| ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เผยรายงาน Asian Development Outlook ชี้ เศรษฐกิจประเทศที่กำลังพัฒนาในเอเชียปีนี้ มีแนวโน้มชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 5.1% จากระดับ 5.4% ในปี 2025 เนื่องจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลไปยังหลายภาคส่วน ตั้งแต่ภาคการผลิตไปจนถึงการท่องเที่ยว รายงานดังกล่าวมีการสรุปขั้นสุดท้ายหลังจากที่สงครามอิหร่านเริ่มต้นไปแล้วกว่าหนึ่งสัปดาห์ จึงยังไม่สะท้อนความผันผวนเต็มรูปแบบ โดยเป็นการประเมินภายใต้สมมติฐานว่า ราคาน้ำมันจะค่อย ๆ กลับสู่ระดับก่อนเกิดสงครามภายในสิ้นปีนี้ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงผันผวน เนื่องจากราคาน้ำมันแกว่งตัวตามพัฒนาการรายวันของความขัดแย้ง มาซาโตะ คันดะ ประธาน ADB ระบุว่า “การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย-แปซิฟิกกำลังเผชิญบททดสอบสำคัญ แม้การเผชิญความเสี่ยงโดยตรงจะอยู่ในวงจำกัดก็ตาม แต่ภูมิภาคยังเปราะบางต่อราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งจะเร่งเงินเฟ้อและทำให้ภาวะการเงินตึงตัวมากขึ้น” ธนาคารพัฒนาเอเชียคาดว่า เศรษฐกิจจีนจะชะลอลงสู่ 4.6% ในปีนี้ จาก 5% ในปี 2025 โดยการบริโภคภาคเอกชนยังมีแนวโน้มซบเซา ขณะที่เศรษฐกิจอินเดียคาดว่า จะชะลอตัวลงสู่ 6.9% ในปี 2026 จาก 7.6% ในปีก่อนจากแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก แม้ยังได้รับแรงหนุนจากการบริโภคภายในประเทศที่แข็งแกร่ง ด้านเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีแนวโน้มค่อนข้างทรงตัว ทั้งนี้ ADB มีการปรับสถานะบางประเทศจากกำลังพัฒนาเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ADB คาดว่า เศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วในเอเชียและแปซิฟิกจะชะลอลงจาก 2.5% ในปีที่ผ่านมา สู่ระดับ 2.2% ในปี 2026 เนื่องจากเศรษฐกิจที่ชะลอลงในฝั่งฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และไต้หวัน พร้อมกันนี้ยังคาดว่าเงินเฟ้อในเอเชียกำลังพัฒนาจะเร่งขึ้นสู่ 3.6% ในปีนี้ จาก 3% ในปี 2025 โดยมีปัจจัยหลักจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น รวมไปถึงต้นทุนภาคเกษตรและราคาอาหารที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน เนื่องจากภูมิภาคต้องพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยและวัตถุดิบที่เกี่ยวข้อง เช่น ยูเรียและแอมโมเนีย จากตะวันออกกลาง ที่มา Bloomberg |