20 May 2026 13:18SCL ส่งสัญญาณเชิงบวก อนุมัติซื้อหุ้นคืน 60 ลบ. เริ่ม 20 พ.ค. – 19 พ.ย.นี้ หลัง Q1/69 กำไรโตแกร่งเกือบ 45% หนุนความเชื่อมั่นผู้ถือหุ้นSCL ส่งสัญญาณเชิงบวก อนุมัติซื้อหุ้นคืน 60 ลบ. เริ่ม 20 พ.ค. – 19 พ.ย.นี้ หลัง Q1/69 กำไรโตแกร่งเกือบ 45% หนุนความเชื่อมั่นผู้ถือหุ้นTranslatestar_borderModal Upgrade PackageefinAI สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 พ.ค. 69 13:18 น. SCL ส่งสัญญาณเชิงบวก อนุมัติซื้อหุ้นคืน 60 ลบ. เริ่ม 20 พ.ค. – 19 พ.ย.นี้ หลัง Q1/69 กำไรโตแกร่งเกือบ 45% หนุนความเชื่อมั่นผู้ถือหุ้นบมจ. เอส.ซี.แอล.มอเตอร์ พาร์ท (SCL) ส่งสัญญาณเชิงบวก หลังประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 เติบโตแข็งแกร่ง กำไรสุทธิพุ่ง 44.84% ควบคู่การอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงินไม่เกิน 60 ล้านบาท สะท้อนความมั่นใจของผู้บริหารต่อพื้นฐานธุรกิจ กระแสเงินสด และฐานะการเงินในระยะยาว ขณะที่แนวโน้มอุตสาหกรรมอะไหล่รถยนต์ไทยยังมีศักยภาพเติบโตจากความต้องการซ่อมบำรุงและเปลี่ยนอะไหล่อย่างต่อเนื่อง โดย SCL พร้อมเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า และต่อยอดโอกาสการเติบโตในตลาดอะไหล่รถยนต์ยุคใหม่ เพื่อสร้างผลตอบแทนผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืนในระยะยาวนายสกล ตั้งก่อสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอส.ซี.แอล.มอเตอร์ พาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SCL ผู้นำธุรกิจจัดจำหน่ายชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ของไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน (Treasury Stock) วงเงินรวมไม่เกิน 60 ล้านบาท โดยจะดำเนินการซื้อหุ้นคืนผ่านระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระหว่างวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2569ทั้งนี้ บริษัทกำหนดจำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 25,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท หรือคิดเป็นไม่เกิน 10% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท โดยราคาหุ้นที่จะซื้อคืนจะไม่เกินกว่าราคาปิดเฉลี่ย 5 วันทำการซื้อขายก่อนหน้าบวกด้วยร้อยละ 15 ซึ่งข้อมูลราคาปิดเฉลี่ยย้อนหลัง 30 วันทำการ ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 12 พฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 1.20 บาทต่อหุ้นนายสกล กล่าวว่า การดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารสภาพคล่องส่วนเกินให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างเงินทุนของบริษัท โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) และกำไรต่อหุ้น (EPS) รวมถึงสะท้อนความเชื่อมั่นของคณะกรรมการและผู้บริหารต่อศักยภาพการดำเนินธุรกิจ ฐานะการเงิน และความสามารถในการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาวความเชื่อมั่นดังกล่าวสอดคล้องกับผลการดำเนินงานของ SCL ที่เติบโตต่อเนื่อง โดยไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขาย 576.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.23% และมีกำไรสุทธิ 19.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.84% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ อัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 14.07% สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารสินค้า การควบคุมต้นทุน และความสามารถในการสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากพิจารณาผลประกอบการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีแนวโน้มการเติบโตทั้งด้านรายได้ กำไรสุทธิ และส่วนของผู้ถือหุ้น โดยกำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ราว 15% ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการตัดสินใจดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนในครั้งนี้ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 76.92 ล้านบาท มีกำไรสะสม 196.90 ล้านบาท และมีอัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) อยู่ที่ 1.16 เท่า สะท้อนฐานะการเงินและสภาพคล่องที่ยังแข็งแกร่ง รองรับทั้งการดำเนินธุรกิจและโครงการซื้อหุ้นคืนนอกจากนี้ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ได้อนุมัติจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.092 บาท กำหนดจ่ายในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 สะท้อนนโยบายการบริหารผลตอบแทนผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ฐานะการเงินและสภาพคล่องที่แข็งแกร่งของบริษัทนายสกล กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดอะไหล่รถยนต์ไทยยังมีศักยภาพเติบโตจากฐานรถยนต์สะสมในประเทศกว่า 20 ล้านคัน ส่งผลให้ความต้องการซ่อมบำรุงและเปลี่ยนอะไหล่ยังอยู่ในระดับสูง โดย SCL จะเดินหน้าต่อยอดจุดแข็งในฐานะผู้จัดจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ครบวงจร ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำ เพิ่มความหลากหลายของสินค้า และรองรับโอกาสจากตลาดรถยนต์ยุคใหม่ รวมถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน“การซื้อหุ้นคืนครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการบริหารสภาพคล่องส่วนเกิน แต่เป็นการสะท้อนความเชื่อมั่นของบริษัทต่อพื้นฐานธุรกิจและแนวโน้มการเติบโตในอนาคต หลังจากผลการดำเนินงานไตรมาสแรกเติบโตอย่างแข็งแกร่ง เราเชื่อว่า SCL ยังมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น ควบคู่กับการขยายธุรกิจอย่างมั่นคงในระยะยาว” นายสกล กล่าว efinAIRelated Topicsข่าวเด็ดบจ.
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 พ.ค. 69 13:18 น. SCL ส่งสัญญาณเชิงบวก อนุมัติซื้อหุ้นคืน 60 ลบ. เริ่ม 20 พ.ค. – 19 พ.ย.นี้ หลัง Q1/69 กำไรโตแกร่งเกือบ 45% หนุนความเชื่อมั่นผู้ถือหุ้นบมจ. เอส.ซี.แอล.มอเตอร์ พาร์ท (SCL) ส่งสัญญาณเชิงบวก หลังประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 เติบโตแข็งแกร่ง กำไรสุทธิพุ่ง 44.84% ควบคู่การอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงินไม่เกิน 60 ล้านบาท สะท้อนความมั่นใจของผู้บริหารต่อพื้นฐานธุรกิจ กระแสเงินสด และฐานะการเงินในระยะยาว ขณะที่แนวโน้มอุตสาหกรรมอะไหล่รถยนต์ไทยยังมีศักยภาพเติบโตจากความต้องการซ่อมบำรุงและเปลี่ยนอะไหล่อย่างต่อเนื่อง โดย SCL พร้อมเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า และต่อยอดโอกาสการเติบโตในตลาดอะไหล่รถยนต์ยุคใหม่ เพื่อสร้างผลตอบแทนผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืนในระยะยาวนายสกล ตั้งก่อสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอส.ซี.แอล.มอเตอร์ พาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SCL ผู้นำธุรกิจจัดจำหน่ายชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ของไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน (Treasury Stock) วงเงินรวมไม่เกิน 60 ล้านบาท โดยจะดำเนินการซื้อหุ้นคืนผ่านระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระหว่างวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2569ทั้งนี้ บริษัทกำหนดจำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 25,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท หรือคิดเป็นไม่เกิน 10% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท โดยราคาหุ้นที่จะซื้อคืนจะไม่เกินกว่าราคาปิดเฉลี่ย 5 วันทำการซื้อขายก่อนหน้าบวกด้วยร้อยละ 15 ซึ่งข้อมูลราคาปิดเฉลี่ยย้อนหลัง 30 วันทำการ ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 12 พฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 1.20 บาทต่อหุ้นนายสกล กล่าวว่า การดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารสภาพคล่องส่วนเกินให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างเงินทุนของบริษัท โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) และกำไรต่อหุ้น (EPS) รวมถึงสะท้อนความเชื่อมั่นของคณะกรรมการและผู้บริหารต่อศักยภาพการดำเนินธุรกิจ ฐานะการเงิน และความสามารถในการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาวความเชื่อมั่นดังกล่าวสอดคล้องกับผลการดำเนินงานของ SCL ที่เติบโตต่อเนื่อง โดยไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขาย 576.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.23% และมีกำไรสุทธิ 19.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.84% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ อัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 14.07% สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารสินค้า การควบคุมต้นทุน และความสามารถในการสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากพิจารณาผลประกอบการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีแนวโน้มการเติบโตทั้งด้านรายได้ กำไรสุทธิ และส่วนของผู้ถือหุ้น โดยกำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ราว 15% ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการตัดสินใจดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนในครั้งนี้ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 76.92 ล้านบาท มีกำไรสะสม 196.90 ล้านบาท และมีอัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) อยู่ที่ 1.16 เท่า สะท้อนฐานะการเงินและสภาพคล่องที่ยังแข็งแกร่ง รองรับทั้งการดำเนินธุรกิจและโครงการซื้อหุ้นคืนนอกจากนี้ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ได้อนุมัติจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.092 บาท กำหนดจ่ายในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 สะท้อนนโยบายการบริหารผลตอบแทนผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ฐานะการเงินและสภาพคล่องที่แข็งแกร่งของบริษัทนายสกล กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดอะไหล่รถยนต์ไทยยังมีศักยภาพเติบโตจากฐานรถยนต์สะสมในประเทศกว่า 20 ล้านคัน ส่งผลให้ความต้องการซ่อมบำรุงและเปลี่ยนอะไหล่ยังอยู่ในระดับสูง โดย SCL จะเดินหน้าต่อยอดจุดแข็งในฐานะผู้จัดจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ครบวงจร ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำ เพิ่มความหลากหลายของสินค้า และรองรับโอกาสจากตลาดรถยนต์ยุคใหม่ รวมถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน“การซื้อหุ้นคืนครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการบริหารสภาพคล่องส่วนเกิน แต่เป็นการสะท้อนความเชื่อมั่นของบริษัทต่อพื้นฐานธุรกิจและแนวโน้มการเติบโตในอนาคต หลังจากผลการดำเนินงานไตรมาสแรกเติบโตอย่างแข็งแกร่ง เราเชื่อว่า SCL ยังมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น ควบคู่กับการขยายธุรกิจอย่างมั่นคงในระยะยาว” นายสกล กล่าว