| โบรกฯ ประเมินรัฐบาลเตรียมดันโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" เข้าที่ประชุม ครม. ภายในวันนี้ หนุนครอบคลุมประชาชน 43 ล้านคน พร้อมเปิดโผ 4 กลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์จากโครงการคนละครึ่ง บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ว่าคาดว่าในการประชุม ครม. วันที่ 19 พ.ค.69 จะสามารถเสนอให้มีการพิจารณาโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ซึ่งจะครอบคลุมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” และโครงการเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ เบื้องต้นคาดว่าจะครอบคลุมประชาชน 25-30 ล้านคน พร้อมอุ้มกลุ่มเปราะบางอีก 13 ล้านคน รวมทั้งสิ้น 43 ล้านคน โดยรายละเอียดดังนี้ สำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” แบ่งโครงการเป็น 2 ระยะ เพื่อความต่อเนื่องในการกระตุ้นกาลังซื้อ แบ่งเป็น เฟสที่ 1 เดือน มิ.ย.-ก.ค. ให้วงเงินรวม 2,000 บาท นาน 2 เดือน แบ่งเป็นเดือนละ 1,000 บาท ผู้ที่ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง รัฐบาลจะออกให้ 60% ประชาชนออก 40% ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ใช้ข้อมูลเดิม ประมาณ 13.25 ล้านคน) จากเดิมได้รับ 300 บาท รับเพิ่มอีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 2 เดือน โดยไม่มีเงื่อนไขการสมทบเงินใดๆ สามารถใช้จ่ายได้ทันที เฟสที่ 2 เดือน ส.ค.-ก.ย. ให้วงเงินรวม 2,000 บาท นาน 2 เดือน แบ่งเป็นเดือนละ 1,000 บาท ผู้ที่อยู่ในโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” จะได้รับต่อเนื่องอีกเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 2 เดือน รวม 2,000 บาท ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะมีการตรวจสอบสิทธิและต้องผ่านหลักเกณฑ์จากการลงทะเบียนใหม่ว่าเป็นผู้มีรายได้น้อยกว่า 100,000 บาทต่อปี ถึงจะได้รับเงินตามสิทธิเดือนละ 300 บาทและรัฐเพิ่มพิเศษให้อีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท เป็นเวลา 2 เดือน รวม 2,000 บาท แต่หากไม่ผ่านเกณฑ์ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สิทธิจะถูกปรับให้เหมือนบุคคลทั่วไป ที่ใช้จ่ายคนละครึ่ง ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ช่องทางการใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง"เปิดลงทะเบียน 25 พ.ค.69 และเริ่มใช้จ่ายภายใน 1 มิ.ย.69 หุ้นที่ได้ประโยชน์จากโครงการคนละครึ่งเข้า ครม. วันนี้ ทั้งนี้ บล.ดาโอ มีมุมมองเป็นบวกมากขึ้นต่อมาตรการ “คนละครึ่งพลัส” โดยไทม์ไลน์มีความชัดเจนมากขึ้น โดยหุ้นได้รับประโยชน์แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้ 1.กลุ่มค้าปลีก ได้แก่ CPAXT (ซื้อ/เป้า 19.00 บาท), BJC (ซื้อ/เป้า 17.00 บาท),TNP (consensus 3.60 บาท) ได้รับประโยชน์มากสุดเนื่องจากร้านTraditional Trade ซึ่งเป็นจุดหมายหลักในการใช้คนละครึ่งพลัส ซื้อสินค้าจากที่นี่ 2.กลุ่ม food & beverage ซึ่งได้รับประโยชน์จากการบริโภคในประเทศที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ CBG (ถือ/เป้า 40.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic branded own 37% ของรายได้รวม, OSP (ซื้อ/เป้า 20.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic beverage 57% ของรายได้รวม, SAPPE (ถือ/เป้า 30.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic ที่ 31% ของรายได้รวม, ICHI (consensus 14.60 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic 90% ของรายได้รวม และ SNNP (ถือ/เป้า 6.20 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic 81% ของรายได้รวม โดยเป็น MT 65% และ TT 35% 3. กลุ่มสินค้าอุปโภค ได้แก่ NEO (ถือ/เป้า 18.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic 92% ของรายได้รวม, OSP (ซื้อ/เป้า 20.00 บาท) สัดส่วนรายได้ domestic ประมาณ 11% ของรายได้รวม 4.กลุ่ม Ground Transport ได้แก่ BEM (ซื้อ/เป้า 9.00 บาท) และ BTS (ถือ/เป้า 3.00บาท) ได้อานิสงส์จากโอกาส ridership ปรับตัวสูงขึ้น |