| SCC : การหยุดเดินเครื่อง LSP สะท้อนความเสี่ยงเชิงปฏิบัติการที่ยังมีอยู่ SCC แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ บริษัทมีแผนจะหยุดการดำเนินงานชั่วคราวของ Long Son Petrochemicals (LSP) ซึ่งมีกำลังการผลิตเอทิลีน 950ktpa และโพรพิลีน 400ktpa ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2026 อย่างไรก็ตาม ยังมีโอกาสหลีกเลี่ยงการหยุดได้ หากสามารถจัดหา feedstock เพิ่มได้ทันเวลา แม้พัฒนาการนี้ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจมากนัก (สอดคล้องกับมุมมองระมัดระวังของเราหลังเหตุสุดวิสัยที่ ROC) แต่เราเชื่อว่าอาจยังคงเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจในเชิงลบสําหรับตลาด โดยก่อนหน้านี้ SCC เคยให้ guidance ว่ายังมี feedstock เพียงพอสําหรับ MOC และ LSP ต่อไปได้อีกประมาณ 2 เดือน (ถึงปลายพฤษภาคม–ต้นมิถุนายน) เรามองว่านี่เป็นการตัดสินใจที่เหมาะสมภายใต้ความไม่แน่นอนในปัจจุบัน โดยการจัดสรร feedstock ไปยัง MOC ซึ่งเป็น cracker หลักที่ยังเดินเครื่องอยู่ มีความสมเหตุสมผลเชิงกลยุทธ์ เนื่องจากเป็นโรงที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในพอร์ต และช่วยให้ SCC สามารถสร้างมาร์จิ้นจากสินค้ามูลค่าเพิ่มได้ดีกว่า อีกทั้งยังช่วยยืดระยะเวลาการใช้ feedstock ของ MOC (ซึ่งปัจจุบันมีเพียงพอถึงต้นมิถุนายน) นอกจากนี้ การหันไปใช้ propane แทน naphtha อาจไม่คุ้มค่า เนื่องจากราคา propane ปัจจุบันอยู่ในระดับสูง แม้เราคาดว่าผลกระทบต่อกําไรสุทธิจะจํากัด (เนื่องจาก LSP ดําเนินงานใกล้จุดคุ้มทุนเงินสด) แต่ถือเป็นโอกาสที่พลาดไป เพราะในช่วงที่มาร์จิ้นเคมีภัณฑ์ฟื้นตัว LSP มีโอกาสลดขาดทุน หรืออาจถึงจุดคุ้มทุนทางบัญชีได้ โดยก่อนหน้านี้ SCC เคยให้ guidance ว่าการขาดทุนของ LSP อยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านบาทต่อเดือน (ประกอบด้วยต้นทุนคงที่ 250 ล้านบาท ดอกเบี้ย 300 ล้านบาท และค่าเสื่อม/ตัดจําหน่าย 450 ล้านบาท) มุมมองของเรา : คงคําแนะนํา “ขาย” พัฒนาการนี้ย้ำมุมมองของเราว่า ตลาดอาจประเมินความเสี่ยงด้านการดําเนินงานของ SCC ต่ำเกินไป ขณะที่ให้น้ำหนักมากเกินไป กับ upside จากมาร์จิ้นเคมีที่ตึงตัว ทั้งนี้ คงคําแนะนํา “ขาย” สําหรับ SCC โดยมูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 132.00 บาท อิงวิธี SOTP |