บล.เมย์แบงก์ มองหุ้นกลุ่มสายการบิน “เป็นกลาง” ไม่ใช่จังหวะซื้อ หลังน้ำมันกดดัน Q2-Q3/69

รูป บล.เมย์แบงก์ มองหุ้นกลุ่มสายการบิน “เป็นกลาง” ไม่ใช่จังหวะซื้อ หลังน้ำมันกดดัน Q2-Q3/69

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 พ.ค. 69 9:13: น.


บล. เมย์แบงก์คงมุมมอง “เป็นกลาง” กลุ่มสายการบิน มองดีมานด์ซบ- ต้นทุนน้ำมันพุ่ง กดกำไรปี 69 หด 5-12% แนะรอราคาน้ำมันลดก่อนสะสม พร้อมยก AOT เด่น และชอบ BA มากกว่า THAI, AAV


บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สําหรับหุ้นกลุ่มสายการบิน ยังคงมีมุมมอง "เป็นกลาง" โดยมองว่าการปรับฐานของหุ้นกลุ่มสายการบินยังไม่ใช่จังหวะ “ซื้อ” เนื่องจากคาดว่าผล ประกอบการในช่วงไตรมาส 2/69 และ 3/69 จะยังเปราะบาง ถูกกดดันจากต้นทุนน้ำมันและค่าบํารุงรักษา ที่เพิ่มขึ้น แม้คาดว่าค่าโดยสารจะปรับขึ้นในระยะสั้น จากการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมัน เชื้อเพลิง (fuel surcharge) ที่สูงขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอชดเชยต้นทุนที่พุ่งขึ้น ซึ่งรอราคาน้ำมันเครื่องบินปรับลดก่อน แล้วค่อยกลับเข้าสะสม


ให้ AOT เป็นหุ้นเด่น

เรายังคงให้ AOT เป็นหุ้นเด่น เนื่องจากคาดว่าจะได้รับผลกระทบจํากัดจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และการลดงบลงทุน (capex) ที่อาจเกิดขึ้นถือเป็นปัจจัยบวกในระยะกลาง เรายังคงชอบ BA มากกว่า THAI และ AAV เนื่องจากอุปสงค์ผู้โดยสารในเส้นทางสมุย (คิดเป็น 72% ของรายได้ค่าตั๋ว) ยังคงแข็งแกร่ง และได้รับผลกระทบจํากัดจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดย ปัจจัยเสี่ยงสําคัญที่ต้องติดตามคือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อและความผันผวนของราคานํ้ามัน


การเติบโตของอุปสงค์ใน Q2/69 ยังซบเซา


เราคาดว่าการเติบโตของปริมาณผู้โดยสารในช่วงตารางบินฤดูร้อน (ปลายมี.ค. - ต.ค. 69) จะยังคงซบเซา โดยนับตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางเริ่มขึ้นช่วงปลายเดือน ก.พ. คาดว่ามี เที่ยวบินถูกยกเลิกประมาณ 4,500 เที่ยว คิดเป็นราว 2% ของจํานวนเที่ยวบินทั้งหมดในช่วง ฤดูร้อนปี 2568 การลดเที่ยวบินส่วนใหญ่มาจากสายการบินในตะวันออกกลาง และสายการ บินต้นทุนต่ำรายใหญ่ เช่น AAV


โดยปัจจุบันยังไม่เห็นสัญญาณที่ตัวเลขการยกเลิกจะลดลง จากจํานวนเที่ยวบินที่ถูกยกเลิกในช่วงปลายเดือนเมษายนอยู่ที่ประมาณ 30-50 เที่ยวต่อวัน แม้จะมีแรงกดดันจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แต่เรายังคาดว่าจํานวนผู้โดยสารในไตรมาส 2/69 จะทรงตัวหรืออาจหดตัวเล็กน้อย ทั้งนี้ ความจุที่นั่งระหว่างประเทศของไทยในไตรมาส 2/69 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3% YoY จากฐานที่ต่ำของเที่ยวบินจากจีนในไตรมาส 2/68


ราคาน้ำมันที่สูงยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสําคัญ


การปรับขึ้นของราคาน้ำมันเครื่องบินมีผลกระทบจํากัดต่อการดําเนินงานใน 1069 เนื่องจาก สายการบินมักทําสัญญาซื้อน้้ำมันเชื้อเพลิงล่วงหน้าประมาณ 1 เดือน อย่างไรก็ตาม คาดว่า ราคาน้ำมันจะยังอยู่ในระดับสูง และจะกระทบต่อกําไรในช่วงไตรมาส 2/69 และ 3/69 เราปรับสมมติฐาน ราคาน้ำมันเครื่องบินเฉลี่ยทั้งปีขึ้นเป็น 120 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล จากเดิม 110 ดอลลาร์ สหรัฐ/บาร์เรล


ส่งผลให้ปรับลดประมาณการกําไรของกลุ่มสายการบินลง 5-12% เราประเมิน ว่าทุกการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน 5 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล จากสมมติฐานฐานจะกระทบกําไร ปี 69 ดังนี้ AAV ลดลง 70.9% BA ลดลง 2.0% และ THAI ลดลง 8.4%


กําไร Q1/69 คิดเป็นสัดส่วนครึ่งหนึ่งของทั้งปี 69


เรามองว่ามีดาวน์ไซต์อย่างมีนัยสําคัญจากราคาน้ํามันที่สูงในปี 69 โดยคาดว่ากําไรไตรมาส 1/69 ของ AAV / BA / THAI จะคิดเป็น 144% / 50% / 49% ของประมาณการกําไรทั้งปี 69 อย่างไรก็ตาม หากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 69 คาดว่าตลาดจะมีการปรับลดประมาณการกําไรลงเพิ่มเติมอีก


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

ชุติมา อภิชัยสุขสกุล

ชุติมา อภิชัยสุขสกุล

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย