DEMCO ลุย Smart Energy–Grid Modernization ตั้งเป้าโซลาร์ 20 MW ปี 70 Backlog ทะลุ 3.1 พันลบ.

รูป DEMCO ลุย Smart Energy–Grid Modernization ตั้งเป้าโซลาร์ 20 MW ปี 70 Backlog ทะลุ 3.1 พันลบ.

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 พ.ค. 69 10:05 น.

DEMCO รุกธุรกิจ Smart Energy โครงสร้างพื้นฐานพลังงาน รับเทรนด์ Energy Transition พร้อมขยายสู่ Smart Grid, ESS, EV Infrastructure และ Data Center ตั้งเป้ากำลังผลิตโซลาร์แตะ 20 MW ภายในปี 70 หนุน Backlog กว่า 3.16 พันลบ.

นายณัฐพงศ์ กอร่ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ DEMCO เปิดเผยว่า เดินหน้าพัฒนาธุรกิจด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบพลังงาน (Smart Energy) อย่างต่อเนื่อง สอดรับกับนโยบายภาครัฐในการยกระดับระบบสายส่ง และโครงข่ายไฟฟ้า รวมถึงการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน ภายใต้แผนการพัฒนาพลังงานทดแทน พลังงานทางเลือก และแผนพลังงานแห่งชาติ

บริษัทมองเห็นโอกาสการเติบโตจากการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) และนโยบายภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทุนต่อเนื่องของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ในโครงการระบบจำหน่ายไฟฟ้า การพัฒนา Smart Grid และการยกระดับโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Modernization) เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น

อยู่ระหว่างขยายธุรกิจสู่แพลตฟอร์มพลังงานดิจิทัล โซลูชั่นพลังงานอัจฉริยะ อาทิ Smart Grid, Micro Grid, ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System : ESS), โครงสร้างพื้นฐานรองรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV Infrastructure), ศูนย์จัดเก็บข้อมูล (Data Center) ระบบบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System) เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่และเพิ่มความหลากหลายทางธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต

ตั้งเป้าการลงทุนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์มีกำลังผลิตติดตั้งรวม 20 เมกะวัตต์ ภายในปี 2570 โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิตติดตั้ง 6.925 เมกะวัตต์ และตั้งเป้าหมายจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ในปี 2569 จำนวน 1.533 เมกะวัตต์

ยังคงมุ่งขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้านวิศวกรรมพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร ควบคู่การสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน รองรับทิศทางพลังงานแห่งอนาคตและโอกาสการลงทุนใหม่ในระยะยาว

“จุดแข็งในการแข่งขัน DEMCO ยังคงมีความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจ EPC สำหรับโครงการระบบไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน มีประสบการณ์ด้านสถานีไฟฟ้าและระบบส่งไฟฟ้าแรงสูง รวมถึงศักยภาพด้านวิศวกรรมและการบริหารโครงการครบวงจร ตลอดจนมีฐานลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน ความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับพันธมิตรทางธุรกิจ ความสามารถในการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงมั่นใจว่าบริษัทฯ จะได้รับงานใหม่อย่างต่อเนื่อง ผลักดันผลงานเติบโตอย่างแข็งแกร่ง” นายณัฐพงศ์ กล่าว

ปัจจุบัน มูลค่างานในมือ (Backlog) รวมกว่า 3,160 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องจนถึงปี 2570

ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 15.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 150.3% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 31.4 ล้านบาท มี EBITDA อยู่ที่ 1.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 110.4% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน มีรายได้รวม 410.0 ล้านบาท

อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news


Related Topics

Reported by

Jumnian Porntaveesup

Jumnian Porntaveesup

Senior Reporter, efinanceThai