8 Apr 2026 15:27STI Group ประกาศยุทธศาสตร์ปี 2569 ขับเคลื่อน ‘STI Safety Framework’ ผสาน ‘AI Transformation’ มุ่งสร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการที่ปรึกษาวิศวกรรมด้วยคุณภาพบุคลากรSTI Group ประกาศยุทธศาสตร์ปี 2569 ขับเคลื่อน ‘STI Safety Framework’ ผสาน ‘AI Transformation’ มุ่งสร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการที่ปรึกษาวิศวกรรมด้วยคุณภาพบุคลากรTranslatestar_borderModal Upgrade PackageefinAI สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -8 เม.ย. 69 15:27 น. STI Group ประกาศยุทธศาสตร์ปี 2569 ขับเคลื่อน ‘STI Safety Framework’ ผสาน ‘AI Transformation’ มุ่งสร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการที่ปรึกษาวิศวกรรมด้วยคุณภาพบุคลากรกลุ่มบริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI Group ผู้นำในกลุ่มธุรกิจวิศวกรที่ปรึกษาบริหารและควบคุมงานก่อสร้างครบวงจร เดินหน้าประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ในงานประชุม Town Hall ประจำปี ณ STI Academy พร้อมการสื่อสารผ่านระบบออนไลน์อย่างทั่วถึง โดยมุ่งเน้นการยกระดับองค์กรสู่ความยั่งยืนผ่านการบูรณาการเทคโนโลยีและมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเป็นหัวใจสำคัญนายสมเกียรติ ศิลวัฒนาวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ ร่วมกับ นายไพรัช เล้าประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจก. สโตนเฮ้นจ์ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ได้ร่วมกันแถลงยุทธศาสตร์การดำเนินงาน โดยให้ความสำคัญกับการตอกย้ำจุดยืนที่ว่า “ธุรกิจที่ปรึกษาวัดกันที่คุณภาพคน” ซึ่งในปีนี้ STI Group จะยกระดับมาตรฐานการทำงานเชิงรุกผ่านนโยบาย “STI Safety Framework” เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้ฝังรากลึกในทุกกระบวนการปฏิบัติงาน มุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพันธมิตรและสังคมว่าทุกโครงการภายใต้การดูแลของบริษัทจะมีความปลอดภัยสูงสุดเป็นสำคัญนอกจากด้านความปลอดภัยแล้ว STI Group ยังได้เดินหน้าขับเคลื่อน “AI Transformation” อย่างเต็มรูปแบบ โดยมุ่งปรับทัศนคติ (Mindset) ของวิศวกร สถาปนิก และบุคลากรทุกส่วนงานให้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์ข้อมูล ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยกลยุทธ์ดังกล่าวจะถูกนำไปปฏิบัติจริงในทุกสายงานหลัก ทั้งด้านงานออกแบบสถาปัตยกรรม งานออกแบบวิศวกรรม และงานบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง เพื่อส่งมอบผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแก่ลูกค้าคณะผู้บริหาร STI Group เชื่อมั่นว่าการผสานความแข็งแกร่งระหว่างมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดเข้ากับนวัตกรรมที่ล้ำสมัย จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้บริษัทเติบโตอย่างมั่นคงในปี 2569 พร้อมสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการส่งมอบบริการที่ได้มาตรฐานสากล ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาบุคลากรให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน efinAIRelated Topicsข่าวเด็ดบจ.
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -8 เม.ย. 69 15:27 น. STI Group ประกาศยุทธศาสตร์ปี 2569 ขับเคลื่อน ‘STI Safety Framework’ ผสาน ‘AI Transformation’ มุ่งสร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการที่ปรึกษาวิศวกรรมด้วยคุณภาพบุคลากรกลุ่มบริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI Group ผู้นำในกลุ่มธุรกิจวิศวกรที่ปรึกษาบริหารและควบคุมงานก่อสร้างครบวงจร เดินหน้าประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ในงานประชุม Town Hall ประจำปี ณ STI Academy พร้อมการสื่อสารผ่านระบบออนไลน์อย่างทั่วถึง โดยมุ่งเน้นการยกระดับองค์กรสู่ความยั่งยืนผ่านการบูรณาการเทคโนโลยีและมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเป็นหัวใจสำคัญนายสมเกียรติ ศิลวัฒนาวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ ร่วมกับ นายไพรัช เล้าประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจก. สโตนเฮ้นจ์ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ได้ร่วมกันแถลงยุทธศาสตร์การดำเนินงาน โดยให้ความสำคัญกับการตอกย้ำจุดยืนที่ว่า “ธุรกิจที่ปรึกษาวัดกันที่คุณภาพคน” ซึ่งในปีนี้ STI Group จะยกระดับมาตรฐานการทำงานเชิงรุกผ่านนโยบาย “STI Safety Framework” เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้ฝังรากลึกในทุกกระบวนการปฏิบัติงาน มุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพันธมิตรและสังคมว่าทุกโครงการภายใต้การดูแลของบริษัทจะมีความปลอดภัยสูงสุดเป็นสำคัญนอกจากด้านความปลอดภัยแล้ว STI Group ยังได้เดินหน้าขับเคลื่อน “AI Transformation” อย่างเต็มรูปแบบ โดยมุ่งปรับทัศนคติ (Mindset) ของวิศวกร สถาปนิก และบุคลากรทุกส่วนงานให้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์ข้อมูล ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยกลยุทธ์ดังกล่าวจะถูกนำไปปฏิบัติจริงในทุกสายงานหลัก ทั้งด้านงานออกแบบสถาปัตยกรรม งานออกแบบวิศวกรรม และงานบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง เพื่อส่งมอบผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแก่ลูกค้าคณะผู้บริหาร STI Group เชื่อมั่นว่าการผสานความแข็งแกร่งระหว่างมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดเข้ากับนวัตกรรมที่ล้ำสมัย จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้บริษัทเติบโตอย่างมั่นคงในปี 2569 พร้อมสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการส่งมอบบริการที่ได้มาตรฐานสากล ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาบุคลากรให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน