทำลายศักยภาพทางทหารของอิหร่านได้ตามเป้าหมาย โดยทำลายทุ่นระเบิดเรือไปได้กว่า 90% และอิหร่านเหลือโดรนเพียง 10% เท่านั้น
- การตัดช่องทางสนับสนุน: CENTCOM ยืนยันว่าปัจจุบันกลุ่มฮามาส, ฮิซบอลเลาะห์ และกบฏฮูตี ถูกตัดขาดจากแหล่งส่งกำลังอาวุธและการสนับสนุนจากอิหร่านโดยสิ้นเชิงแล้ว
- การปรับเปลี่ยนยุทโธปกรณ์: สหรัฐฯ เริ่มเปลี่ยนมาใช้อาวุธราคาประหยัดแทนขีปนาวุธราคาแพงในการยิงทำลายโดรนของอิหร่าน เพื่อรักษาสต็อกอาวุธสมรรถนะสูงเอาไว้
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและมติในสภาสหรัฐฯ - คำเตือนจาก IMF: กองทุนการเงินระหว่างประเทศเตือนว่าสงครามที่ยืดเยื้ออาจทำให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่สภาวะ เลวร้าย ซึ่งจะทำให้อัตราการเติบโตลดลงเหลือ 2.5% และส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อทั่วโลก
- สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ: สมาชิกสภาฯ ลงมติขัดขวางร่างมติที่จะจำกัดอำนาจการทำสงครามของประธานาธิบดีทรัมป์เป็นครั้งที่ 3 ด้วยคะแนนเสียงกึ่งหนึ่ง 212-212 ทำให้ทรัมป์ยังคงมีอำนาจสั่งการทางการทหารในอิหร่านต่อไป
ที่มา CBS News |