| *** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนมิ.ย. ปิดที่ 106.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 4.48 ดอลลาร์ หรือ 4.4% สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนก.ค. ปิดที่ 114.44 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 6.27 ดอลลาร์ หรือ 5.8% ราคาน้ำมันดิบพุ่งเกือบ 6% ในวันจันทร์ (4 พ.ค.) ขณะที่ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงหลังอิหร่านยกระดับการเผชิญหน้าทางทหาร ด้วยการโจมตีเรือหลายลำในช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงเหตุเพลิงไหม้ที่ท่าเรือขนส่งน้ำมันของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ *** กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้เปิดเผยว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้และระเบิดขึ้นบนเรือลำหนึ่งที่ดำเนินการโดยบริษัทขนส่งสินค้าของเกาหลีใต้ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันจันทร์ (4 พ.ค.) สำนักข่าวยอนฮับรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลว่า รัฐบาลกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลข่าวกรองที่ระบุว่าเรือลำดังกล่าว ซึ่งมีชื่อว่า HMM Namu อาจถูกโจมตี อย่างไรก็ดี ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบสาเหตุของเพลิงไหม้ ซึ่งทางบริษัท HMM ระบุว่าต้นเพลิงเกิดขึ้นในห้องเครื่องของเรือบรรทุกสินค้าที่จดทะเบียนในปานามาลำนี้ *** สำนักข่าว Axios รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงว่า สหรัฐฯ ได้ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวจากสื่อของอิหร่านที่ระบุว่า อิหร่านได้ใช้ขีปนาวุธโจมตีเรือรบของกองทัพเรือสหรัฐฯ ส่งผลให้ราคาน้ำมันและตลาดหุ้นเริ่มปรับตัวลดลงหลังจากที่พุ่งขึ้นก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันดิบ Brent ทะยานขึ้น 5% สู่ระดับ 113 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากสำนักข่าว Fars รายงานเหตุโจมตีเรือฟริเกตของสหรัฐฯ บริเวณใกล้กับท่าเรือจาสก์ในอ่าวโอมาน โดยระบุว่าเป็นการตอบโต้หลังจากเรือลำดังกล่าวเพิกเฉยต่อคำเตือนของกองทัพเรืออิหร่าน ทั้งนี้สำนักข่าว Fars อ้างแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยตัวตนว่า เรือของสหรัฐฯ ถูกบีบให้ต้องถอนกำลังและล่าถอยออกจากพื้นที่ดังกล่าว ก่อนหน้านี้ไม่นาน Tasnim ซึ่งเป็นสำนักข่าวอีกแห่งของอิหร่าน รายงานว่ารัฐบาลได้ประกาศกำหนดเขตควบคุมใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นการขีดเส้นพรมแดนทางทะเลเพื่อให้รัฐบาลเตหะรานสามารถเข้าควบคุมการจราจรทางน้ำได้อย่างเบ็ดเสร็จ *** สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ระบุว่าอิหร่านเปิดฉากโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน ซึ่งรายงานการโจมตีดังกล่าวกำลังทำให้ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 8 เม.ย. ซึ่งเปราะบางอยู่แล้วนั้นเสี่ยงที่จะล่มลง ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Fox News ว่า อิหร่านจะถูกกวาดล้างจนหายไปจากแผนที่โลก หากพุ่งเป้าโจมตีเรือของสหรัฐฯ ที่ปฏิบัติหน้าที่คุ้มกันเรือพาณิชย์ที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ *** สหรัฐฯ และอิหร่านเปิดฉากปะทะเดือดในอ่าวเปอร์เซีย โดยกองทัพสหรัฐฯ ได้ทำการตอบโต้การโจมตีจากโดรน ขีปนาวุธ และเรือเร็วติดอาวุธของทางอิหร่าน ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สามารถสกัดขีปนาวุธของอิหร่านเอาไว้ได้ พร้อมระบุว่าเหตุโดรนโจมตีของอิหร่านเป็นต้นเหตุของเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่ท่าเรือฟูไจราห์ ซึ่งส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ความรุนแรงที่เกิดขึ้นส่งผลให้เกิดกระแสเรียกร้องให้มีการโจมตีโต้กลับเป้าหมายในอิหร่านรอบใหม่ และทำให้สถานะของข้อตกลงหยุดยิงที่ดำเนินมาได้ 4 สัปดาห์สั่นคลอน ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทันทีหลังมีข่าวการโจมตีดังกล่าวออกไป ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ว่า "เราได้ยิงเรือลำเล็ก หรือที่พวกเขาชอบเรียกว่า 'เรือเร็ว' ร่วงไป 7 ลำ" พร้อมระบุว่าพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะแถลงข่าวในวันอังคารนี้ โดยจะสรุปสถานการณ์ร่วมกับพลเอก แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม ณ อาคารเพนตากอน *** บรรดาเทรดเดอร์ในตลาด Prediction market คาดการณ์ว่ามีโอกาส 59% ที่การจราจรทางเรือจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายในวันที่ 1 ก.ย. ขณะที่โอกาสที่จะกลับมาเป็นปกติภายในเดือนส.ค. นั้นอยู่ที่ประมาณ 50% ทั้งนี้ แพลตฟอร์ม Kalshi กำหนดนิยามของ "การจราจรทางเรือที่เป็นปกติ" ในสัญญาซื้อขายนี้ว่า หมายถึงค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 7 วัน ของจำนวนเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซต้องมากกว่า 60 ลำ โดยอ้างอิงข้อมูลจาก IMF PortWatch *** บรรดานักวิเคราะห์ต่างออกมาดับฝันแผนของ GameStop ที่จะเข้าซื้อกิจการ eBay โดยชี้ว่าลักษณะธุรกิจทั้งสองไม่มีส่วนที่เกื้อหนุนกัน และมีผลประโยชน์ทางการเงินเพียงเล็กน้อยในระดับผิวเผิน ซึ่งไม่น่าจะเพียงพอที่จะทำให้คณะกรรมการบริหารของ eBay อนุมัติข้อเสนอดังกล่าว นอกจากนี้ สถาบันการเงินหลายแห่งในวอลล์สตรีทระบุว่า ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ eBay ในช่วงที่ผ่านมา โดยราคาหุ้นพุ่งขึ้นถึง 26% ในปีนี้ ประกอบกับ eBay เป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่กว่า GameStop มาก ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดีลนี้มีความเป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติ *** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่ากำลังตั้งตารอที่จะได้พบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าแผนการประชุมสุดยอดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งนี้ยังคงดำเนินต่อไป แม้จะมีความตึงเครียดระลอกใหม่เกิดขึ้นระหว่างสองประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกก็ตาม ผู้นำทั้งสองมีกำหนดพบปะกันในวันที่ 14-15 พ.ค. ณ กรุงปักกิ่ง โดยการพบกันครั้งนี้ถือเป็นจุดชี้ชะตาสำคัญสำหรับทั้งสหรัฐฯ และจีน ในขณะที่แต่ละฝ่ายพยายามหาทางออกให้กับความท้าทายด้านการค้าและประเด็นอื่น ๆ รวมถึงเรื่องไต้หวันและสงครามในอิหร่าน *** ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ แห่งไต้หวัน ได้ออกเดินทางจากประเทศเอสวาตินีเพื่อมุ่งหน้ากลับไต้หวันแล้ว หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจเยือนทวีปแอฟริกา เพื่อท้าทายความพยายามของรัฐบาลปักกิ่งที่ต้องการสกัดกั้นการดำเนินนโยบายทูตเชิงรุกของไต้หวัน *** พรรคของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี จ่อคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งที่รัฐเวสต์เบงกอลทางตะวันออกของอินเดียได้เป็นครั้งแรก ซึ่งจะช่วยขยายฐานเสียงของพรรคไปทั่วประเทศ และตอกย้ำสถานะของเขาในฐานะผู้นำที่ได้รับความนิยมสูงสุดในอินเดีย ข้อมูลจากคณะกรรมการการเลือกตั้งระบุว่า พรรค Bharatiya Janata คว้าเก้าอี้ไปแล้ว 50 ที่นั่ง และมีคะแนนนำในอีก 154 ที่นั่ง จากการนับคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น ซึ่งสะท้อนว่าพรรคของนายโมดีกำลังใกล้คว้าชัยชนะแบบเบ็ดเสร็จด้วยคะแนนเสียง 2 ใน 3 ของสภาที่มีสมาชิกทั้งหมด 294 ที่นั่ง ชัยชนะครั้งสำคัญนี้ช่วยให้พรรค BJP ขยายอิทธิพลไปทางภาคตะวันออกได้สำเร็จ จากเดิมที่มีฐานเสียงเหนียวแน่นเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันตกของประเทศ นอกจากนี้ยังถือเป็นการปิดฉากการครองอำนาจในรัฐเวสต์เบงกอลที่ยาวนานถึง 15 ปีของนางมามาตา บาเนอร์จีด้วย *** อัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนจะพุ่งขึ้นสู่ระดับเฉลี่ย 2.7% ในปีนี้ แต่จะกลับเข้าใกล้ระดับเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ภายในปีหน้า ตามผลสำรวจผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจของ ECB ทั้งนี้ ผู้ตอบแบบสำรวจได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อสำหรับปี 2026 ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่ 1.8% ในการสำรวจครั้งก่อน ขณะที่คาดว่าราคาสินค้าจะขยายตัวที่ระดับ 2.1% และ 2% ในปี 2027 และ 2028 ตามลำดับ ในขณะเดียวกัน ผลสำรวจยังระบุถึงแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้เล็กน้อย *** เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังญี่ปุ่นได้ชี้แจงหลักเกณฑ์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ท่ามกลางการจับตามองมาตรการพยุงค่าเงินเยน โดยระบุว่าการเข้าแทรกแซงตลาดติดต่อกัน 3 วันทำการจะถูกนับเป็นเพียงการแทรกแซงหนึ่งครั้ง ซึ่งตามกฎของ IMF การแทรกแซงไม่เกิน 3 ครั้งในช่วง 6 เดือนยังถือว่าสอดคล้องกับระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวเสรี แต่หากเกินกว่านั้นอาจถูกปรับลดสถานะเป็นเพียงระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวทั่วไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ย้ำว่าแม้จะเป็นวันหยุดราชการของญี่ปุ่น แต่หากตลาดโลกยังเปิดทำการก็จะนับรวมวันดังกล่าวด้วย โดยถือว่าวันที่ 4 พ.ค.นี้เป็นวันที่ 3 ของการปฏิบัติการต่อเนื่องที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากค่าเงินเยนแข็งค่าติดต่อกัน 3 วัน ขานรับรายงานการเข้าแทรกแซงตลาดเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า |