ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว การฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปรออยู่ข้างหน้า คงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 13 บาท เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ TLI โดยปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 13 บาท ยอดขายเบี้ยประกันช่วง ม.ค.–ก.พ. 2569 ที่อ่อนแอนั้นไม่เหนือความคาดหมายของเรา และคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่ 2Q69 ขณะที่กำไรมีแนวโน้มผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 4Q68 แล้ว และคาดว่าจะฟื้นตัว QoQ ใน 1Q69 เรามองหุ้น TLI ยังมีมูลค่าที่น่าสนใจ โดยซื้อขายที่ P/EV ปี 2569 ที่ 0.6x และมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 6% (ขึ้น XD วันที่ 7 พ.ค.) การเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลล่าสุดถือเป็นสัญญาณเชิงบวก และด้วยระดับ CAR ที่แข็งแกร่งมากกว่า 500% เราคาดว่าจะเห็นการเพิ่ม payout ต่อเนื่องในอนาคต Key upside คือโอกาสในการชิงส่วนแบ่งการตลาดโดยเฉพาะประกันสุขภาพ และอัตราการเคลมที่ลดลง ยอดเบี้ยประกันอ่อนแอตามคาด มองทยอยฟื้นใน 2Q69 ยอดรวมเบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี (APE) ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 ลดลง -30% YoY (ม.ค. -34%, ก.พ. -25%) สาเหตุหลักมาจากฐานที่สูงมากในปีที่ผ่านมา ซึ่งเกิดจากความต้องการประกันสุขภาพก่อนการบังคับใช้ Copay ของอุตสาหกรรมในเดือน มี.ค. 2568 รวมถึงยอดประกันแบบชำระเบี้ยครั้งเดียว (Single Premium) ที่ลดลง โดยเบี้ยประกันปีแรก (Frist year premium) ของประกันสุขภาพ ลดลง 52% YoY ขณะที่ประเภทอื่นยังเติบโตได้ดี เช่น ประกันแบบสะสมทรัพย์ เพิ่มขึ้น 11% YoY ขณะที่ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ เพิ่มขึ้น 6% YoY ทั้งนี้ การเติบโตของ APE ของ TLI ต่ำกว่าอุตสาหกรรมที่เติบโต 2% YoY เนื่องจากปี 2568 TLI มีการที่เติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรม ทำให้มีฐานสูง เราคาดว่า APE จะหดตัวในอัตราที่น้อยลงหรือกลับมาเติบโตได้อีกครั้งใน 2Q69 เมื่อฐานกลับสู่ภาวะปกติ โอกาสการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดยังไม่เปลี่ยน แม้ AIA จะประกาศเมื่อ 26 มี.ค. 2569 เลื่อนแผนยุติการขายประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายออกไปจากกำหนดเดิม 31 มี.ค. 2569 อย่างไม่มีกำหนด แต่จากการสอบถามตัวแทนประกัน เราคาดว่าการเลื่อนดังกล่าวจะไม่ยาวนาน และ AIA น่าจะเปลี่ยนมาขายเฉพาะผลิตภัณฑ์แบบ copay ทั้งหมดภายใน 2Q69 เราจึงยังคงมองว่า TLI มีโอกาสแย่งส่วนแบ่งตลาดได้เพิ่มเติม โดยประเมินว่าหากส่วนแบ่งตลาดประกันสุขภาพของ TLI เพิ่มขึ้น 5ppt กำไรในช่วงปี FY69-71E จะมี upside ราว 1-6% กำไร 1Q69 ฟื้นตัว QoQ แนวโน้มปี 2569-71 ยังแข็งแกร่ง เราคาดกำไรหลักใน 1Q69 ที่ 2.54 พันล้านบาท (-8% YoY, +15% QoQ) ฟื้นตัว QoQ จากค่าเคลมที่ลดลงสู่ระดับปกติหลังฐานสูงใน 4Q68 เพราะโรคระบาดมาก ขณะที่การลดลง YoY มาจาก CSM release rate ที่ลดลง หลังมีการปรับสมมติฐานจากอัตราการเสียชีวิตที่ดีขึ้น แม้จะกดดันการรับรู้รายได้ CSM ในระยะสั้น แต่ช่วยเพิ่ม CSM ต่อกรมธรรม์และสนับสนุนยอด CSM balance ที่สูงขึ้น เราปรับลดคาดการณ์กำไรปี 2569-71 ลง 10-12% เพื่อสะท้อน CSM release rate ที่ลดลง โดยคาดกำไรปี 2569 จะทรงตัว ก่อนกลับมาเติบโตเฉลี่ย 6% ต่อปี (CAGR) ในปี 2570-71 จากเบี้ยประกันที่เพิ่มขึ้น รายได้จากการลงทุนที่สูงขึ้น และเคลมที่ลดลง ทั้งนี้ TLI ยังมี CSM balance สูงถึง 9.1 หมื่นล้านบาท เพียงพอรองรับการรับรู้กำไรได้อีกราว 8 ปีข้างหน้า Nontapat Sahakitpinyo nontapat.sahakitpinyo@maybank.com (66) 2658 5000 ext 2352
|