| | สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -21 พ.ค. 69 16:37 น.
INET โชว์ผลดำเนินงาน Q1/69 ผ่าน Earnings call (Oppday) กวาดรายได้ 846 ลบ. ยอด VMI ทะลุ 108,701 หน่วย พร้อมสนับสนุนธุรกิจไทยผ่าน Sovereign Platform เสริมแกร่งอธิปไตยดิจิทัลของประเทศ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET ผู้ให้บริการ Local Cloud และ Digital Platform สัญชาติไทย เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 ช่วงเดือนมกราคม - มีนาคม มีรายได้จากการให้บริการรวมกว่า 846.10 ล้านบาท เติบโตขึ้น 16.03% พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจสู่ “Sovereign Platform” อย่างต่อเนื่อง เตรียมบุกตลาดภาคเอกชน ภายใต้แนวคิด Enterprise Architecture เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ที่ช่วยลดต้นทุนบริการให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยพัฒนาระบบโดยคนไทย และสร้างการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบการในไทย ผ่านแพลตฟอร์มโดยคนไทยผ่าน “Nex Gen Commerce” ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพื่อเสริมสร้างอธิปไตยดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คุณวัลล์ชัย เวชชีวะดำรงค์ รองกรรมการผู้จัดการ บมจ. อินเทอร์เน็ตประเทศไทย และผู้บริหารสูงสุดด้านการเงิน รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ผ่านงาน Earnings call เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ว่า “บริษัทฯ มีรายได้รวมสุทธิในไตรมาสแรกอยู่ที่ 846 ล้านบาท เติบโต 16.03% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารรายได้ และการขยายฐานลูกค้าองค์กรอย่างต่อเนื่อง การเติบโตดังกล่าวสอดคล้องกับการขยายตัวของฐาน VMI โดยมีจำนวน VMI สะสมอยู่ที่ 108,701 VMI แสดงให้เห็นว่าความต้องการใช้งานโซลูชัน Cloud Infrastructure ในระดับองค์กรยังคงเติบโตต่อเนื่อง และส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาสแรก ด้านฐานะทางการเงิน บริษัทมีสินทรัพย์มูลค่ารวมกว่า 19,645 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 3,664 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพในการเติบโตระยะยาว และความสามารถในการรองรับการลงทุนด้าน Digital Infrastructure ในอนาคต อีกทั้งยังมีสัดส่วนของภาระหนี้สินรวมลดลงกว่า 3% เหลือเพียง 15,981 ล้านบาท จากการบริหารจัดการทางการเงิน และการไถ่ถอนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดตามแผนที่บริษัทได้วางไว้ ทั้งนี้ บริษัทฯ สามารถบริหารต้นทุนด้านการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากสัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลดลง ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างเงินทุน เพื่อรองรับการขยายตัวของบริการ Cloud และ Digital Platform ในอนาคต” คุณวัลล์ชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “บริษัทฯ ได้รับอานิสงส์จากแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรม Cloud และ Data Center ที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยองค์กรไทยจำนวนมากเริ่มหันกลับมาใช้บริการ Cloud ภายในประเทศมากขึ้น จากปัจจัยสำคัญจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ต่างประเทศ รวมถึงต้นทุนค่าบริการจากผู้ให้บริการต่างประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ INET ได้เตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับความต้องการขององค์กรไทย ภายใต้แนวคิด Enterprise Architecture ที่มุ่งลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเพิ่มศักยภาพการพึ่งพาตนเองมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเป็นแรงสนับสนุนต่อธุรกิจ Sovereign Cloud ในไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป หลังจากภาครัฐเริ่มให้ความสำคัญกับนโยบาย Cloud first policy และการจัดเก็บข้อมูลภายในประเทศมากขึ้น ขณะเดียวกัน ธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม ยังมีแนวโน้มเติบโตดีขึ้นต่อเนื่อง โดยแพลตฟอร์ม Nex Gen Commerce ได้เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย” ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ซึ่งโครงการนี้จะช่วยขยายฐานผู้ประกอบการไทย เพิ่มจำนวน Merchant และต่อยอดการเติบโตของ Commerce Ecosystem และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในระยะยาว” คุณวัลล์ชัย กล่าว นอกจากนี้ INET ยังเดินหน้าโครงการ INET-IDC-4 จังหวัดขอนแก่น ซึ่งถือเป็น Digital Hub ใหม่แห่งแรกในภาคอีสาน ออกแบบภายใต้แนวคิด “Humble & Harmony” ที่เป็นมิตรกับชุมชน และไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทฯ อยู่ระหว่างพิจารณาแผนสร้าง Solar Farm แห่งที่ 2 เพื่อรองรับการใช้พลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นใน IDC3 จ.สระบุรี โดยคาดว่าจะใช้เป็นพลังงานทางเลือกหลักในการรับมือกับต้นทุนพลังงานไฟฟ้าในอนาคต สอดคล้องกับทิศทาง Green Data Center ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการบริหารจัดการธุรกิจที่บริษัทดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลากว่า 31 ปี INET ยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศอย่างต่อเนื่อง ในฐานะ Sovereign Provider ของประเทศไทย เพื่อเสริมความมั่นคงทางดิจิทัล ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยอย่างยั่งยืน | |