
ผู้บริหารระดับสูงจาก Morgan Stanley คาดการณ์ธนาคารสหรัฐฯ เตรียมนำบิตคอยน์ เข้ามาเป็นสินทรัพย์ในงบดุล ท่ามกลางความท้าทายด้านกฎระเบียบ ขณะที่กองทุน MSBT สร้างกระแสแรง กวาดเงินลงทุนทะลุ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใน 6 วัน ชี้ดีมานด์นักลงทุนรายย่อยพุ่งสูง
Morgan Stanley ส่งสัญญาณชัดว่า “บิตคอยน์” มีโอกาสเข้าไปอยู่ในงบดุลของธนาคารสหรัฐฯ ในอนาคต แม้ว่าปัจจุบันจะยังมีอุปสรรคสำคัญหลายประการที่ต้องก้าวข้ามไปให้ได้ โดย Amy Oldenburg หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัท ระบุว่าความต้องการจากลูกค้ากำลังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ระบบกำกับดูแลยังเป็นอุปสรรคสำคัญ
Oldenburg เปิดเผยในงานสัมมนาด้านคริปโทฯ ว่า แม้แนวโน้มการถือครองบิตคอยน์ของธนาคารจะเกิดขึ้นจริง แต่เส้นทางนี้ยังอีกยาวไกลกว่าที่หลายคนคาดคิด เนื่องจากธนาคารขนาดใหญ่ระดับ Morgan Stanley ยังคงต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านกฎระเบียบที่เข้มงวด ทั้งคำแนะนำจากธนาคารกลางสหรัฐฯ หลักเกณฑ์บาเซิล ซึ่งเป็นมาตรฐานการกำกับดูแลความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์ และข้อกำหนดจากหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก
ทิศทางนี้สอดคล้องกับมุมมองของ Robin Vince ซีอีโอของ BNY ที่ระบุว่าสถาบันการเงินขนาดใหญ่จะเป็นตัวเชื่อมสำคัญระหว่างโลกการเงินดั้งเดิมและสินทรัพย์ดิจิทัล แต่สถาบันเหล่านี้จำเป็นต้องมีความชัดเจนทางกฎหมายก่อนที่จะกระโดดเข้ามาลุยตลาดอย่างเต็มตัว
อย่างไรก็ตาม Morgan Stanley ก็ไม่ได้หยุดนิ่งรอกฎหมายเพียงอย่างเดียว เพราะล่าสุดบริษัทได้เดินหน้าเจาะตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยการเปิดตัว MSBT ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์การลงทุนประเภท ETP (Exchange-Traded Product) ที่มีบิตคอยน์หนุนหลัง และถือเป็นกองทุนแรกที่ออกโดยธนาคารที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ
กองทุนนี้สามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้มากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 6 วันแรกของการซื้อขาย โดยเลือกใช้ Coinbase และ BNY Mellon ทำหน้าที่ร่วมกันเป็นผู้รับฝากทรัพย์สิน
ประเด็นที่น่าสนใจคือ เม็ดเงินมหาศาลที่ไหลเข้ามาในช่วงแรกนี้ มาจากกลุ่มลูกค้าที่ตัดสินใจลงทุนด้วยตัวเองทั้งสิ้น โดยที่กลุ่มที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัท ยังไม่ได้เริ่มนำเสนอผลิตภัณฑ์นี้ให้กับลูกค้าเลยด้วยซ้ำ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่สูงมากจากฝั่งนักลงทุน
Oldenburg ชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันยังมี “ช่องว่างด้านความรู้” อย่างมากระหว่างสิ่งที่ ที่ปรึกษาทางการเงินนำเสนอกับความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า แม้ทาง Morgan Stanley จะมีคำแนะนำอย่างเป็นทางการให้ลูกค้าจัดสรรสัดส่วนการลงทุนในบิตคอยน์ราว 2-4% ของพอร์ตโฟลิโอ แต่การตอบรับจากฝั่งที่ปรึกษาทางการเงินกลับยังเป็นไปอย่างล่าช้า
ส่งผลให้ในปัจจุบัน สัดส่วนการลงทุนในกองทุน ETP บนแพลตฟอร์มบริหารความมั่งคั่งถึง 80% มาจากการที่ลูกค้าลงทุนเองโดยไม่ผ่านผู้แนะนำ ซึ่งขณะนี้ทางธนาคารกำลังเร่งแก้ไขปัญหานี้ผ่านโครงการฝึกอบรมภายใน เพื่ออัปเดตความรู้ให้กับทีมที่ปรึกษาทางการเงิน
ความต้องการลงทุนในบิตคอยน์ผ่านช่องทางที่ถูกกฎหมายนั้นเป็นกระแสที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดยจะเห็นได้จากความสำเร็จของกองทุน ETF บิตคอยน์ของ BlackRock (IBIT) ที่สามารถกวาดสินทรัพย์ไปได้กว่า 6.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และกลายเป็น กองทุน ETF ที่เติบโตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนมกราคม 2024
เพื่อตอบรับกับความต้องการในตลาด Morgan Stanley ยังได้เตรียมการก้าวต่อไป ด้วยการพยายามขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจทรัสต์ดิจิทัลจากสำนักงานบัญชีกลางของสหรัฐฯ ซึ่งหากทำสำเร็จ จะช่วยให้ธนาคารสามารถทำหน้าที่รับฝากคริปโทฯ ได้โดยตรง รวมถึงสามารถเปิดให้บริการซื้อขายคริปโทฯ แบบส่งมอบทันทีบนแพลตฟอร์มของตนเองได้เลยในอนาคต
ที่มา : Coindesk

บรรณาธิการข่าว สินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย
ไม่มีรายการ