S&P 500-แนสแดคปิดทำนิวไฮ รับขยายเวลาหยุดยิงอิหร่าน-ผลประกอบการบจ.

รูป S&P 500-แนสแดคปิดทำนิวไฮ รับขยายเวลาหยุดยิงอิหร่าน-ผลประกอบการบจ.

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -23 เม.ย. 69 7:14: น.

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นวันพุธ (22 เม.ย.) โดยดัชนี S&P500 และแนสแดคปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่านออกไป นอกจากนี้ ยังได้แรงบวกจากรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน

ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 49,490.03 จุด เพิ่มขึ้น 340.65 จุด (+0.69%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,137.90 จุด เพิ่มขึ้น 73.89 จุด (+1.05%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 24,657.57 จุด เพิ่มขึ้น 397.60 จุด (+1.64%)

ทรัมป์ระบุว่าการขยายเวลาหยุดยิงออกไปอย่างไม่มีกำหนดเนื่องจากคำขอของปากีสถานซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจา อย่างไรก็ตาม มาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านโดยกองทัพเรือสหรัฐฯ ยังคงมีผลบังคับใช้ ขณะที่อิหร่านได้ยึดเรือสองลำในช่องแคบฮอร์มุซ

ทั้งนี้ การเปิดเส้นทางเดินเรือดังกล่าวซึ่งมีความสำคัญต่อการขนส่งน้ำมันของโลกยังคงเป็นปัจจัยที่ไม่แน่นอนสำหรับนักลงทุนและเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการเจรจา โดยโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาและหัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่าน กล่าวว่าการหยุดยิงอย่างเต็มรูปแบบจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการยกเลิกมาตรการปิดล้อมเท่านั้น

สตีเฟน มัสซอคกา รองประธานอาวุโสของ Wedbush Securities ให้ความเห็นว่า "ทุกคนเริ่มจะเอือมระอากับเรื่องนี้เต็มทีแล้ว... เห็นได้ชัดว่าตอนนี้ตลาดกำลังมองหาบทสรุปที่ดีหรือทางออกที่เหมาะสม ขณะที่ผลประกอบการที่ผ่านมาถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ประเด็นคือจะยังคงดีต่อเนื่องหรือไม่หากสถานการณ์สงครามยังยืดเยื้อ ซึ่งอาจทำให้แรงส่งของตลาดลดน้อยลง”

ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า กำไรในไตรมาสแรกมีแนวโน้มเติบโตอยู่ที่ประมาณ 14% อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่อาจพุ่งสูงขึ้นยังคงมีอยู่ เนื่องจากราคาน้ำมันยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นอีก

ขณะที่ข้อมูลจาก Goldman Sachs ระบุว่า ประมาณการกำไรต่อหุ้นของดัชนี S&P 500 สำหรับปี 2026 และ 2027 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4% ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนม.ค.

ภาพรวมหุ้นรายตัว-รายอุตสาหกรรม

- ดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีใน S&P 500 เพิ่มขึ้น 2.31% และเป็นกลุ่มที่บวกแรงที่สุดในบรรดาหุ้น 11 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก นำโดยหุ้นในกลุ่มชิป ได้แก่ Micron Technology ที่พุ่งขึ้น 8.48% ทำสถิติปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 487.48 ดอลลาร์ ทั้งนี้ดัชนีกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 15 วัน จาก 16 วันทำการล่าสุด

- หุ้น Seagate พุ่งขึ้น 3.57% หลัง Barclays ปรับคำแนะนำลงทุนเป็น "Overweight"

- หุ้น GE Vernova พุ่งขึ้น 13.75% มากที่สุดในดัชนี S&P 500 หลังจากบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการทั้งปี

- หุ้นของ Boston Scientific พุ่งขึ้น 8.99% หลังรายงานผลประกอบการไตรมาสแรก

- หุ้น Boeing ปรับขึ้น 5.53% หลังจากรายงานตัวเลขขาดทุนรายไตรมาสน้อยกว่าที่คาดการณ์ และหนุนดัชนีดาวโจนส์มากที่สุด

- หุ้น United Airlines ร่วงลง 5.58% หลังจากคาดการณ์กำไรในไตรมาสสองและกำไรทั้งปีต่ำกว่าที่วอลล์สตรีทประเมินไว้ เนื่องจากราคาเชื้อเพลิงอากาศยานที่สูงขึ้นกดดันอัตรากำไรและสร้างความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มในระยะสั้น

- หุ้น Tesla พุ่งขึ้น 4.6% หลังปิดตลาด ภายหลังรายงานกระแสเงินสดอิสระในไตรมาสแรกเป็นบวกเกินความคาดหมาย

- หุ้น Spirit Airlines ซึ่งซื้อขายในตลาด OTC พุ่งขึ้นมากกว่าสองเท่า แตะที่ 1.50 ดอลลาร์ต่อหุ้น หลังจากมีรายงานจาก Wall Street Journal ว่า รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ใกล้บรรลุข้อตกลงในการช่วยเหลือสายการบินราคาประหยัดที่กำลังประสบปัญหารายนี้

ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย

- ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 16,080 ล้านหุ้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 20 วันทำการ ซึ่งอยู่ที่ 18,300 ล้านหุ้น

- ตลาดหุ้นนิวยอร์กมีหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบในสัดส่วน 1.61 ต่อ 1 หุ้น ขณะที่ตลาดหุ้นแนสแดคมีสัดส่วน 1.81 ต่อ 1 หุ้น

- ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 31 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 5 ตัว ขณะที่ดัชนีแนสแดค มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 118 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 57 ตัว

 ที่มา Reuters


Related Topics

Reporting by

Supak Hophungju

Supak Hophungju

Head of International News Department, efinanceThai