| สศค.เผยเศรษฐกิจไทย มี.ค. 2569 รับแรงหนุนส่งออกโตต่อเนื่องเดือนที่ 21 ด้านท่องเที่ยวเริ่มแผ่ว-ความเชื่อมั่นลด จับตาน้ำมันพุ่ง-ตะวันออกกลางเสี่ยงกระทบห่วงโซ่อุปทาน นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจการคลังเดือนมีนาคม 2569 ว่า เศรษฐกิจไทยยังได้รับแรงหนุนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21 สอดคล้องกับการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชน โดยเฉพาะหมวดสินค้าคงทน อย่างไรก็ดี ภาคการท่องเที่ยวเริ่มชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า ขณะเดียวกัน ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากราคาน้ำมันและสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตของไทย การบริโภคภาคเอกชนมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น โดยยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งและรถจักรยานยนต์ใหม่ เพิ่มขึ้น 16.6% และ 6.8% ต่อปี และเพิ่มขึ้น 17.5% และ 2.0% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหลังปรับฤดูกาล ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงมาอยู่ที่ 51.8 จาก 53.7 จากแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงาน ส่วนรายได้เกษตรกรแท้จริงหดตัว -4.1% ด้านการลงทุนภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้น โดยการนำเข้าสินค้าทุนเพิ่มขึ้น 23.2% ต่อปี และเพิ่มขึ้น 0.6% จากเดือนก่อน ขณะที่รถยนต์เชิงพาณิชย์ลดลง -4.2% ต่อปี แต่เพิ่มขึ้น 0.5% จากเดือนก่อน ภาคการส่งออกยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยมูลค่าส่งออกอยู่ที่ 35,157.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 18.7% ต่อปี และหากไม่รวมทองคำ น้ำมัน และยุทธปัจจัย ขยายตัว 19.3% โดยได้แรงหนุนจากอิเล็กทรอนิกส์ (+43.8%) เชื้อเพลิง (+26.6%) และเครื่องใช้ไฟฟ้า (+14.3%) รวมถึงสินค้าเกษตรบางรายการ เช่น น้ำมันพืช (+250.8%) น้ำตาล (+15.8%) และทุเรียน (+14.5%) อย่างไรก็ดี การส่งออกยางพารา ไก่สดแช่แข็ง และยานยนต์ยังหดตัว ขณะที่ตลาดหลักอย่างอินเดีย ออสเตรเลีย สหรัฐฯ และอาเซียน (5) ขยายตัว 140.6%, 56.2%, 41.9% และ 25.0% ตามลำดับ แต่ตลาดตะวันออกกลางและจีนหดตัว -57.1% และ -1.1% ด้านภาคท่องเที่ยวขยายตัวชะลอลง โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 2.78 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.0% ต่อปี แต่ลดลง -5.2% จากเดือนก่อน ขณะที่นักท่องเที่ยวไทยอยู่ที่ 22.6 ล้านคน เพิ่มขึ้น 0.4% ต่อปี แต่ลดลง -1.6% จากเดือนก่อน ภาคเกษตรขยายตัวเล็กน้อย โดยดัชนีผลผลิตเพิ่มขึ้น 0.8% ต่อปี และ 1.2% จากเดือนก่อน จากยางพารา ปาล์มน้ำมัน และไม้ผล ขณะที่ข้าวและมันสำปะหลังลดลง ด้านภาคอุตสาหกรรม ดัชนีความเชื่อมั่นลดลงมาอยู่ที่ 88.6 จาก 90.0 จากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ขณะที่ PMI อยู่ที่ 54.1 สะท้อนการขยายตัวของภาคการผลิต เสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ -0.08% เงินเฟ้อพื้นฐาน 0.57% และหนี้สาธารณะอยู่ที่ 66.1% ต่อ GDP ขณะที่ทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ที่ 280.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอลง โดย Global PMI อยู่ที่ 51.0 ลดลงจาก 53.3 แต่ยังอยู่ในระดับขยายตัว ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาพลังงานและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทั้งนี้ ตลาดการเงินไทยปรับตัวดีขึ้น โดยนักลงทุนในประเทศยังซื้อสุทธิในตลาดหุ้น ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังมีความผันผวนตามทิศทางเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ดี ตลาดตราสารหนี้ยังมีแรงซื้อสุทธิ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์ไทยในระยะยาว |