สหรัฐฯ ปรับเกณฑ์ให้คะแนนธนาคารแบบไม่เปิดเผย หนุนหุ้นแบงก์โลก

รูป สหรัฐฯ ปรับเกณฑ์ให้คะแนนธนาคารแบบไม่เปิดเผย หนุนหุ้นแบงก์โลก

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -19 พ.ค. 69 20:02 น.

สหรัฐฯ กำลังพิจารณาปรับโครงสร้างการให้คะแนนธนาคารแบบไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบวกต่อ กลุ่มธนาคารโลก และหุ้นการเงิน โดยตลาดมองว่าหากการประเมินเข้มงวดน้อยลง ต้นทุนการปฏิบัติตามกฎอาจลดลง และธนาคารอาจใช้เงินทุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ประเด็นสำคัญอยู่ที่กรอบ CAMELS ซึ่งเป็นระบบประเมินธนาคารด้านเงินกองทุน คุณภาพสินทรัพย์ การบริหารจัดการ รายได้ สภาพคล่อง และความไวต่อความเสี่ยงตลาด โดยคะแนนรวมมีผลต่อระดับการตรวจสอบ ธุรกรรมที่ธนาคารสามารถทำได้ และเงินกองทุนที่ต้องกันไว้ หากแนวทางใหม่หันไปให้น้ำหนักกับฐานะการเงินและความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญมากขึ้น แทนการพิจารณาปัจจัยที่ไม่เกี่ยวกับการเงินโดยตรง โทนการกำกับดูแลภาคธนาคารสหรัฐฯ ก็มีแนวโน้มผ่อนคลายลงอีกขั้น

การผ่อนคลายกำกับดูแลหนุนมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นธนาคาร

ในภาพรวมของตลาดการเงิน ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนทิศทาง ผ่อนคลายการกำกับดูแลธนาคารสหรัฐฯ ที่ต่อเนื่องจากช่วงปีที่ผ่านมา หลังเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เคยทำให้ธนาคารขนาดใหญ่ได้สถานะจัดการได้ง่ายขึ้น ผ่อนคลายข้อกำหนดเงินกองทุนบางส่วน และลดจำนวนเจ้าหน้าที่กำกับดูแลลง นักลงทุนจึงมักตีความมาตรการลักษณะนี้ว่าเป็นปัจจัยหนุนกำไรของกลุ่มธนาคาร เพราะช่วยลดภาระด้านกฎระเบียบและเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารทุน

หากการปรับเกณฑ์เรตติ้งลับธนาคารเดินหน้าต่อไป ธนาคารขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ อาจได้รับประโยชน์จากมุมมองของผู้กำกับดูแลที่อิงความเสี่ยงทางการเงินเป็นหลักมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการประเมินมูลค่าหุ้นกลุ่มการเงินในตลาดโลกด้วย เนื่องจากนักลงทุนมักมองว่ากรอบกำกับดูแลที่เบาลงช่วยเพิ่มโอกาสการจ่ายปันผล การซื้อหุ้นคืน และการเติบโตของกำไรต่อหุ้นในระยะถัดไป

ผลสะท้อนต่อหุ้นการเงินไทยและการจัดพอร์ต

สำหรับนักลงทุนไทย สัญญาณผ่อนคลายกำกับดูแลธนาคารโลกอาจส่งผลเชิงจิตวิทยาต่อ หุ้นการเงินไทย และหุ้นธนาคารในภูมิภาค โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่มักเคลื่อนไหวตามบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์การเงินทั่วโลก ขณะเดียวกัน หุ้นเติบโตที่อาศัย valuation ระดับสูงอาจเสียเปรียบเชิงเปรียบเทียบ หากเงินทุนเริ่มไหลกลับเข้าหากลุ่มการเงินมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ข่าวนี้ยังไม่กระทบปัจจัยพื้นฐานของธนาคารไทยโดยตรง แต่สะท้อนมุมมองต่อบรรยากาศการลงทุนและการประเมินมูลค่าหุ้นการเงินในระดับโลกมากกว่า นักลงทุนจึงควรติดตามทั้งทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ การกำกับดูแลภาคธนาคาร และกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด

ความเสี่ยงที่ยังต้องจับตา

แม้แนวโน้มผ่อนคลายกำกับดูแลจะเป็นผลบวกต่อกลุ่มธนาคารในระยะสั้น แต่ยังมีคำถามว่าการลดน้ำหนักการประเมินบางด้านอาจทำให้ความเสี่ยงสะสมในระบบการเงินเพิ่มขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะหากธนาคารขยายการใช้ทุนมากขึ้นในช่วงที่สภาพเศรษฐกิจยังเผชิญความไม่แน่นอน

ในบริบทการลงทุนที่ยังผันผวน ทองคำ และ พันธบัตร ยังมีบทบาทสำคัญในการกระจายความเสี่ยงของพอร์ต หากความผ่อนคลายด้านกำกับดูแลส่งผลให้ความเสี่ยงเชิงระบบกลับมาเพิ่มขึ้นในอนาคต สินทรัพย์ปลอดภัยเหล่านี้อาจยังเป็นทางเลือกที่ช่วยลดความผันผวนของพอร์ตได้


Related Topics

Reported by

efin Reporter

efin Reporter