เปิดมุมมองโบรกฯ รัฐกดค่าการกลั่น ฉุดกำไรโรงกลั่น–กระทบหุ้นพลังงานระยะสั้น แค่ไหน

รูป เปิดมุมมองโบรกฯ รัฐกดค่าการกลั่น ฉุดกำไรโรงกลั่น–กระทบหุ้นพลังงานระยะสั้น แค่ไหน

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 เม.ย. 69 10:08 น.

โบรกฯ ชี้มาตรการปรับลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นและราคาดีเซล สร้างแรงกดดันต่อกลุ่มโรงกลั่นในระยะสั้น มองผลกระทบหลากหลาย ทั้งเตือนความเสี่ยงกำไรลดลงแรงจากการแทรกแซงราคา และชี้ตลาดรับรู้ไปพอสมควร ยังมีปัจจัยหนุนจากค่าการกลั่นที่แข็งแกร่ง

คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (EPPO) มีมติปรับลดราคา ณ โรงกลั่น (ex-refinery price) สำหรับน้ำมันดีเซล B7 และ B20 จากเดิม 2.00 บาท/ลิตร เป็น 5.00 บาท/ลิตร ในช่วง 24 เม.ย.–9 พ.ค. 2569 และจะปรับลดเหลือ 3.00 บาท/ลิตร ในช่วง 10–19 พ.ค. 2569

คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (OFFO) มีมติปรับลดราคาดีเซลลง 1.50 บาท/ลิตร เหลือ 40.20 บาท/ลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย. 2569

*** บล.ดาโอ มองความเสี่ยงด้านนโยบาย กดดันโรงกลั่น แต่ค่าการกลั่นยังหนุนกำไร

บล.ดาโอ (ประเทศไทย) มีมุมมองเชิงลบต่อธุรกิจโรงกลั่น จากความเสี่ยงด้านนโยบายที่เพิ่มขึ้นจากการแทรกแซงราคา แต่ยังมองบวกต่อแนวโน้มค่าการกลั่น (crack spread) ที่แข็งแกร่ง จากภาวะอุปทานตึงตัว หลังการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

คาดผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของกลุ่มโรงกลั่นจะออกมาแข็งแกร่ง จากค่าการกลั่นที่สูงขึ้น และโอกาสรับรู้กำไรจากสต๊อกน้ำมัน

ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มพลังงาน “เท่ากับตลาด” แนะนำหลีกเลี่ยงหุ้นโรงกลั่นในระยะสั้น โดยหุ้นใน coverage ได้แก่ TOP (ซื้อ/เป้า 50 บาท), BCP (ซื้อ/เป้า 40 บาท) และ SPRC (ถือ/เป้า 7.50 บาท)

*** บล.ฟินันเซียฯ ชี้ มาตรการกดกำไรระยะสั้น แต่เชื่อผลกระทบจำกัด

บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองว่าการลดราคาหน้าโรงกลั่นดีเซล 2–5 บาท/ลิตร จะกระทบกำไรและกระแสเงินสดของโรงกลั่นในระยะสั้น

ประเมินว่ามาตรการดังกล่าวมีลักษณะชั่วคราว และผลกระทบยังจำกัด เนื่องจากในภาวะราคาน้ำมันขาลง ค่าการกลั่นจะปรับลดตามกลไกตลาด ทำให้โอกาสแทรกแซงลดลง

อีกทั้ง หากการควบคุมราคาทำให้โรงกลั่นขาดทุน อาจนำไปสู่การลดกำลังผลิตหรือหยุดเดินเครื่อง ซึ่งเสี่ยงทำให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน

จึงคาดว่าภาครัฐจะใช้นโยบายอย่างระมัดระวัง และหุ้นกลุ่มโรงกลั่นยังมีแนวโน้มถูกกดดันในระยะสั้น จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ

*** บล.ยูโอบี ชี้โรงกลั่น–โรงไฟฟ้าถูกกดดัน แต่มองเป็นจังหวะสะสม

บล.ยูโอบี เคย์เฮียน ระบุ มติ กบน. ที่ให้ปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นเป็น 5 บาท/ลิตร ในช่วง 24 เม.ย.–9 พ.ค. และลดลงเหลือ 3 บาท/ลิตร ในช่วง 10–19 พ.ค. แม้จะกดดันกลุ่มโรงกลั่นในระยะสั้น แต่ตลาดรับรู้ปัจจัยลบไปมากแล้ว

อีกทั้งระดับการลดราคายังต่ำกว่าที่ตลาดเคยกังวล (สูงสุด 8 บาท/ลิตร) จึงมองเป็น “โอกาสเข้าซื้อ” หุ้นอย่าง TOP และ PTTGC

กลุ่มโรงไฟฟ้า มีความเสี่ยงจากแนวคิดปรับโครงสร้างค่าไฟแบบขั้นบันได (ใช้มากจ่ายแพง) นโยบายภาครัฐที่สนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ โดยเฉพาะผู้ใช้ไฟเกิน 200 หน่วย รวมถึงแผนผลักดันโซลาร์ในหน่วยงานรัฐทั่วประเทศ จะเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นพลังงานทดแทนในระยะถัดไป

*** บล.ดีบีเอสฯ ชี้กำไรโรงกลั่นเสี่ยงหดตัวแรง จากการแทรกแซงราคา

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส มองการที่ กบง.มีมติให้ลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น 5 บาท/ลิตร ในช่วงแรก และ 3 บาท/ลิตรในช่วงถัดไป จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อกลุ่มโรงกลั่นอย่างมีนัยสำคัญ

คาดกำไรปี 2569 ของกลุ่มอาจปรับลดลง 16–58% โดย BCP จะได้รับผลกระทบมากที่สุดในเชิงมูลค่า ขณะที่ PTTGC ได้รับผลกระทบน้อยกว่า เนื่องจากมีสัดส่วนธุรกิจปิโตรเคมีเป็นหลัก

ประเมินกำไรไตรมาส 2/2569 ของกลุ่มโรงกลั่นมีความเสี่ยงลดลงราว 1.4–2.8 พันล้านบาท จากแรงกดดันของมาตรการดังกล่าว


Related Topics

Reported by

Jumnian Porntaveesup

Jumnian Porntaveesup

Senior Reporter, efinanceThai