บอนด์ยีลด์แคนาดาพุ่งสวนเงินเฟ้อชะลอ ตลาดยังกังวลดอกเบี้ยสูงต่อเนื่อง
แม้เงินเฟ้อแคนาดาเดือนเมษายนจะชะลอลงมากกว่าที่ตลาดคาด แต่บอนด์ยีลด์แคนาดายังปรับตัวขึ้นอย่างเด่นชัด สะท้อนว่านักลงทุนยังไม่มั่นใจว่าความเสี่ยงเรื่องอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยพันธบัตรรัฐบาลแคนาดาอายุ 2 ปีลดลงเพียงราว 2 bps มาอยู่ที่ 3.04% ขณะที่พันธบัตรอายุ 30 ปีแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2010
เงินเฟ้อชะลอ แต่ตลาดยังไม่คลายกังวล
ข้อมูลล่าสุดระบุว่าเงินเฟ้อแคนาดาอยู่ที่ 2.8% ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ที่ 3.1% และตัวเลข core inflation ก็อ่อนลงจนกลับไปแตะระดับต้นปี 2021 แม้ภาพรวมดังกล่าวจะสะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่เริ่มผ่อนคลาย แต่ตลาดพันธบัตรยังให้ความสำคัญกับปัจจัยมหภาคในวงกว้างมากกว่า โดยเฉพาะแนวโน้มผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวที่ยังทรงตัวในระดับสูง
แรงกดดันดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่แค่แคนาดา เพราะผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปีแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 ขณะที่อัตราผลตอบแทนระยะยาวในสหราชอาณาจักรและเยอรมนีก็ปรับขึ้นในทิศทางเดียวกัน ปรากฏการณ์นี้ทำให้ตลาดการเงินทั่วโลกต้องประเมินใหม่ว่าอัตราดอกเบี้ยอาจอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่เคยคาด
ผลกระทบต่อตลาดหุ้นและนักลงทุน
สำหรับนักลงทุน ข่าวนี้สะท้อนความเสี่ยงต่อ หุ้นเติบโต และสินทรัพย์ที่มีระยะเวลารับรู้กระแสเงินสดยาว เนื่องจากบอนด์ยีลด์ที่สูงขึ้นทำให้มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดในอนาคตลดลง ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มการเงิน อาจได้รับอานิสงส์บางส่วนจากสภาพแวดล้อมดอกเบี้ยสูง เพราะส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยมีโอกาสทรงตัวในระดับที่เอื้อต่อรายได้ดอกเบี้ย
ในมุมของนักลงทุนไทย ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่แค่ข้อมูลเงินเฟ้อแคนาดาเพียงประเทศเดียว แต่รวมถึงทิศทาง บอนด์ยีลด์โลก และความคาดหวังต่อดอกเบี้ยนโยบายในประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งอาจส่งผลต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย การประเมินมูลค่าสินทรัพย์เสี่ยง และแรงซื้อขายในตลาดหุ้นเอเชียรวมถึง ตลาดหุ้นไทย หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรต่างประเทศยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ความผันผวนของสินทรัพย์เสี่ยงก็อาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้
- ทิศทางผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาว
- สัญญาณนโยบายการเงินจากธนาคารกลางแคนาดา
- ข้อมูลเงินเฟ้อและแรงกดดันด้านค่าจ้างในเศรษฐกิจหลัก
- กระแสเงินทุนไหลเข้าออกตลาดเกิดใหม่และตลาดหุ้นไทย
แม้เงินเฟ้อแคนาดาจะชะลอลง แต่ตลาดพันธบัตรกำลังส่งสัญญาณชัดว่าโลกการเงินยังไม่พ้นช่วงอัตราดอกเบี้ยสูง การติดตามบอนด์ยีลด์และท่าทีธนาคารกลางจึงยังเป็นปัจจัยหลักที่นักลงทุนไม่ควรมองข้ามในช่วงนี้