| GCAP GOLD เตือนนักลงทุนรับมือราคาทองคำผันผวนสูง หลังตลาดกลับมากังวลเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งจากแรงกดดันเงินเฟ้อ แนะจับตาตัวเลข PCE สหรัฐฯ และความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐฯ - อิหร่าน ซึ่งอาจช่วยคลายวิกฤตพลังงาน หนุนทองคำรีบาวด์ระยะสั้น แนะทยอยสะสมทองช่วงย่อตัวที่แนวรับ 4,450 - 4,400 ดอลลาร์/ออนซ์ นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดทองคำในขณะนี้ว่า ยังคงเผชิญความผันผวนในระดับสูงจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และความคาดหวังต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยตลาดเริ่มมองว่าเฟดอาจยังคงไม่ลดดอกเบี้ย และมีโอกาสกลับมาขึ้นดอกเบี้ยได้อีกครั้ง หากตัวเลขเงินเฟ้อยังคงเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากราคาพลังงานและต้นทุนการขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นจากวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาทองคำในปัจจุบันยังคงเผชิญแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง “ล่าสุดมีรายงานข่าวระบุว่า ร่างกรอบข้อตกลงล่าสุดอาจเปิดทางให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันได้อย่างเสรีในระหว่างช่วงจำกัดโครงการนิวเคลียร์ ขณะเดียวกันจะมีการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลา 60 วัน โดยไม่มีค่าผ่านทาง ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อตกลงยุติสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน หากข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นจริง คาดว่าจะช่วยลดแรงกดดันด้านราคาพลังงานและเงินเฟ้อในระยะสั้น พร้อมทั้งลดแรงหนุนของดอลลาร์ และ Bond Yield ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกให้ราคาทองคำสามารถฟื้นตัวในระยะสั้น” นางสาวอารีรัตน์กล่าว นอกจากนี้ ยังต้องจับตาตัวเลข PCE ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ หากตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ก็จะยิ่งตอกย้ำมุมมองที่ว่าเฟดอาจต้องปรับเปลี่ยนท่าทีเป็น “Hawkish” หรือใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งอาจกดดันราคาทองคำเพิ่มเติม ข้อมูลล่าสุดในตลาดการเงินเริ่มให้น้ำหนักเกือบเต็ม 100% ต่อโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ภายในเดือน ธ.ค. 69 จากในสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ให้น้ำหนักเพียง 70% สะท้อนให้เห็นว่าตลาดกลับมากังวลเรื่องปัญหาเงินเฟ้ออย่างจริงจังอีกครั้ง กลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิเคราะห์ ระบุว่า ราคาทองคำยังคงอยู่ในช่วงของการพักฐาน หลังจากราคายังไม่สามารถกลับไปยืนเหนือระดับ 4,550 ดอลลาร์/ออนซ์ ได้อย่างมั่นคง มีโอกาสที่แรงขายจะกดดันให้ราคาลงไปทดสอบแนวรับสำคัญถัดไปบริเวณ 4,450 - 4,400 ดอลลาร์/ออนซ์ (ราคาทองคำไทย ประมาณ 69,000 - 68,600 บาท) ซึ่งระดับราคาดังกล่าวถือเป็นจังหวะที่ดีในการรอซื้อสะสมในรอบนี้ สำหรับบริเวณ 4,590 - 4,625 ดอลลาร์/ออนซ์ (ราคาทองคำไทยประมาณ 70,600 - 71,300 บาท) เป็นแนวต้านสำคัญที่ประเมินว่าหากราคาไม่สามารถทะลุผ่านได้ อาจต้องพิจารณาแบ่งขายทำกำไรบางส่วน อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย หรือตัวเลข PCE ของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด ก็อาจช่วยลดแรงกดดันต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด และเพิ่มโอกาสให้ราคาทองคำกลับเข้าสู่รอบรีบาวด์ได้อีกครั้ง |