พบ 18 บจ. หนี้สูง-สภาพคล่องต่ำ แถมงบฯปี 68 ขาดทุนอ่วม

รูป พบ 18 บจ. หนี้สูง-สภาพคล่องต่ำ แถมงบฯปี 68 ขาดทุนอ่วม

efinAI


ส่องข้อมูลงบฯ บจ.ล่าสุด พบ 18 บริษัท อาการน่าห่วง หลังอัตราส่วนหนี้สินต่อผู้ถือหุ้นสูงเกิน 2 เท่า ประกอบกับ งบฯปี 68 ขาดทุน แถมเงินสดการดำเนินงานติดลบ ส่งผลให้อัตราส่วนสภาพคล่องต่ำเกิน 1 เท่า ส่วนใหญ่เป็นหุ้นกลุ่มอสังหาฯ ด้านนักวิเคราะห์แนะเลี่ยงการลงทุน ส่วนคนที่มีของควร Cut Loss นำเงินสดหมุนหาหุ้นพื้นฐานแกร่ง-เงินสดสูง !

พบ 18 หุ้น หนี้สูง-สภาพคล่องต่ำ

“สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” สำรวจงบการเงินบริษัทจดทะเบียน (บจ.) หลังปิดงบการเงินปี 2568 พบ 18 บริษัท มีอัตราส่วนหนี้สินต่อผู้ถือหุ้น (D/E) สูงเกินระดับ 2 เท่า ประกอบกับ ผลการดำเนินงานปี 68 รายงานขาดทุนสุทธิ และมีเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานติดลบ ส่งผลให้อัตราส่วนสภาพคล่องของบริษัท อยู่ในระดับต่ำกว่า 1 เท่า ดังนี้

พบ 18 บจ. หนี้สูง-สภาพคล่องต่ำ แถมงบฯปี 68 ขาดทุนอ่วม
ชื่อย่อหุ้นอัตราส่วนหนี้สิน (เท่า)ขาดทุนปี 68 (ลบ.)เงินสดสุทธิการดำเนินงาน (ลบ.)อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า)
NCL17.72-94.94-30.970.53
QDC7.27-111.48-8.560.01
KC7.19-149.88-59.470.65
PROS6.80-153.06-5.370.92
NATION6.76-150.66-24.990.54
MJD5.61-2,109.93-80.440.88
QTCG4.51-19.84-47.680.81
CHOTI4.09-428.01-23.360.80
SOLAR3.89-562.04-27.830.35
NRF3.82-606.81-171.330.29
DUSIT3.81-453.31-251.450.96
BC3.15-88.02-80.900.46
IIG3.08-388.06-19.190.69
BTW2.80-102.46-18.900.51
MK2.33-465.09-25.950.74
EP2.24-1,512.76-598.290.15
EMPIRE2.22-164.61-11.070.74
RML2.10-913.13-84.980.91
ที่มา : SETSMART ณ 23 มี.ค.69

18 บริษัทดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จำนวน 10 บริษัท ขณะที่ บริษัทในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) ติดโผจำนวน 8 บริษัท กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ติดโผมากสุด จำนวน 9 บริษัท รองลงมา คือ กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ที่ติดโผจำนวน 2 บริษัท ส่วนที่เหลือกระจายตัวออกไปในหลายอุตสาหกรรม

NCL มีสัดส่วน D/E สูงสุดถึง 17 เท่า

บมจ.เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ (NCL) เป็นบริษัทที่มีอัตราส่วน D/E สูงสุดถึง 17.72 เท่า ขณะที่ ผลการดำเนินงานปี 68 ขาดทุนสุทธิ 94.94 ล้านบาท ขณะที่ เงินสดสุทธิจากการดำเนินงานติดลบ 30.97 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนสภาพคล่องเพียง 0.53 เท่า


รองลงมา คือ บมจ.ควอนตัม ดี ซี (QDC) ที่มีอัตราส่วน D/E สูงถึง 7.27 เท่า ขณะที่ ผลการดำเนินงานปี 68 ขาดทุนสุทธิ 111.48 ล้านบาท ขณะที่ เงินสดสุทธิจากการดำเนินงานติดลบ 8.56 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนสภาพคล่องเพียง 0.01 เท่า


มีอีก 3 บริษัท ที่มีอัตราส่วน D/E สูงกว่า 5 เท่า นำโดย บมจ.เค.ซี. พร็อพเพอร์ตี้ (KC) ที่มีอัตราส่วน D/E สูงถึง 7.19 เท่า ขณะที่ ผลการดำเนินงานปี 68 ขาดทุนสุทธิ 149.88 ล้านบาท ขณะที่ เงินสดสุทธิจากการดำเนินงานติดลบ 59.47 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนสภาพคล่องเพียง 0.65 เท่า


ด้าน บมจ.พรอสเพอร์ เอ็นจิเนียริ่ง (PROS) มีอัตราส่วน D/E สูงถึง 6.80 เท่า ขณะที่ ผลการดำเนินงานปี 68 ขาดทุนสุทธิ 153.06 ล้านบาท ขณะที่ เงินสดสุทธิจากการดำเนินงานติดลบ 5.37 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนสภาพคล่องเพียง 0.92 เท่า


ฟาก บมจ.เนชั่น กรุ๊ป (ไทยแลนด์) หรือ NATION มีอัตราส่วน D/E สูงถึง 6.76 เท่า ขณะที่ ผลการดำเนินงานปี 68 ขาดทุนสุทธิ 150.65 ล้านบาท ขณะที่ เงินสดสุทธิจากการดำเนินงานติดลบ 24.99 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนสภาพคล่องเพียง 0.54 เท่า

พบอีก 2 บจ. ขาดทุนเกิน 1 พันลบ.

ขณะเดียวกัน มีอีก 2 บริษัท ที่ผลการดำเนินงานปี 68 ขาดทุนสุทธิมากกว่า 1,000 ล้านบาท ประกอบด้วย บมจ.เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ (MJD) ผลการดำเนินงานปี 68 ขาดทุนสุทธิ 2,109.93 ล้านบาท ขณะที่ อัตราส่วน D/E สูง 5.61 เท่า และมีเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานติดลบ 80.44 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนสภาพคล่องเพียง 0.88 เท่า


เช่นเดียวกับ บมจ.อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป (EP) ที่ผลการดำเนินงานปี 68 ขาดทุนสุทธิ 1,512.76 ล้านบาท ขณะที่ อัตราส่วน D/E สูง 2.24 เท่า และมีเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานติดลบ 598.29 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนสภาพคล่องเพียง 0.15 เท่า

3 บริษัท เงินสดติดลบเกิน 100 ลบ.

อย่างไรก็ตาม มีอีก 3 บริษัท ที่เงินสดสุทธิจากการดำเนินงานหลังปิดงบการเงินงวดปี 68 ติดลบมากกว่า 100 ล้านบาท ประกอบด้วย บมจ.อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป (EP) ที่เงินสดสุทธิจากการดำเนินงานติดลบสูงสุด 598.29 ล้านบาท


รองลงมา คือ บมจ.ดุสิตธานี (DUSIT) ที่เงินสดสุทธิจากการดำเนินงานติดลบ 251.45 ล้านบาท และ บมจ.เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ (NRF) ที่เงินสดสุทธิจากการดำเนินงานติดลบ 171.33 ล้านบาท

จับตา 5 บจ. สภาพคล่องตึงตัวหนัก !

ทั้งนี้ มี 5 บริษัท มีอัตราส่วนสภาพคล่องต่ำกว่า 0.50 เท่า นำโดย บมจ.ควอนตัม ดี ซี (QDC) ที่มีอัตราส่วนสภาพคล่องต่ำที่สุดเพียง 0.01 เท่า รองลงมา คือ บมจ.อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป (EP) ที่มีอัตราส่วนสภาพคล่องต่ำเพียง 0.15 เท่า


ส่วนอีก 3 บริษัทที่เหลือ ประกอบด้วย บมจ.เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ (NRF) มีอัตราส่วนสภาพคล่องต่ำเพียง 0.28 เท่า, บมจ.โซลาร์ตรอน (SOLAR) มีอัตราส่วนสภาพคล่องต่ำเพียง 0.35 เท่า และ บมจ.บูทิค คอร์ปอเรชั่น (BC) มีอัตราส่วนสภาพคล่องต่ำเพียง 0.46 เท่า

กูรูแนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุน

นักวิเคราะห์ ระบุว่า การลงทุนในหุ้นกลุ่มดังกล่าว แม้จะเป็นการลงทุนในระยะกลาง-ยาว ถือว่า ยังมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง โดยกลุ่มที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือ กลุ่มที่มีอัตราส่วนสภาพคล่องต่ำกว่า 0.5 เท่า และผลการดำเนินงานมีการขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง เพราะมีความเสี่ยงที่จะถูกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ขึ้นเครื่องหมายเตือน CB หรืออาจถูกพักการซื้อขายหากส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ


ขณะที่ สัญญาณการฟื้นตัวของหุ้นลักษณะนี้ จะต้องเป็นบริษัทที่มีการปรับโครงสร้างหนี้สำเร็จ หรือเริ่มมีเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานพลิกกลับมาเป็น”บวก” จึงจะทำให้เริ่มมีความน่าสนใจเข้าไปลงทุนเพื่อลุ้นการ Turnaround ของทั้งผลการดำเนินงาน และราคาหุ้น แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ถือว่า ยังไม่เห้นสัญญาณการฟื้นตัวดังกล่าว


สำหรับ นักลงทุนที่ถือหุ้นกลุ่มดังกล่าว หากผลการดำเนินงานไตรมาส 1/69 ยังไม่มีการฟื้นตัวตามที่ตลาดคาดหวัง แนะนำตัดขายขาดทุน (Cut Loss) เพื่อรักษาเงินต้นไปลงทุนหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแรงกว่านี้ เช่น หุ้นปันผล เพราะตลาดช่วงนี้ กำลังให้ความสำคัญกับหุ้นที่มีกระแสเงินสด”บวก” และจ่ายเงินปันผลได้สม่ำเสมอ

แท็กที่เกี่ยวข้อง