| เควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนต่อไป เข้าสู่กระบวนการซักถามอย่างเข้มข้นในการแสดงวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารแห่งวุฒิสภา ยืนยันว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ ภายใต้การนำของตนเองจะยังคงเป็นอิสระจากทำเนียบขาว วอร์ชตอบคำถามหลายประเด็น ทั้งวิสัยทัศน์ด้านนโยบายการเงิน, สถานะการเงินส่วนบุคคล รวมถึงความสัมพันธ์ในรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งหากผ่านการรับรอง เขาจะกลายเป็นประธานเฟดที่ร่ำรวยที่สุด ประเด็นเรื่องความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหลักการที่ยึดถือมายาวนานกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาดำรงตำแหน่งในสมัยที่สอง โดยวอร์ชได้ให้คำมั่นว่า จะรักษาความเป็นอิสระ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้มองว่า ความเป็นอิสระของเฟดจะถูกคุกคาม หากการดำเนินงานของธนาคารกลางนั้น จะถูกตั้งคำถามโดยผู้นำที่มาจากการเลือกตั้ง ทางด้านลิซา บลันท์ โรเชสเตอร์ วุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครต พยายามจี้ให้วอร์ชให้คำมั่นว่าจะไม่ดำเนินการควบคุมเฟด ด้วยการปลดประธานธนาคารกลางในระดับภูมิภาค หลังมีกระแสข่าวแพร่สะพัดในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งวอร์ชมักจะกล่าวว่าต้องการให้เกิดการเปลี่ยนระบอบของธนาคารกลาง โดยวุฒิสมาชิกถามย้ำว่า คำว่าเปลี่ยนระบอบนั้นหมายถึงการปลดประธานสาขาภูมิภาคออกใช่หรือไม่ ซึ่งวอร์ชตอบว่า เขาหมายถึงการเปลี่ยนระบอบในเชิงนโยบาย วอร์ชยังถูกซักถามอย่างหนักในประเด็นทรัมป์และเรื่องดอกเบี้ย โดยรูเบน กาเยโก วุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครต ระบุว่าต้องมีใครบางคนกำลังพูดโกหก พร้อมตั้งคำถามที่ดุเดือด หลังวอร์ชยืนยันว่า ทรัมป์ไม่เคยเรียกร้องให้ตนเองลดอัตราดอกเบี้ย โดยกาเยโกระบุว่า ถ้าอย่างนั้นก็ต้องมีใครบางคนกำลังพูดโกหก ไม่วอร์ช ก็ประธานาธิบดีทรัมป์ กาเยโกอ้างถึงรายงานของ The Wall Street Journal เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2025 ที่ระบุว่าในระหว่างการประชุม 45 นาทีที่ทำเนียบขาว ทรัมป์ได้กดดันวอร์ชว่าเขาสามารถไว้วางใจให้วอร์ชสนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ยได้หรือไม่หากได้รับเลือกให้คุมธนาคารกลาง โดยทรัมป์บอกกับหนังสือพิมพ์ว่า วอร์ชคิดว่า ต้องลดอัตราดอกเบี้ยลง และคนอื่นๆ ที่ตนเองได้คุยด้วยก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน วอร์ชชี้แจงว่า เขาจำได้ว่าได้อ่านข่าวในตอนนั้น และคิดว่าผู้สื่อข่าวของ The Wall Street Journal อาจต้องการแหล่งข่าวที่ดีกว่านี้ หรือไม่ก็ต้องมีมาตรฐานจริยธรรมสื่อที่สูงกว่าที่เป็นอยู่ วอร์ชไม่ได้ให้คำมั่นว่าจะรักษาแนวปฏิบัติในปัจจุบันที่จะต้องมีการแถลงข่าวหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินทุกครั้ง เขากล่าวว่า ในตอนนี้ การแถลงข่าวจัดขึ้นเป็นระยะ หากถามความเห็นส่วนตัวของตนจริง ๆ สมาชิกในคณะกรรมการมักจะออกมาพูดบ่อยอยู่แล้ว จึงไม่ได้ขาดความโปร่งใสแต่อย่างใด แต่สิ่งที่อยากจะบอกคือ การแสวงหาความจริงนั้นสำคัญกว่าการพูดซ้ำไปซ้ำมา ทั้งนี้ เบน เบอร์นันเก อดีตประธาน เป็นผู้เริ่มกระบวนการพบปะกับสื่อมวลชนรายไตรมาส ขณะที่เจอโรม พาวเวลล์ ประธานคนปัจจุบัน ได้เปลี่ยนเป็นการแถลงข่าวหลังการประชุมทุกครั้ง นอกจากนี้ วอร์ชยังระบุว่าความเห็นของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางต่อดอกเบี้ยเป็นเรื่องไม่สร้างสรรค์ เขาอยากเห็นเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางหยุดแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงินก่อนเวลาที่เหมาะสม ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงวัฒนธรรมองค์กรที่เขาอาจพยายามสร้างขึ้นหากได้รับการรับรองให้เป็นประธานเฟด และยังกล่าวอีกว่า อยากเห็นการอภิปรายที่เข้มข้นและจริงจังในการประชุมนโยบาย มากกว่าการอ่านสคริปต์ที่ซ้อมมาแล้ว เพื่อจะได้โต้เถียงกันได้อย่างเต็มที่ การแสดงวิสัยทัศน์ของวอร์ชมีสัญญาณว่า อาจยังได้รับการสนับสนุนจากพรรคเดโมแครตบางส่วน โดยแคทเธอรีน คอร์เตซ มาสโต วุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครต ได้กล่าวชมเชยวอร์ชในระดับหนึ่ง หลังจากระบุว่าเขาต้องการให้ธนาคารกลางทบทวนวิธีการวัดอัตราเงินเฟ้อใหม่ อย่างไรก็ตาม วอร์ชยังคงมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับทรัมป์ และการลงมติจะยังไม่เกิดขึ้นจนกว่า ธอม ทิลลิส วุฒิสภาจากพรรครีพับลิกัน จะยุติการขวางกระบวนการเสนอชื่อ อันเนื่องมาจากการที่กระทรวงยุติธรรมได้สอบสวนเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดคนปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังคาดว่าไม่มีสมาชิกพรรคเดโมแครตคนใดจะลงคะแนนให้วอร์ช จนกว่าจะแน่ใจว่าพรรครีพับลิกันมีเสียงสนับสนุนเพียงพอที่จะรับรองตำแหน่งได้ ที่มา CNBC |