
ตลาดคริปโทฯ เผชิญแรงเทขายอย่างหนัก หลังนักลงทุนหอบเงินหนีตายจากกองทุนสปอต Bitcoin ETF รวมกว่า 290 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์เดียว เซ่นพิษความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และกังวลดอกเบี้ยเฟด
บรรยากาศการลงทุนตอนนี้เรียกได้ว่าตึงเครียดสุดขีด เมื่อตัวเลขล่าสุดชี้ว่ามีเม็ดเงินไหลออกจากกองทุนสปอต Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ทะลุ 290 ล้านดอลลาร์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เฉพาะวันศุกร์วันเดียวกองทุนใหญ่อย่าง IBIT ของ BlackRock โดนเทขายหนักถึง 201.5 ล้านดอลลาร์
Josh Gilbert นักวิเคราะห์ค่าย eToro ให้สัมภาษณ์กับ Decrypt ว่าตอนนี้บรรยากาศของตลาดคือโหมด Risk-off แบบเต็มขั้น สังเกตได้จากการที่บิตคอยน์ดิ่งลงไปแตะจุดต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ แถมฝั่งตลาดหุ้นใหญ่อย่าง S&P 500 ก็ร่วงยับเยินติดต่อกันถึง 5 สัปดาห์ซ้อน ซึ่งถือเป็นสถิติขาลงที่เลือดสาดที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 เลยทีเดียว
ปรากฏการณ์ “Risk-off” หรือการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงหนีตายครั้งนี้ มีต้นตอมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาขู่ผ่านสื่อว่าจะจัดการกับคลังน้ำมันของอิหร่าน ยิ่งทำให้ความหวังเรื่องการหยุดยิงริบหรี่ลงไปอีก
นอกจากเรื่องสงครามแล้ว ปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคก็กดดันหนักไม่แพ้กัน ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงกำลังปลุกผีเงินเฟ้อให้ฟื้นคืนชีพ ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ต้องพับแผนลดดอกเบี้ย หรือเผลอๆ อาจถึงขั้นต้องดึงเกมขึ้นดอกเบี้ยสวนทางความคาดหวังของตลาดด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนยังมองว่าตัวเลขเงินไหลออกระดับนี้ถือเป็นเรื่องปกติในช่วงสิ้นไตรมาสที่มีการปรับพอร์ตลงทุนแถมบิตคอยน์ยังทำผลงานได้ค่อนข้างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ
ตอนนี้คงต้องจับตากันต่อไปว่า ทิศทางดอกเบี้ยและสงครามจะลากราคาไปทิศทางใด โดยข้อมูลจากแพลตฟอร์มทายผลล่วงหน้าอย่าง Myriad เผยให้เห็นอารมณ์ตลาดที่เทไปฝั่งขาลง โดยนักลงทุนกว่า 56.8% เท หน้าตักเก็งว่าราคาบิตคอยน์มีสิทธิ์ร่วงลงไปก้นหลุม 55,000 ดอลลาร์ มากกว่าที่จะกาวพุ่งทะยานไปแตะ 84,000 ดอลลาร์
ที่มา : Decrypt

Digital Asset News Editor, efinanceThai