ประธานตลท. ย้ำ หุ้นไทยกลับมารีบาวด์ หลังปันผลเฉลี่ย 4% ดึงดูดนักลงทุน

รูป ประธานตลท. ย้ำ หุ้นไทยกลับมารีบาวด์ หลังปันผลเฉลี่ย 4% ดึงดูดนักลงทุน

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 มี.ค. 69 17:34 น.

 

 

"กิตติพงศ์" ประธานตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้ หุ้นไทยกลับมารีบาวด์ เผยผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ย้ำพื้นฐานยังแกร่ง บจ.ไทยปันผลเฉลี่ย 4% ดึงดูดนักลงทุนเข้ามาในตลาด ส่วนผลกระทบราคาน้ำมัน ต้นทุน ขาดแคลนวัตถุดิบ สะท้อนกลไกตลาด ผู้ประกอบการพร้อมปรับตัวลดต้นทุน หาซัพพลายเชนใหม่

 

ศาสตราจารย์พิเศษ กิตติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยในงาน วารสารการเงินธนาคาร สัมมนา “The Successor : Sustaining Family Business” ภายใต้หัวข้อ “Beyond Legacy สานต่อธุรกิจ ส่งต่อคุณค่าสู่ความยั่งยืน” โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้


- ผลกระทบตลาดทุนภายหลังจากสงครามความขัดแย้งในตะวันออกกลางว่า บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดทุนไทยมีโครงสร้างที่ดี มีโอกาสกำลังกลับมาดีดตัวสูงขึ้น (Rebound) หลังจากข้ามผ่านจุดที่ร่วงหนักที่สุดไปแล้ว


- ที่ผ่านมามีผลดำเนินการที่ดี มีการจ่ายเงินปันผลเฉลี่ย 4% และบางองค์กรสูงถึง 7% ถือเป็นอัตราที่ดีที่สุดในภูมิภาค สะท้อนให้เห็นถึงบริษัทจดทะเบียนมีพื้นฐานดี และยังมีความน่าสนใจ สามารถดึงดูดให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในตลาดทุนไทย


"บริษัทจดทะเบียนไทยยังมีโอกาส และน่าสนใจ หลังจากนักลงทุนค่อยๆ วิเคราะห์ข้อมูล จึงอย่าไปตื่นตระหนก (Panic) และขายกระจาย ขายแยก เพราะมีผลดำเนินการ (Performance) ที่ดี อย่างน้อยปันผลเฉลี่ย 4% ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยดูขึ้นแรงกว่าปกติ เพราะได้ผ่านจุดที่ลดไปถึงจุดที่ต่ำมาก จึงทำให้ขึ้นมาสูงกว่าปกติ แต่เป็นผลมาจากพื้นฐานยังดี" ศาสตราจารย์พิเศษ กิตติพงศ์กล่าว


- ผลกระทบจากวิกฤติราคาน้ำมัน เชื่อว่าทุกบริษัทจะสามารถปรับตัวรับกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยการหาทางลดต้นทุน โดยการมองหาแหล่งวัตถุดิบ หรือซัพพลายเชนใหม่ และวิกฤติราคาน้ำมันโครงสร้างธุรกิจได้เตรียมพร้อมในการปรับตัว โดยเฉพาะธุรกิจส่งออก ได้มองหาแหล่งซัพพลายเชนใหม่


- พร้อมกันกับหาวิธีการลดต้นทุน และแสวงหาโอกาสท่ามกลางวิกฤติ เช่น กลุ่มธุรกิจอาหาร ยังมีความต้องการ ส่วนธุรกิจที่มีปัญหาได้รับผลกระทบพร้อมกันคือกลุ่มบรรจุภัณฑ์ (Packaging) และการขนส่ง เป็นสิ่งที่ทุกบริษัทต้องวางแผนรับมือความเสี่ยง


- สำหรับผลกระทบจากราคาน้ำมันและมาตรการรัฐที่ปล่อยให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น ถือเป็นผลกระทบที่สะท้อนตามความเป็นจริงของต้นทุนราคาน้ำมันที่เกิดขึ้น (Real Economy) ทำให้บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดทุนไม่สามารถจะตรึงราคาได้


- จึงปล่อยให้เป็นไปตามกลไกการตลาด โดยมีการเตรียมมาตรการอุดหนุนช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบจริง เช่น ลดค่าครองชีพ และลดค่าไฟฟ้า เป็นต้น แต่ราคาน้ำมันดีเซล ถือเป็นกลุ่มผู้ที่มีรายได้สูง จึงเหมาะสมที่ปล่อยไปตามกลไกการตลาด


- อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับราคาน้ำมัน ที่ส่งผลต่อผู้บริโภคและการเติบโตเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในระยะยาว เป็นสิ่งที่ภาคธุรกิจต้องปรับตัวเตรียมพร้อมรับมือกับราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นและต้นทุนค่าขนส่ง


"ถ้าน้ำมันไม่ขาดก็ถือว่าดี เพียงแต่ต้องยอมรับขึ้นราคาตามตลาด ต้องเลือกระหว่างมีของกับไม่มีของ มีน้ำมัน มีหม้อหุงข้าว เดินไป 10 ปั๊มเนี่ยยังเติมไม่ได้เลยอ่ะ น่าสงสาร จึงถึงเวลาที่ต้องช่วยกันประหยัดพลังงาน" ศาสตราจารย์พิเศษ กิตติพงศ์กล่าว


- ทั้งนี้วันนี้หุ้นไทยปิดตลาด 1,457.91 จุด เพิ่มขึ้น 47.52 จุด หรือ 3.37% โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 73,731.13 ล้านบาท




Related Topics

Editing by

Chutima Apichaisuksakul

Chutima Apichaisuksakul

Senior Reporter, efinanceThai