| สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 18 พ.ค.69 | ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย | | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 75.00 บาท | | บล.เอเซียพลัส | ซื้อ | 75.00 บาท | | บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส | ซื้อ | 74.25 บาท | | บล.ฟิลลิป | ซื้อ | 74.00 บาท | | บล.ฟินันเซีย ไซรัส | ซื้อ | 73.00 บาท | | บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) | ซื้อ | 72.75 บาท | | บล.กรุงศรี | ซื้อ | 72.00 บาท | | บล.ดาโอ (ประเทศไทย) | ซื้อ | 72.00 บาท | | บล.บัวหลวง | ซื้อ | 70.00 บาท | สรุปปัจจัยบวก+ กำไรสุทธิ/กำไรปกติในไตรมาส 1/2569 (1Q26) ออกมาแข็งแกร่ง ทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High / All Time High) ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3-4 อยู่ที่กรอบ 4,870 - 4,971 ล้านบาท เติบโต +17% ถึง +27% y-y และ +2% ถึง +3% q-q ซึ่งผลประกอบการนี้ดีกว่าที่นักวิเคราะห์และตลาดคาดการณ์ไว้ราว 6% - 8% (บล.ฟินันเซีย ไซรัส, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี, บล.ฟิลลิป, บล.เอเซียพลัส, บล.บัวหลวง, บล.ดาโอ) + รายได้รวมและรายได้จากธุรกิจหลัก (ให้เช่าและบริการ) เติบโตแข็งแกร่ง โดยรายได้ค่าเช่าและบริการอยู่ที่ 11.4 พันล้านบาท (+6% y-y) ทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ใช้บริการ (Traffic), การเติบโตของยอดขายร้านค้า (Tenant Sales), อัตราการเติบโตของรายได้ในสาขาเดิม (SSSG) ที่ดี รวมถึงการรับรู้รายได้จากศูนย์การค้าใหม่และปรับปรุงเสร็จ เช่น Central Park, Central Krabi และ Central Pinklao (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.กรุงศรี, บล.ฟิลลิป, บล.เอเซียพลัส, บล.บัวหลวง, บล.ดาโอ) + อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจค่าเช่า (Rental Gross Margin) เพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 61.7% จากการประหยัดค่าไฟ การใช้ Solar Cell เพิ่มขึ้น และมี Operating Leverage จากการขยายสาขา รวมถึงควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี โดยสัดส่วน SG&A/Sales ลดลงเหลือ 16.3% - 17% ส่งผลให้ Operating Margin ดีขึ้นเป็น 43.4% (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.ฟิลลิป, บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ) + รายได้อื่นพุ่งขึ้นเท่าตัว y-y อยู่ที่ 762 ล้านบาท ได้แรงหนุนจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (Fx) ของธุรกิจในต่างประเทศและเงินลงทุนอื่น (บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.บัวหลวง) + ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 52% y-y เป็น 794 - 800 ล้านบาท จากการเริ่มโอนโครงการ Dusit Residence ที่สร้างเสร็จ (บล.เคจีไอ, บล.ฟิลลิป) + ธุรกิจโรงแรมเติบโตต่อเนื่องจากช่วง High Season และการฟื้นตัวของท่องเที่ยว (นักท่องเที่ยวจีน) โดยมีรายได้ 556 ล้านบาท (+5% y-y) อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ดีขึ้นเป็น 79% และรายได้ต่อห้อง (RevPar) โต 5% - 8% (บล.ฟินันเซีย ไซรัส, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.ฟิลลิป) + แนวโน้มกำไรปี 2569 คาดเติบโตต่อเนื่องทำ New High ไปแตะระดับ 1.89 - 2.00 หมื่นล้านบาท (+6.5% ถึง +13% y-y) โดยกำไรไตรมาส 1 คิดเป็น 24.7% - 26% ของประมาณการทั้งปี ทำให้มีโอกาสเกิด Upside ต่อประมาณการ (บล.ฟินันเซีย ไซรัส, บล.กรุงศรี, บล.ฟิลลิป, บล.เอเซียพลัส) + แผนขยายงานระยะกลาง-ยาวชัดเจน มีโมเมนตัมบวกจากการเปิดโครงการใหม่ต่อเนื่องในปี 2569 ได้แก่ เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส (เปิด 20 พ.ค. 69), เซ็นทรัล นอร์ธวิลล์ (เปิด ก.ค. 69) และส่วนขยาย Luxury Zone ของเซ็นทรัล ภูเก็ต (เปิด 4Q69) รวมถึงแผนเปิดโรงแรมใหม่ 6 แห่ง และโอน 3 คอนโดใหม่ในครึ่งปีหลัง (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.บัวหลวง) + โครงสร้างทางการเงินแข็งแกร่ง มี Net Gearing ต่ำเพียง 0.4 เท่า ด้าน Valuation ยังไม่แพง โดยซื้อขายที่ PER 15 เท่า (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 9 ปีที่ -1.25SD) และมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) จูงใจเกือบ 4% ต่อปี หรือประมาณ 2.5 บาท/หุ้น (บล.ฟินันเซีย ไซรัส, บล.ฟิลลิป, บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ) สรุปปัจจัยลบ- รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายในไตรมาส 1/2569 ชะลอตัวลง โดยทรงตัว y-y และลดลงอย่างรุนแรงถึง -73% ถึง -77% q-q เหลือยอดโอนเพียง 602 - 607 ล้านบาท เนื่องจากผ่านช่วง High Season ในไตรมาส 4/2568 และเป็นไปตามปัจจัยฤดูกาล (บล.ฟินันเซีย ไซรัส, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส) - ต้นทุนทางการเงิน (ดอกเบี้ยจ่าย) ในไตรมาส 1/2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 14% y-y (บล.เคจีไอ) - ความเสี่ยงภายนอกที่ต้องติดตาม ได้แก่ อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ (GDP) ที่อาจล่าช้า, การเพิ่มขึ้นของต้นทุนสาธารณูปโภคและค่าแรงขั้นต่ำ, ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อาจไม่เป็นตามคาด (บล.เคจีไอ) - แนวโน้มกำไรหลักในไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะลดลง q-q ตามปัจจัยฤดูกาล (บล.บัวหลวง) |