บลจ.กสิกรไทย ชวนลงทุน K-WealthPLUS Series รับตลาดหุ้นโลกฟื้นหลังสงครามพักรบ

รูป บลจ.กสิกรไทย ชวนลงทุน K-WealthPLUS Series รับตลาดหุ้นโลกฟื้นหลังสงครามพักรบ

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 เม.ย. 69 11:16 น.

บลจ.กสิกรไทย เผยตลาดหุ้นโลกเริ่มฟื้นตัวหลังสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน บรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว ช่องแคบฮอร์มุซมีแนวโน้มเปิดใช้งานในอีก 2 สัปดาห์ ดันราคาน้ำมันเบรนท์ต่ำกว่า 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ตลาด Emerging Markets และหุ้นเอเชียได้รับประโยชน์โดยตรง พร้อมชูกองทุนกลุ่ม K-WealthPLUS Series ที่ปรับพอร์ตรับการฟื้นตัวของตลาดหุ้นโลก เพิ่มน้ำหนักหุ้นเทคโนโลยีเอเชีย และปัจจุบันลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียราว 25% ของพอร์ตหุ้นทั้งหมด แนะนำลงทุนต่อเนื่องเพื่อรับโอกาสการเติบโตระยะยาว

นายวจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์ CFA, กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นโลกกลับมาฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ ภายหลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย จากการที่สหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ตกลงหยุดยิงชั่วคราว ซึ่งสะท้อนพัฒนาการเชิงบวกของการเจรจาทางการทูตที่ยังดำเนินอยู่ ควบคู่กับแนวโน้มการกลับมาเปิดใช้งานช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ความกังวลด้านอุปทานพลังงานของตลาดโลกผ่อนคลายลง

ทั้งนี้ พัฒนาการดังกล่าวหนุนบรรยากาศการลงทุนในตลาดการเงินโลก โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลงจากระดับสูงสุดก่อนหน้า เคลื่อนไหวต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ตลาดหุ้นโลกและตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง สะท้อนการลดลงของความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ราว 4.2% ตามทิศทางความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่ลดลงในภาวะที่บรรยากาศการลงทุนผ่อนคลายมากขึ้น

นายวจนะกล่าวต่อไปว่า การกลับมาเปิดใช้งานช่องแคบฮอร์มุซในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สะท้อนโอกาสที่ระบบขนส่งน้ำมันโลกจะเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานและเงินเฟ้อในหลายประเทศ นอกจากนี้ เมื่อความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งผ่อนคลายลง ตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (Emerging Markets) มีแนวโน้มให้ผลตอบแทนดีกว่าตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว เนื่องจากได้รับประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลง ขณะที่แนวโน้มการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนในภูมิภาคเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) ยังคงแข็งแกร่ง โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์กำไรต่อหุ้นในปี 2569 จะเติบโตประมาณ 34% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569)

สำหรับตลาดหุ้นไทย ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงช่วยลดต้นทุนภาคธุรกิจและภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค เอื้อต่อการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ และเพิ่มโอกาสในการเห็นเงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย โดยกลุ่มที่มีแนวโน้มได้รับประโยชน์ ได้แก่ ธุรกิจท่องเที่ยว สายการบิน ขนส่ง และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคและเศรษฐกิจภายในประเทศ

นายวจนะกล่าวเพิ่มเติมว่า ภายใต้บริบทดังกล่าว กองทุนในกลุ่ม K-WealthPLUS Series ได้มีการปรับพอร์ตเพื่อเตรียมพร้อมรับโอกาสจากการที่ตลาดโลกฟื้นตัว โดยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเอเชียตั้งแต่เริ่มเกิดความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง และปัจจุบันได้จัดสรรการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียในสัดส่วนประมาณ 25% ของพอร์ต ซึ่งจะได้รับผลประโยชน์จากการฟื้นตัวของตลาดในครั้งนี้ (ที่มา: บลจ.กสิกรไทย ณ วันที่ 30 มี.ค. 69) 

ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย ยังคงแนะนำให้ผู้ลงทุนทยอยลงทุนผ่านกองทุน K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP และ K-WPULTIMATE เป็นพอร์ตหลัก (Core Portfolio) โดยกองทุนมีความโดดเด่นในเรื่องความมีเสถียรภาพของพอร์ตการลงทุนที่ช่วยลดความผันผวนและไม่แกว่งตัวตามสภาวะตลาดโลกในลักษณะที่รุนแรง พร้อมเน้นย้ำผู้ลงทุนควรให้ความสำคัญต่อการลงทุนอย่างต่อเนื่อง (Stay Invested) เนื่องจากการคาดการณ์จังหวะตลาดในระยะสั้นทำได้ยาก โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตของเงินลงทุนอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน


Editing by

ชุติมา มุสิกะเจริญ

ชุติมา มุสิกะเจริญ