
ธนาคารและบริษัทในยุโรปเริ่มนำ Stablecoin มาใช้งานจริงมากขึ้น หลัง MiCA ช่วยสร้างกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจน ขณะที่ Chainalysis มองว่า ตลาด Stablecoin อาจโตแตะ 1.5 พันล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2035
Lamine Brahimi ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการของ Taurus บริษัทผู้ให้บริกา Crypto Custody เปิดเผยกับสำนักข่าว Cointelegraph ว่า ธนาคารและบริษัทในยุโรปเริ่มขยับจาก “ศึกษาความเป็นไปได้” มาสู่การนำ Stablecoin มาใช้งานจริงแล้ว
Brahimi ระบุว่า เมื่อ 18 เดือนก่อน การสนทนาส่วนใหญ่ยังคงเป็นเรื่องของการทำความเข้าใจ และความเสี่ยงของ Stablecoin แต่ปัจจุบันบริษัทส่วนใหญ่ที่บอร์ดบริหารอนุมัติกำลังเตรียมเปิดให้บริการจริงแล้ว
โดยการบังคับใช้กฎ MiCA ของสหภาพยุโรปเป็นตัวเร่งสำคัญ จากการที่กฎดังกล่าวเข้ามาสร้างกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจนทั่วทั้งสหภาพยุโรป
“ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา สถาบันการเงินชั้นนำในยุโรปต่างได้ข้อสรุปตรงกันว่า สินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึง Stablecoin ควรเป็นส่วนหนึ่งของระบบธนาคาร ไม่ใช่อยู่แยกออกไป” Brahimi กล่าว
ทั้งนี้ ความต้องการส่วนใหญ่ขับเคลื่อนโดยฝ่ายการเงินองค์กรที่ต้องการโอนเงินได้เร็วขึ้น ลดต้นทุน และทำธุรกรรมนอกเวลาธนาคาร โดยเฉพาะการชำระเงินข้ามพรมแดน
ด้านธนาคารรายใหญ่ เช่น ING, UniCredit, BBVA และ BNP Paribas ต่างเดินหน้าโครงการ Stablecoin ของตนเอง ขณะที่ Societe Generale และ Oddo BHF ก็เปิดตัว Stablecoin ที่สอดคล้องกับ MiCA แล้ว
ข้อมูลจาก Paybis ยังสะท้อนดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น โดยปริมาณ USDC ในยุโรปพุ่งกว่า 109% ในช่วงปลายปี 2025 ถึงต้นปี 2026 และธุรกรรม Stablecoin มีขนาดใหญ่กว่า BTC/ETH ราว 15–35% บ่งชี้การใช้งานในระดับธุรกิจจริง
ขณะเดียวกัน รายงานจาก Chainalysis คาดว่า ปริมาณธุรกรรม Stablecoin อาจพุ่งแตะ 719 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2035 และอาจสูงถึง 1.5 พันล้านล้านดอลลาร์ หากกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของระบบการเงิน
ที่มา : cointelegraph

ผู้สื่อข่าว สายสินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย