| MTC เข้าโครงการ JUMP+ ตั้งเป้ารายได้แตะ 4.3 หมื่นลบ.ในปี 71 วาง 5 กลยุทธ์เร่งโตทั้งขยายสาขา-คุมพอร์ตสินเชื่อ-ลดต้นทุน พร้อมยกระดับ ESG หวังสร้างกำไรระยะยาวแข็งแกร่ง นายปริทัศน์ เพชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร, นายสุรัตน์ ฉายาวรเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน และนางสาวธันย์ชนก เกษอุดมทรัพย์ นักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC เปิดเผยในงานนำเสนอแผนเพิ่มมูลค่าบริษัท (JUMP+ Plan) วางเป้ารายได้ปี 71 แตะระดับ 43,000 ล้านบาท ผ่าน 5 กลยุทธ์หลัก ใน 3 มิติ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ ตั้งเป้ารายได้ในปี 2571 ที่ระดับ 43,000 ล้านบาท จากสิ้นปี 2568 ที่ระดับ 30,739 ล้านบาท โดย 5 แผนกลยุทธ์ ได้แก่ มิติทางธุรกิจ แผนกลยุทธ์ที่ 1: การเติบโตทางธุรกิจ แบ่งเป็น 1.1: การขยายสาขาตามศักยภาพ ซึ่งปัจจุบันมีสาขากว่า 8,673 แห่ง ครอบคลุม 77 จังหวัด การระบุตำแหน่งสำหรับสาขาใหม่ จึงต้องมีความแม่นยำมากขึ้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะทับซ้อนกับพื้นที่สาขาที่มีอยู่แล้ว โดยมีกลยุทธ์มุ่งเน้นการขยายสาขาที่มีคุณภาพโดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อระบุ “พื้นที่ที่มีศักยภาพสูง” ซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่จะสร้างผลตอบแทนสูงสุดให้กับบริษัท เป้าหมายเพิ่มประสิทธิภาพการขยายสาขาผ่านระบบการกำหนดตำแหน่งเป้าหมาย ช่วยให้ทีมสำรวจสามารถมุ่งเน้นไปที่พื้นที่ที่เหมาะสม ในขณะเดียวกันก็เพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรเวลาและทรัพยากรบุคคล 1.2: การขยายฐานลูกค้า บางสาขายังไม่สามารถบรรลุศักยภาพการเติบโตอย่างเต็มที่ ส่งผลให้ผลการดำเนินงานมีความแตกต่างกันระหว่างสาขา โดยกลยุทธ์คือกำหนดเป้าหมายฐานลูกค้าที่เหมาะสมสำหรับแต่ละสาขา โดยได้รับการสนับสนุนจากการรวบรวมและตรวจสอบข้อมูลผ่านแดชบอร์ดส่วนกลางมีเป้าหมายที่เชื่อมโยงกับ KPI ขององค์กร เป้าหมาย คือสนับสนุนสาขาที่มีผลการดำเนินงานต่ำกว่าที่คาดหวังให้บรรลุการเติบโตที่เหมาะสมสอดคล้องกับบริบทการดำเนินงาน ลดความแตกต่างระหว่างสาขาและเพิ่มประสิทธิภาพการเติบโตโดยรวม แผนกลยุทธ์ที่ 2: การบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่อความผันผวนทางเศรษฐกิจและความซับซ้อนของพอร์ตสินเชื่อขนาดใหญ่ทำให้การตรวจสอบคุณภาพสินทรัพย์ทำได้ยากขึ้น ข้อจำกัดเหล่านี้เพิ่มความเสี่ยงต่ออัตราหนี้เสียที่อาจเพิ่มสูงขึ้นและอาจทำให้เสถียรภาพของพอร์ตสินเชื่อลดลง กลยุทธ์จึงพัฒนาระบบส่วนกลางเพื่อเพิ่มความโปร่งใสของพอร์ตสินเชื่อ ระบุความเสี่ยงได้เร็วขึ้น และช่วยให้การตรวจสอบแม่นยำยิ่งขึ้นผ่านแนวทางที่เป็นระบบมากขึ้น โดยมีเป้าหมายเพิ่มคุณภาพพอร์ตสินเชื่ออย่างยั่งยืนโดยการควบคุมหนี้เสีย ปรับปรุงประสิทธิภาพการเก็บหนี้ และเสริมสร้างระบบข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน แผนกลยุทธ์ที่ 3: ความเป็นเลิศในการดำเนินงาน แบ่งเป็น3.1: ความเป็นเลิศในการดำเนินงาน ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจ องค์กรเผชิญกับความท้าทายในการยกระดับศักยภาพของบุคลากรเพื่อให้มั่นใจว่าประสิทธิภาพการดำเนินงานเพียงพอที่จะปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงและรักษาความสามารถในการแข่งขัน โดยจะพัฒนาระบบแดชบอร์ดเพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานและสาขา (KPI) ในหลายมิติ รวมถึงการบูรณาการเทคโนโลยี AI เพื่อลดภาระงานและเพิ่มความเร็วในการให้บริการ เป้าหมายคือ 1. ประสิทธิภาพของพนักงานที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลง, 2. ยกระดับคุณภาพการบริการให้ได้มาตรฐานเดียวกันเพื่อความพึงพอใจของลูกค้า และ 3.ปรับจำนวนพนักงานให้สอดคล้องกับการเติบโตขององค์กร 3.2: การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน ความผันผวนทางเศรษฐกิจและข้อมูลกระแสเงินสดที่กระจัดกระจายทำให้การคาดการณ์สภาพคล่องและการจัดหาเงินทุนทำได้ยาก ส่งผลให้การตัดสินใจล่าช้า ต้นทุนการจัดหาเงินทุนสูงขึ้น และสภาพคล่องที่ไม่สอดคล้องกับการเติบโตของพอร์ตโฟลิโอ กลยุทธ์ คือเสริมสร้างการจัดการสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินผ่านแนวทางที่เป็นระบบเพื่อสนับสนุนการติดตาม การคาดการณ์ และการวิเคราะห์เพื่อประสิทธิภาพและความมั่นคงในการจัดหาเงินทุนที่ดีที่สุด เป้าหมายเสริมสร้างการจัดการสภาพคล่องและการจัดหาเงินทุนในฐานะกลไกสำคัญในการลดต้นทุนการจัดหาเงินทุน เพิ่มประสิทธิภาพของเงินทุน สนับสนุนการเติบโต และปรับปรุงผลกำไรภายใต้ความมั่นคงทางการเงินที่ยั่งยืน มิติการกำกับดูแล แผนกลยุทธ์ที่ 4: การเสริมสร้างธรรมาภิบาลที่ดีมีแผนการขยายสาขาเป็น 9,000 แห่ง ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงด้านการดำเนินงานของสาขา ข้อจำกัดในการตรวจจับการทุจริต และต้นทุนการดำเนินงานด้านการตรวจสอบที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยยกระดับฟังก์ชันการตรวจสอบภายในไปสู่รูปแบบดิจิทัลที่ช่วยให้สามารถตรวจสอบแบบเรียลไทม์และให้สัญญาณการตรวจจับการทุจริตเชิงรุก มีเป้าหมายลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการทุจริตก่อนที่จะเกิดขึ้น ลดต้นทุนการดำเนินงานด้านการตรวจสอบ และยกระดับฟังก์ชันการตรวจสอบภายในและมาตรฐานการกำกับดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล มิติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แผนกลยุทธ์ที่ 5: ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ทั่วโลกกำลังเพิ่มแรงกดดันต่อธุรกิจในการลดการปล่อยคาร์บอน เนื่องจากบริษัทดำเนินงานเครือข่ายสาขาที่กว้างขวาง จึงจำเป็นต้องมีระบบการจัดการที่สามารถติดตามประสิทธิภาพและผลลัพธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลยุทธ์คือบริษัทกำลังดำเนินการลดการปล่อยคาร์บอนจากการดำเนินงานผ่านสามโครงการหลัก ได้แก่ ประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาและการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร เพิ่มการใช้พลังงานสะอาดและลดการใช้กระดาษ ซึ่งจะส่งผลให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน "MTC ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ JUMP+ เพื่อทุ่มเทให้องค์กรเติบโตไปกับกับแผนงานในอีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งกำไรในระยะสั้นอาจไม่จำเป็นต้องเยอะที่สุด แต่สิ่งที่อยากให้สัญญากับนักลงทุนคือกำไรระยะยาว จะเป็นสิ่งที่คุ้มกับการลงทุนของเรา รวมถึงได้ใช้มาตรฐานระดับโลก หรือยกระดับ KPI หรือการสร้างพาร์ทเนอร์ในระดับโลก รวมถึงเรายังแคร์เรื่อง Climate Change " นายปริทัศน์กล่าว |