CGSI ชี้หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวถูกเทขายหนัก จากความไม่สงบตะวันออกกลาง กระทบธุรกิจการบิน-ต้นทุนพุ่ง

รูป CGSI ชี้หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวถูกเทขายหนัก จากความไม่สงบตะวันออกกลาง กระทบธุรกิจการบิน-ต้นทุนพุ่ง

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 มี.ค. 69 12:34 น.

 

CGSI มองหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวของไทย มีความเสี่ยงทางอ้อมจากผลกระทบต่อธุรกิจการบินและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น จากความขัดแย้งตะวันออกกลาง ชี้ถูกเทขายมากเกินไป ฉุดราคาปรับลง 8-17% คงนำแนะนำ Overweight

 

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ชี้ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยกระดับความตึงเครียด หลังสหรัฐฯและอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ส่งผลกระทบต่อการเดินทางทางอากาศทั่วทั้งภูมิภาค หลายประเทศ ประกาศปิดน่านฟ้าชั่วคราว ทำให้สายการบินต่างๆทั่วโลกต้องยกเลิกเที่ยวบินมายังประเทศในอ่าวเปอร์เซีย

 

- คาดว่า อัตราการยกเลิกเที่ยวบินจะพุ่งสูงขึ้นในเดือนมี.ค.69 หากสถานการณ์ความขัดแย้งยืดเยื้อ

 

ผลกระทบสามด้าน ได้แก่

1.สายการบินและสนามบินได้รับผลกระทบจากการปิดน่านฟ้าและการยกเลิกเที่ยวบิน อาจส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารลดลง

 

2.สายการบินมีความอ่อนไหวต่อราคาเชื้อเพลิงอากาศยานที่สูงขึ้น อาจกดดันมาร์จินหากน้ำมันยังมีราคาแพง

 

3.โรงแรมอาจมีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) ลดลง เพราะบรรยากาศการท่องเที่ยวทั่วโลกซบเซาลงและอัตราการเข้าพักของลูกค้าจากตะวันออกกลางลดลง

 

- กลุ่มการบินนั้น มองว่าการขนส่งผู้โดยสารทางอากาศ (passenger traffic) อาจได้รับผลกระทบ หากสายการบินตะวันออกกลางลดความถี่ของเที่ยวบิน หลังมีการประกาศปิดน่านฟ้าและยกเลิกเที่ยวบินในภูมิภาค

 

- แม้ว่านักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางจะมีสัดส่วนเพียง 2.3% ของสถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติของไทยในปี 68 แต่ประมาณ 9% ของการขนส่งผู้โดยสารระหว่างประเทศในปี 67 มาจากเส้นทางการบินไป/ กลับตะวันออกกลางตามข้อมูลของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ซึ่งรวมถึงผู้โดยสารที่แวะพักต่อเครื่องไป/กลับยุโรปและอเมริกาเหนือด้วย เนื่องจากมีเที่ยวบินระยะไกลที่บินตรงค่อนข้างจำกัด

 

- การระงับเที่ยวบินไปยังศูนย์กลางทางการบินในตะวันออกกลาง อาจส่งผลต่อการเดินทางแบบต่อเครื่องมายังประเทศไทยเช่นกัน เนื่องจากทางเลือกที่เป็นเที่ยวบินตรงมีอยู่จำกัด

 

หุ้นถูกผลกระทบ

- AOT จึงมีความเสี่ยงที่จำนวนผู้โดยสารจะลดลง ซึ่งจะกระทบทั้งรายได้จากกิจการการบินและรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ในปี 69 ส่วน

 

- THAI ไม่มีเที่ยวบินในเส้นทางบินไปตะวันออกกลาง แต่เชื่อว่าสายการบินยังมีความอ่อนไหวต่อต้นทุนน้ำมันเครื่องบิน ซึ่งคิดเป็น 32% ของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในปี 68

 

- MINT น่าจะมีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์ในปัจจุบันมากที่สุด เนื่องจากมีโรงแรมอยู่ในตะวันออกกลาง ประมาณ 12% ของโรงแรมในพอร์ตในเดือนธ.ค. 68 รวมทั้งมีโรงแรมในเครือจำนวนมากอยู่ในยุโรป ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายการดำเนินงานที่ เพิ่มขึ้นสูงขึ้นตามต้นทุนพลังงาน

 

- SHR จะได้รับผลกระทบส่วนใหญ่จากการที่ความต้องการเดินทางมาไทยและมัลดีฟส์ลดลง เพราะรายได้รวมจากนักท่องเที่ยวที่มาจากตะวันออกกลางและยุโรปมีสัดส่วนประมาณ 20% ของรายได้รวมในปี 68

 

- ERW น่าจะได้รับผลกระทบไม่มากนัก เนื่องจากรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวตะวันออกกลางและยุโรปมีสัดส่วนประมาณ 6% และ 13% ของรายได้รวมในปี 68 ตามลำดับ

 

- CENTEL มีความเสี่ยงโดยตรงจากโรงแรมในดูไบและโรงแรมในมัลดีฟส์ รวมถึงไทยอาจได้รับผลกระทบบ้างเช่นกัน แต่เชื่อว่าความเสี่ยงโดยรวมยังน้อยกว่าคู่แข่ง เพราะมีฐานรายได้กระจายตัว เนื่องจากคาดว่าธุรกิจอาหารจะยังแข็งแกร่ง

 

 หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวของไทยถูกเทขายมากเกินไป

ราคาหุ้นกลุ่มนี้ปรับตัวลง 8-17% นับจากวันที่ 28 ก.พ.69 ขณะที่ตั้งสมมติฐานในกรณีที่ sentiment การเดินทางทั่วโลกค่อยๆฟื้นตัวช่วงสามเดือนข้างหน้า จึงเชื่อว่าการเทขายหุ้นในช่วงที่ผ่านมา น่าจะสะท้อนความกังวลส่วนใหญ่ของนักลงทุนเกี่ยวกับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่ออุปสงค์การท่องเที่ยวโลกแล้ว

 

- คงคำแนะนำ Overweight กลุ่มท่องเที่ยว เนื่องจากมองว่าความเสี่ยง-ผลตอบแทนยังน่าสนใจ โดยเลือก ERW และ SHR เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่ม

 

- มองว่าปัจจัยบวกที่จะช่วยหนุนหุ้นกลุ่มนี้คือ การที่อุปสงค์การเดินทางทั่วโลกกลับเป็นปกติอย่างรวดเร็วและต้นทุนพลังงานลดลง

 

- downside risk จะมาจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งอาจกดดันมาร์จินของผู้ประกอบการ

 

 



Related Topics

Editing by

Charuwan Iamyingpanitch

Charuwan Iamyingpanitch

Assistant News Editor, efinanceThai