
"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจข้อมูลบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ผ่านโปรแกรม SETSMART พบว่า ล่าสุด มี 21 บริษัท ที่ยังอยู่ในช่วงโครงการซื้อหุ้นคืน (Treasury Stock) โดยใช้งบรวมกันแล้ว 5,126 ล้านบาท จากวงเงินรวมที่ตั้งไว้ 35,443 ล้านบาท ดังนี้
21 บจ. อยู่ระหว่างซื้อหุ้นคืน | ||||
ชื่อย่อหุ้น | งบซื้อคืน (ลบ.) | จำนวน (ลห.)[ซื้อแล้ว (ลห.)] | ซื้อคืนแล้ว (ลบ.)[ช่วงราคา (บ./หุ้น)] | ระยะเวลา |
KBANK | 8,800 | 47.38 | 1,919.40 | 14 พ.ย.68 - 13 พ.ค.69 |
CPF | 8,000 | 350 | 960.81 | 8 ต.ค.68 - 7 เม.ย.69 |
MINT | 5,000 | 229 | 32.08 | 3 ธ.ค.68 - 2 มิ.ย.69 |
CPN | 5,000 | 111 | n/a | 18 ส.ค.68 - 17 ก.พ.69 |
BTG | 2,000 | 85 | 239.78 | 29 ก.ย.68 - 27 มี.ค.69 |
STGT | 1,500 | 220 | 439.19 | 22 ก.ย.68 - 20 มี.ค.69 |
BCP | 1,100 | 29.50 | n/a | 16 ธ.ค.68 - 15 มิ.ย.69 |
KKP | 1,000 | 16 | 999.96 | 4 ก.ย. - 18 ธ.ค.68 |
TTA | 1,000 | 182.24 | 74.84 | 18 ส.ค.68 - 13 ก.พ.69 |
MAJOR | 600 | 75.70 | 83.28 | 17 พ.ย.68 - 15 พ.ค.69 |
BGC | 300 | 41.66 | 2.48 | 24 พ.ย.68 - 22 พ.ค.69 |
TKS | 300 | 30 | 40.88 | 29 ส.ค.68 - 28 ก.พ.69 |
JTS | 250 | 9.35 | 249.99 | 21 พ.ย.68 - 20 พ.ค.69 |
TRU | 200 | 54 | 59.45 | 20 ส.ค.68 - 19 ก.พ.69 |
KIAT | 100 | 200 | n/a | 18 ธ.ค.68 - 17 มี.ค.69 |
SONIC | 80 | 40 | n/a | 21 พ.ย.68 - 20 พ.ค.69 |
INSET | 78 | 40 | 8.01 | 13 ส.ค.68 - 12 ก.พ.69 |
HL | 65 | 9 | n/a | 12 ธ.ค.68 - 30 เม.ย.69 |
SFLEX | 45 | 14.47 | 1.34 | 8 ธ.ค.68 - 7 พ.ค.69 |
ALT | 20 | 22 | 14.53 | 1 ก.ย.68 - 28 ก.พ.69 |
TMI | 5 | 11 | n/a | 1 ส.ค.68 - 31 ม.ค.69 |
ที่มา : SETSMART ณ 12 ธ.ค.68 | ||||
21 บริษัทดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นหุ้นนอกดัชนี SET100 จำนวน 13 บริษัท ขณะที่บริษัทในดัชนี SET100 มีจำนวน 8 บริษัท กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารติดโผมากสุด จำนวน 3 บริษัท รองลงมา คือ กลุ่มอุตสาหกรรมขนส่งและโลจิสติกส์, ธนาคารพาณิชย์, บรรจุภัณฑ์, บริการ, สื่อและสิ่งพิมพ์ และอาหารและเครื่องดื่ม จำนวน 2 บริษัท เท่ากัน
ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เป็นบริษัทที่ตั้งงบซื้อหุ้นคืนมากสุด 8,800 ล้านบาท ตั้งเป้าซื้อคืนไม่เกิน 47.38 ล้านหุ้น ตั้งแต่ 14 พ.ย.68 - 13 พ.ค.68 โดยล่าสุด KBANK ซื้อหุ้นคืนแล้ว 10.09 ล้านหุ้น ที่ช่วงราคา 188 - 191.50 บาท/หุ้น คิดเป็นมูลค่า 1,919.40 ล้านบาท
รองลงมา คือ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ที่ตั้งงบซื้อหุ้นคืน 8,000 ล้านบาท มีเป้าหมายซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 350 ล้านหุ้น ตั้งแต่ 8 ต.ค.68 - 7 เม.ย.69 โดยล่าสุด CPF ซื้อหุ้นคืนแล้ว 45.94 ล้านหุ้น ที่ช่วงราคา 20.20 - 21.50 บาท/หุ้น คิดเป็นมูลค่า 960.81 ล้านบาท
ขณะที่ ยังมีอีก 7 บริษัท ที่ตั้งงบซื้อหุ้นคืนมากกว่า 1,000 ล้านบาท ประกอบด้วย บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) ที่ตั้งงบซื้อหุ้นคืน 5,000 ล้านบาท มีเป้าหมายซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 229 ล้านหุ้น ตั้งแต่ 3 ธ.ค.68 - 2 มิ.ย.69 โดยล่าสุด MINT ซื้อหุ้นคืนแล้ว 1.40 ล้านหุ้น ที่ช่วงราคา 22.50 - 23.50 บาท/หุ้น คิดเป็นมูลค่า 32.08 ล้านบาท
เช่นเดียวกับ บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ที่ตั้งงบซื้อหุ้นคืน 5,000 ล้านบาท มีเป้าหมายซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 111 ล้านหุ้น ตั้งแต่ 18 ส.ค.68 - 17 ก.พ.69 อย่างไรก็ตาม CPN ยังไม่ได้มีการเข้ามาซื้อหุ้นคืนแต่อย่างใด
ด้าน บมจ.เบทาโกร (BTG) ตั้งงบซื้อหุ้นคืน 2,000 ล้านบาท มีเป้าหมายซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 85 ล้านหุ้น ตั้งแต่ 29 ก.ย.68 - 27 มี.ค.69 โดยล่าสุด BTG ซื้อหุ้นคืนแล้ว 13.40 ล้านหุ้น ที่ช่วงราคา 16.80 - 17.90 บาท/หุ้น คิดเป็นมูลค่า 239.78 ล้านบาท
ฟาก บมจ.ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) หรือ STGT ตั้งงบซื้อหุ้นคืน 1,500 ล้านบาท มีเป้าหมายซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 220 ล้านหุ้น ตั้งแต่ 22 ก.ย.68 - 20 มี.ค.69 โดยล่าสุด STGT ซื้อหุ้นคืนแล้ว 59.30 ล้านหุ้น ที่ช่วงราคา 6.75 - 8.55 บาท/หุ้น คิดเป็นมูลค่า 439.19 ล้านบาท
ขณะที่ บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) ตั้งงบซื้อหุ้นคืน 1,100 ล้านบาท มีเป้าหมายซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 29.50 ล้านหุ้น ตั้งแต่ 16 ธ.ค.68 - 15 มิ.ย.69, ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) ตั้งงบซื้อหุ้นคืน 1,000 ล้านบาท มีเป้าหมายซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 16 ล้านหุ้น ตั้งแต่ 4 ก.ย. - 18 ธ.ค.68 โดยล่าสุด KKP ซื้อหุ้นคืนแล้ว 15.87 ล้านหุ้น ที่ช่วงราคา 58.25 - 65 บาท/หุ้น คิดเป็นมูลค่า 999.96 ล้านบาท
ส่วน บมจ.โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) ตั้งงบซื้อหุ้นคืน 1,000 ล้านบาท มีเป้าหมายซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 182.24 ล้านหุ้น ตั้งแต่ 18 ส.ค.68 - 13 ก.พ.69 โดยล่าสุด TTA ซื้อหุ้นคืนแล้ว 16.75 ล้านหุ้น ที่ช่วงราคา 4.18 - 4.52 บาท/หุ้น คิดเป็นมูลค่า 74.84 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน เมื่อสำรวจราคาหุ้นของทั้ง 21 บริษัทดังกล่าว นับตั้งแต่ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน - 12 ธ.ค.68 พบว่า ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นเฉลี่ยถึง 10.45% โดยมีหุ้นถึง 16 บริษัทที่เคลื่อนไหวทาง"บวก" มีเพียง 4 บริษัท เท่านั้นที่เคลื่อนไหวทาง "ลบ" และมี 1 บริษัท ราคาหุ้นไม่เปลี่ยนแปลง ดังนี้
21 บจ. ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 11% หลังประกาศซื้อหุ้นคืน | ||||||
ชื่อย่อหุ้น | งบซื้อคืน (ลบ.) | จำนวน (ลห.) | ราคาเปิดโครงการ (บ.) | ราคาล่าสุด (บ.)* | %chg | ระยะเวลา |
JTS | 250 | 9.35 | 23.3 | 45.25 | 94.21 | 21 พ.ย.68 - 20 พ.ค.69 |
STGT | 1,500 | 220 | 6.8 | 8.45 | 24.26 | 22 ก.ย.68 - 20 มี.ค.69 |
ALT | 20 | 22 | 0.91 | 1.09 | 19.78 | 1 ก.ย.68 - 28 ก.พ.69 |
TRU | 200 | 54 | 3.18 | 3.8 | 19.50 | 20 ส.ค.68 - 19 ก.พ.69 |
BGC | 300 | 41.66 | 3.38 | 3.94 | 16.57 | 24 พ.ย.68 - 22 พ.ค.69 |
KKP | 1,000 | 16 | 59.75 | 66.5 | 11.30 | 4 ก.ย. - 18 ธ.ค.68 |
TMI | 5 | 11 | 0.48 | 0.53 | 10.42 | 1 ส.ค.68 - 31 ม.ค.69 |
MINT | 5,000 | 229 | 22 | 23.9 | 8.64 | 3 ธ.ค.68 - 2 มิ.ย.69 |
MAJOR | 600 | 75.7 | 6.4 | 6.95 | 8.59 | 17 พ.ย.68 - 15 พ.ค.69 |
TKS | 300 | 30 | 6.15 | 6.5 | 5.69 | 29 ส.ค.68 - 28 ก.พ.69 |
INSET | 78 | 40 | 1.67 | 1.73 | 3.59 | 13 ส.ค.68 - 12 ก.พ.69 |
KBANK | 8,800 | 47.38 | 185.5 | 192 | 3.50 | 14 พ.ย.68 - 13 พ.ค.69 |
KIAT | 100 | 200 | 0.29 | 0.3 | 3.45 | 18 ธ.ค.68 - 17 มี.ค.69 |
CPN | 5,000 | 111 | 52.75 | 54 | 2.37 | 18 ส.ค.68 - 17 ก.พ.69 |
SFLEX | 45 | 14.47 | 2.86 | 2.92 | 2.10 | 8 ธ.ค.68 - 7 พ.ค.69 |
SONIC | 80 | 40 | 1.49 | 1.5 | 0.67 | 21 พ.ย.68 - 20 พ.ค.69 |
HL | 65 | 9 | 6.3 | 6.3 | ไม่เปลี่ยนแปลง | 12 ธ.ค.68 - 30 เม.ย.69 |
BTG | 2,000 | 85 | 17.5 | 17.2 | -1.71 | 29 ก.ย.68 - 27 มี.ค.69 |
TTA | 1,000 | 182.24 | 4.36 | 4.28 | -1.83 | 18 ส.ค.68 - 13 ก.พ.69 |
BCP | 1,100 | 29.5 | 28 | 27 | -3.57 | 16 ธ.ค.68 - 15 มิ.ย.69 |
CPF | 8,000 | 350 | 22.3 | 20.5 | -8.07 | 8 ต.ค.68 - 7 เม.ย.69 |
ที่มา : SETSMART | ||||||
บมจ.จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น (JTS) เป็นบริษัทที่นับตั้งแต่ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน - ล่าสุด ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นสูงสุดถึง 94.21% โดยราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นดังกล่าว เริ่มต้นตั้งแต่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา รองลงมา คือ บมจ.ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) หรือ STGT ที่ประกาศโครงการช่วง 18 ก.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ราคาหุ้นล่าสุด ปรับตัวขึ้นจากช่วงดังกล่าว 24.26%
นอกจากนี้ มีอีก 5 บริษัท ที่ราคาหุ้นนับตั้งแต่ประกาศโครงการ - ล่าสุด ปรับตัวขึ้นมากกว่า 10% ประกอบด้วย บมจ.เอแอลที เทเลคอม (ALT) ที่ประกาศเปิดโครงการ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ราคาหุ้นล่าสุด ปรับตัวขึ้นจากช่วงดังกล่าว 19.78%
ด้าน บมจ.ไทยรุ่งยูเนียนคาร์ (TRU) ประกาศเปิดโครงการ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ราคาหุ้นล่าสุด ปรับตัวขึ้นจากช่วงดังกล่าว 19.50%, บมจ.บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BGC) ประกาศเปิดโครงการ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ราคาหุ้นล่าสุด ปรับตัวขึ้นจากช่วงดังกล่าว 16.57%
ปิดท้ายด้วย ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) ที่ประกาศเปิดโครงการ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ราคาหุ้นล่าสุด ปรับตัวขึ้นจากช่วงดังกล่าว 11.30% และ บมจ.ธีระมงคล อุตสาหกรรม (TMI) ที่ประกาศเปิดโครงการ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ราคาหุ้นล่าสุด ปรับตัวขึ้นจากช่วงดังกล่าว 10.42%