| เจมี ไดมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ JPMorgan Chase เตือนว่า ระดับหนี้สาธารณะที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลกอาจนำไปสู่วิกฤตในตลาดพันธบัตร แนะผู้กำหนดนโยบายเร่งแก้ก่อนถูกบีบตามกลไกตลาด "หากสถานการณ์ยังคงดำเนินต่อไปในทิศทางนี้ ตลาดพันธบัตรจะเกิดวิกฤตในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งอย่างแน่นอน และเมื่อถึงเวลานั้นเราต้องหาทางรับมือกับมัน" ไดมอนแสดงความเห็นดังกล่าวในงานสัมมนา ซึ่งจัดโดยกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของนอร์เวย์ แม้จะมั่นใจว่าท้ายที่สุดแล้ว จะสามารถจัดการกับวิกฤตได้ แต่ไดมอนย้ำว่า สิ่งที่ควรทำคือ การชิงจัดการปัญหาตั้งแต่เนิ่น ๆ แทนที่จะปล่อยให้วิกฤตเกิดขึ้นแล้วค่อยตามแก้ ซีอีโอ JPMorgan Chase ระบุว่า ประวัติศาสตร์ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ในปัจจุบันอาจผสมโรงพร้อมกันในรูปแบบที่ยากจะคาดเดา แม้จะยังไม่ทราบช่วงเวลาที่แน่ชัด แต่การเพิกเฉยต่อแรงกดดันเหล่านี้จะยิ่งเพิ่มโอกาสนำไปสู่การปรับตัวผ่านความรุนแรง แทนที่จะเป็นการปรับเปลี่ยนตามแผนนโยบายที่วางไว้ ประวัติศาสตร์สอนเราว่า ปัญหาหลายอย่างในตอนนี้อาจจะรุมเร้าเข้ามาพร้อมกันในแบบที่ยากจะคาดเดา แม้จะบอกไม่ได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่ถ้าไม่รีบแก้ตอนนี้ สุดท้ายตลาดจะถูกบีบให้ต้องปรับตัวผ่านวิกฤตที่รุนแรง แทนที่จะเป็นการแก้ปัญหาไปตามแผน “ตอนนี้มีเรื่องที่น่ากังวลสะสมมากอยู่แล้ว ทั้งเรื่องความขัดแย้งระหว่างประเทศ ราคาน้ำมัน และการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาล ปัจจัยเหล่านี้อาจคลี่คลายลงหรืออาจจะไม่ก็ได้ ซึ่งเดาไม่ออกเลยว่าถ้าปัจจัยที่ว่ามานี้เกิดขึ้นพร้อมกัน มันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ขึ้นมา" ไดมอนกล่าว ทั้งนี้ วิกฤตพันธบัตรมักหมายถึง การที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (ยีลด์) พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน ขณะที่ตลาดขาดสภาพคล่อง เมื่อนักลงทุนพากันเทขายในขณะที่ไม่มีผู้ซื้อ ซึ่งในช่วงเวลานี้เช่นนี้ ธนาคารกลางต้องเข้ามาแทรกแซงในฐานะผู้รับซื้อแหล่งสุดท้าย เช่นกรณีวิกฤตพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษ เมื่อปี 2022 ที่ธนาคารกลางอังกฤษต้องเข้าพยุงตลาดเพื่อรักษาเสถียรภาพตลาด ที่มา CNBC |