สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569

รูป สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -10 เม.ย. 69 7:38: น.

*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนพ.ค. ปิดที่ 97.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.46 ดอลลาร์ หรือ 3.7% ต่ำกว่าจุดสูงสุดระหว่างวันที่ 102.70 ดอลลาร์

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมิ.ย. ปิดที่ 95.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.17 ดอลลาร์ หรือ 1.2% หลังแตะระดับสูงสุดระหว่างวันที่ 99.50 ดอลลาร์

ราคาน้ำมันปิดเพิ่มขึ้น 1% แต่ยังคงต่ำกว่าระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นวันที่สองติดต่อกัน ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน โดยได้แรงหนุนจากข้อตกลงหยุดยิงที่ยังคงเปราะบางในตะวันออกกลาง ขณะที่อิสราเอลส่งสัญญาณว่าจะเริ่มการเจรจาโดยตรงกับเลบานอนโดยเร็วที่สุด

*** ตลาดหุ้นเอเชีย-แปซิฟิกเปิดปรับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่เช้านี้ ท่ามกลางข้อตกลงหยุดยิงสองสัปดาห์ที่ยังเปราะบางระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งทำให้นักลงทุนยังต้องระมัดระวัง

  • ดัชนี Kospi ของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ปรับขึ้น 1.88% ส่วนดัชนีหุ้นขนาดเล็ก Kosdaq เพิ่มขึ้น 1.04%
  • ดัชนี Nikkei 225 ของตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปรับขึ้น 1% และดัชนี Topix เพิ่มขึ้น 0.34%
  • ดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลียปรับลดลง 0.68%
  • สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี Hang Seng ของฮ่องกงอยู่ที่ระดับ 25,900 จุด เทียบกับระดับปิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25,752.40 จุด

*** กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เผย ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) เดือนก.พ. อยู่ที่ 2.8% เมื่อเทียบรายปี ทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือนม.ค. ขณะที่ดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 3% ย่อตัวลงจากระดับ 3.1% ในเดือนม.ค. โดยทั้งสองดัชนีสอดคล้องกับคาดการณ์ของ Dow Jones เมื่อเทียบรายเดือน ทั้งเงินเฟ้อพื้นฐานและเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.4% สอดคล้องกับคาดการณ์

ขณะที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนก.พ. ต่ำกว่าคาดการณ์เล็กน้อย ส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ประมาณการครั้งที่ 3 ขยายตัวเพียง 0.5% ลดลงจากประมาณการครั้งแรก ที่คาดว่าจะขยายตัว 1.4% และครั้งที่ 2 ซึ่งอยู่ที่ 0.7% ขณะที่อัตราการเติบโตทั้งปี 2025 อยู่ที่ 2.1%

*** องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ระบุว่า การอนุญาตให้อิหร่านเรียกเก็บค่าผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ จะถือเป็นบรรทัดฐานที่อันตรายซึ่งไม่อาจยอมรับได้ หลังสื่อทางการรายงานว่า การควบคุมช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน ซึ่งรวมถึงการจัดเก็บค่าผ่านทาง เป็นหนึ่งในเงื่อนไขของเตหะรานสำหรับการทำข้อตกลงหยุดยิงโดย IMO กำลังดำเนินการฟื้นฟูกลไกที่เคยเอื้อให้เรือสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ก่อนเกิดสงคราม โดยใช้ระบบแบ่งเส้นทางการเดินเรือระหว่างประเทศ

*** เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ตกลงที่จะเปิดการเจรจากับเลบานอน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า ผู้นำอิสราเอลจะลดระดับการโจมตีเลบานอน สะท้อนความหวังต่อการลดความตึงเครียดในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม เนทันยาฮูยังยืนยันว่าจะเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในเลบานอน ซึ่งเพิ่งเผชิญการโจมตีที่รุนแรงที่สุดในวันเดียว นับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้นเมื่อกว่าหนึ่งเดือนก่อน โดยกระทรวงสาธารณสุขเลบานอนระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 303 ราย และบาดเจ็บ 1,150 ราย

*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า อิหร่านไม่ควรเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือบรรทุกน้ำมันที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถูกปิดกั้นตั้งแต่เริ่มสงครามกับอิหร่าน ส่งผลให้เกิดความปั่นป่วนต่ออุปทานพลังงานโลกครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social ว่า “มีรายงานว่าอิหร่านกำลังเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือบรรทุกน้ำมันที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ”

*** ธนาคารโลกอาจระดมเงินทุนฉุกเฉินราว 20,000 - 25,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยเหลือประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในอิหร่าน นอกจากนี้ ยังอาจจัดสรรเงินอีก 50,000 - 60,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อรองรับความต้องการหากความขัดแย้งยืดเยื้อ

มาตรการช่วยเหลือจากธนาคารโลกสอดคล้องกับแนวทางสนับสนุนจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ซึ่งคาดว่า จะมีประเทศต่าง ๆ ยื่นขอความช่วยเหลือเป็นวงเงินราว 20,000 - 50,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อแก้ไขปัญหาดุลการชำระเงิน

*** รัฐบาลออสเตรเลียกำลังเร่งกระชับความสัมพันธ์ด้านการทูตกับประเทศเพื่อนบ้านในเอเชีย เพื่อรักษาความมั่นคงด้านอุปทานเชื้อเพลิงและความร่วมมือด้านความมั่นคง การปรับทิศทางนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลที่มุ่งหาแนวร่วมในภูมิภาคมากขึ้น ช่วยให้ออสเตรเลียสามารถประกันอุปทานพลังงานที่จำเป็น พร้อมทั้งสะท้อนความพยายามจำกัดอิทธิพลของจีน และเพิ่มบทบาทของออสเตรเลียในเวทีภูมิภาค

*** มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่อิหร่านยกเครดิตให้จีนที่พยายามช่วยให้อิหร่านยอมรับข้อตกลงหยุดยิงในนาทีสุดท้าย โดยการตัดสินใจเข้ามามีบทบาทของจีนสะท้อนถึงความสามารถในการรักษาความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นทั้งกับอิหร่าน ชาติอ่าวอาหรับ และสหรัฐฯ อีกทั้งยังถือเป็นการเปลี่ยนแปลงจากจุดยืนเดิมของจีนที่มักหลีกเลี่ยงการเข้าแทรกแซงโดยตรง

จงหยวน โซอี หลิว นักวิจัยอาวุโสด้านจีนศึกษาจาก Council on Foreign Relations ระบุว่า จีนตัดสินใจดำเนินการ เนื่องจากสงครามในอิหร่านกำลังคุกคามเงื่อนไขทางเศรษฐกิจที่จีนต้องพึ่งพาเพื่อการเติบโตและเสถียรภาพทางการเมืองภายในประเทศ

 

*** สำนักข่าว KCNA รายงานว่า หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน เดินทางถึงกรุงเปียงยาง เมืองหลวงของเกาหลีเหนือในวันพฤหัสบดี และได้หารือกับ โช ซอน ฮุย รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีเหนือ โดยรมว.ต่างประเทศของจีนชื่นชมเกาหลีเหนือที่บรรลุความสำเร็จอย่างโดดเด่น แม้จะถูกกดดันจากสหรัฐฯ และชาติตะวันตกในการพยายามโดดเดี่ยวประเทศก็ตาม

*** ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ระบุในรายงาน Asian Development Outlook ที่เผยแพร่วันนี้ว่า สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านมีแนวโน้มจะฉุดการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย โดยคาดว่าอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของภูมิภาคจะชะลอลงสู่ 5.1% ในปีนี้ จาก 5.4% ในปี 2025

ธนาคารพัฒนาเอเชียยังระบุว่า เศรษฐกิจทั่วเอเชียมีแนวโน้มชะลอตัว แม้ราคาน้ำมันจะทรงตัวในช่วงหลายเดือนข้างหน้า เนื่องจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางได้แผ่ขยายไปยังหลายภาคส่วน ตั้งแต่ภาคการผลิตไปจนถึงการท่องเที่ยว


Related Topics