STECH กางแผนยุทธศาสตร์ “JUMP+” ปักธงปี 71 EBITDA แตะ 410 ลบ. มุ่งสู่ผู้นำนวัตกรรมคอนกรีตอัดแรงระดับภูมิภาค

รูป STECH กางแผนยุทธศาสตร์ “JUMP+” ปักธงปี 71 EBITDA แตะ 410 ลบ. มุ่งสู่ผู้นำนวัตกรรมคอนกรีตอัดแรงระดับภูมิภาค

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 เม.ย. 69 16:11 น.

STECH กางแผนยุทธศาสตร์ “JUMP+” ปักธงปี 71 EBITDA แตะ 410 ลบ. มุ่งสู่ผู้นำนวัตกรรมคอนกรีตอัดแรงระดับภูมิภาค
บมจ.สยามเทคนิคคอนกรีต (STECH) ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (พ.ศ. 2569-2571) ภายใต้ชื่อ “JUMP+” ตั้งเป้าสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยวางเป้าหมายกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ไว้ที่ 390 - 410 ล้านบาท ภายในปี 2571 พร้อมยกระดับองค์กรสู่ผู้นำนวัตกรรมคอนกรีตอัดแรงในระดับภูมิภาค
นายเจษฎ์กรณ์ มงคลศรีสวัสดิ กรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและการขาย เปิดเผยว่า แผนยุทธศาสตร์การดำเนินงานระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2569-2571) ภายใต้แนวคิด “JUMP+: Strategic Growth & Sustainability” บริษัทฯ มุ่งเน้นการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันในทุกมิติ เพื่อสร้างการเติบโตของกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อย่างก้าวกระโดด โดยในปี 2571 บริษัทตั้งเป้าหมาย EBITDA อยู่ที่ประมาณ 390-410 ล้านบาท พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมคอนกรีตอัดแรงและโครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาคอย่างเต็มรูปแบบ
โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 เสาหลัก คือ การเติบโต (Growth), ธรรมาภิบาล (Governance) และความยั่งยืน (Sustainability) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอแก่ผู้ถือหุ้นในด้านการดำเนินงาน (Operational Growth) บริษัทมุ่งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การลงทุนในแบบผลิตคอนกรีตคุณภาพสูง การขยายฐานลูกค้างานบริการเสาเข็มพร้อมตอกสู่โครงการขนาดใหญ่ การใช้ระบบ Smart TMS (Smart Logistics) เพื่อลดต้นทุน และการเพิ่มกำลังการผลิตลวดเหล็กอัดแรงของบริษัทในเครือ (SSW) อีก 30% หรือแตะระดับ 20,000 ตันต่อปี ภายในปี 2571
ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย STECH ตั้งเป้าดึงอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ของงานบริการให้สูงกว่า 21% และตั้งเป้าอัตราส่วนผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ไว้ที่ 9.2% ภายในปี 2571 โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการซัพพลายเชนและลดความเสี่ยงจากการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ
ด้านธรรมาภิบาล บริษัทกำหนดบรรทัดฐานใหม่ด้วยการตั้งเป้าสัดส่วนกรรมการเพศหญิงไม่น้อยกว่า 30% และประกาศความพร้อมในการเข้าเป็นแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต (CAC) โดยต้องได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการภายในปี 2571 รวมถึงการพัฒนาระบบ Whistleblowing ที่ต้องสรุปผลสอบสวนได้ภายใน 14 วัน
ทั้งนี้ เพื่อก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน STECH เตรียมจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก (GHG Inventory) Scope 1 และ 2 ให้เสร็จสิ้นภายในปี 2571 ควบคู่ไปกับการชูนวัตกรรม “ลวดรักษ์โลก” เนื่องจาก STECH มีบริษัทย่อยในเครือ คือ บริษัท สยามสตีลไวร์ จำกัด (SSW) ซึ่งเป็นโรงงานผลิตลวดเหล็ก “ลวดรักษ์โลก” ซึ่งมีเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยไม่ต้องใช้น้ำกรดซึ่งเป็นกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้นในการกัดลวดโลหะให้สะอาดเหมือนในอดีต จึงไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างความเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว
STECH ยืนยันความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนองค์กรตามแผน “JUMP+” โดยระบุว่า “ยุทธศาสตร์นี้ไม่ใช่เพียงการตั้งเป้าหมายทางการเงินที่สูงขึ้น แต่คือการปฏิรูปโครงสร้างธุรกิจให้มีความยืดหยุ่นและยั่งยืน เราพร้อมที่จะส่งมอบคุณค่าที่เหนือกว่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม และสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอให้แก่ผู้ถือหุ้นท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่มีความท้าทาย โดยเชื่อมั่นว่ารากฐานที่แข็งแกร่งและวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนจะนำพา STECH ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดในระยะยาว” นายเจษฎ์กรณ์ กล่าว


Related Topics

STECH กางแผนยุทธศาสตร์ “JUMP+” ปักธงปี 71 EBITDA แตะ 410 ลบ. มุ่งสู่ผู้นำนวัตกรรมคอนกรีตอัดแรงระดับภูมิภาค