Earning Call : MASTER ลุยขยายเครือโรงพยาบาลรับ Medical Tourism ตั้งเป้ากำไร`พอร์ตพันธมิตรธุรกิจ`ปี 69 แตะ 60 ลบ.

รูป Earning Call : MASTER ลุยขยายเครือโรงพยาบาลรับ Medical Tourism ตั้งเป้ากำไร`พอร์ตพันธมิตรธุรกิจ`ปี 69 แตะ 60 ลบ.

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -26 พ.ค. 69 12:23 น.

MASTER เดินหน้าขยายธุรกิจศัลยกรรม-ความงาม ผ่านเครือข่ายพันธมิตร 13 ราย รองรับลูกค้าต่างชาติและ Medical Tourism พร้อมก่อสร้างอาคารใหม่ 2 แห่ง คาดเปิดรับรู้รายได้ต้นปี 70 แม้เศรษฐกิจและสงครามยังกดดัน แต่เชื่อลูกค้าต่างชาติฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง

นางสาวประภาวรินท์ ลองงาม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER เปิดเผยในงาน Earning Call ว่า

ตั้งเป้ากำไรจากการบริหาร Partner Portfolio (พอร์ตพันธมิตรทางธุรกิจ) ปี 2569 ไว้ที่ 40-60 ล้านบาท ผ่านเครือข่ายพันธมิตร 13 ราย เพื่อขยายฐานลูกค้า เพิ่มบริการ และสร้าง Synergy ภายในกลุ่ม รองรับการเติบโตระยะยาวของธุรกิจการแพทย์และความงาม

วางกลยุทธ์หลัก 3 ด้าน ได้แก่ Cross Border ขยายธุรกิจสู่ต่างจังหวัดและรองรับ Medical Tourism, Cross Selling เพิ่มโอกาสขายบริการต่อเนื่อง และ Cross Synergy เสริมศักยภาพด้านสื่อและการตลาด เพื่อสร้างรายได้ประจำและเพิ่มการรับรู้แบรนด์

เดินหน้าขยายเครือโรงพยาบาลศัลยกรรมและความงามทั่วประเทศ ตั้งเป้าเปิดครบ 5 แห่งภายในปี 2570 พร้อมพัฒนาโครงการ “Chiangmai Masterpeace Neuro Hospital & Nursing Home” เพื่อรองรับตลาดผู้สูงอายุและผู้ป่วยเฉพาะทาง คาดเปิดเต็มรูปแบบปี 2571

ปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างอาคารใหม่ 2 อาคาร รองรับลูกค้าต่างชาติ คาดแล้วเสร็จในไตรมาส 4/2569 และเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/2570 เป็นต้นไป สะท้อนแผนขยายธุรกิจรองรับดีมานด์ต่างชาติในอนาคต

แม้สถานการณ์สงครามก่อนหน้านี้ส่งผลให้ลูกค้าบางส่วนชะลอใช้บริการ แต่มองว่าลูกค้าต่างชาติเริ่มฟื้นตัว หลังราคาน้ำมันปรับลดลงและความตึงเครียดระหว่างประเทศคลี่คลาย โดยเฉพาะลูกค้าชาวอินโดนีเซียหลังสิ้นสุดเทศกาลรอมฎอน

แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะใกล้เคียงไตรมาสแรก แม้ยังมีปัจจัยไม่แน่นอน แต่ยังรักษาระดับจำนวนเคสและอัตรากำไรขั้นต้นได้ ขณะที่การแข่งขันด้านราคายังมีอยู่ แต่ค่าตอบแทนแพทย์ยังไม่กดดันต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ

เป้ารายได้ปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารักษาระดับรายได้ใกล้เคียงปีก่อน โดยสัดส่วนรายได้หลักยังมาจากลูกค้าชาวไทย 70% และลูกค้าต่างชาติ 30%

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมองจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่เผยแพร่ล่าสุดที่เกี่ยวกับหุ้น บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER จาก efin.finance ดังนี้

ที่มา : บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เอเซียพลัส, บล.กรุงศรี, บล.ดาโอ (ประเทศไทย)

ปัจจัยบวก

กำไรสุทธิ Q1/69 เติบโตดีกว่าที่คาดการณ์ไว้: ผลประกอบการใน Q1/69 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 61 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 9% YoY และ 31-32% QoQ ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่ตลาดและสำนักวิจัยต่าง ๆ คาดการณ์ไว้ราว 9-13% (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย))

ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมทุน (Equity Income) เติบโตโดดเด่น: ได้รับแรงหนุนสำคัญจากส่วนแบ่งกำไรของพาร์ทเนอร์ที่เพิ่มขึ้นเป็น 18 ล้านบาท (เทียบกับ 8 ล้านบาทใน Q1/68 และ 13 ล้านบาทใน Q4/68) โดยเฉพาะการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของ บริษัท กรวินจำกัด (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย))

ประสิทธิภาพในการควบคุมและบริหารจัดการต้นทุนทำได้ดีขึ้น: อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A to Sales) ใน Q1/69 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 39.0% จาก 41.1% ในปีก่อน เป็นผลมาจากการบริหารต้นทุนที่เข้มงวดและกลยุทธ์การตลาดที่เริ่มมีเสถียรภาพ (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย))

แนวโน้มผลงาน Q2/69 คาดฟื้นตัว QoQ จากกลุ่มต่างชาติ: ประเมินว่ากำไรปกติใน Q2/69 มีทิศทางฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากลูกค้าต่างชาติโดยเฉพาะกลุ่มอินโดนีเซียจะทยอยกลับมาใช้บริการหลังสิ้นสุดเทศกาลถือศีลอด (รอมฎอน) ประกอบกับสถานการณ์ความตึงเครียดของสงครามอิหร่านที่เริ่มผ่อนคลายลง ส่งผลดีต่อลูกค้ากลุ่มยุโรปให้กลับเข้ามาใช้บริการเพิ่มเติม (บล.เอเซียพลัส)

คาดการณ์กำไรสุทธิทั้งปี 2569 ยังคงเติบโต: นักวิเคราะห์ประเมินกรอบกำไรสุทธิปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 223 - 251 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตราว 12% YoY โดยคาดว่าผลการดำเนินงานจะทยอยฟื้นตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เนื่องจากเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นตามปัจจัยฤดูกาล (บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย))

ปัจจัยลบ

รายได้หลักและการให้บริการโรงพยาบาลชะลอตัว: รายได้รวมใน Q1/69 ปรับตัวลดลงประมาณ 8% ถึง 11% YoY และลดลง 7% QoQ มาอยู่ที่ 436 ล้านบาท โดยได้รับผลกระทบจากยอดศัลยกรรม (Surgery) ที่อ่อนตัวลงทั้งกลุ่มลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เอเซียพลัส, บล.กรุงศรี, บล.ดาโอ (ประเทศไทย))

อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ถูกกดดันจากการแข่งขันราคาที่รุนแรง: อัตรากำไรขั้นต้นใน Q1/69 หดตัวลงมาอยู่ที่ 51.6% จากเดิมที่เคยทำได้ 54.5% ใน Q1/68 และ Q4/68 ท่ามกลางการแข่งขันด้านราคาที่ดุเดือดในกลุ่มหัตถการหลัก เช่น การทำจมูก, ยกคิ้ว, ดึงหน้า และดูดไขมัน แม้ว่าบริษัทจะมีการปรับลดต้นทุนด้านบุคลากรลงแล้วก็ตาม (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ (ประเทศไทย))

กำลังซื้อในประเทศชะลอตัวและอุปสงค์ทรงตัว: อุปสงค์จากลูกค้าชาวไทยมีแนวโน้มทรงตัวในระยะถัดไป เนื่องจากเผชิญแรงกดดันรอบด้านจากภาวะเศรษฐกิจ กำลังซื้อภายในประเทศที่ฟื้นตัวช้า ตลอดจนภาระค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เอเซียพลัส, บล.กรุงศรี)

ปัจจัยภายนอกและฤดูกาลกระทบลูกค้าต่างชาติช่วงต้นปี: ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา รายได้จากลูกค้าต่างชาติชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด จากผลกระทบของสถานการณ์ความไม่สงบระหว่างอิหร่าน ปัญหาตั๋วเครื่องบินที่มีราคาแพง รวมถึงช่วงเทศกาลรอมฎอนที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มลูกค้าหลักอย่างอินโดนีเซีย (บล.เอเซียพลัส)

นักวิเคราะห์ปรับลดประมาณการกำไรลงจากผลกระทบตลาดชะลอตัว: มีการปรับลดคาดการณ์กำไรปี 2569 - 2570 ลงเฉลี่ย 6% เนื่องจากมองว่าภาพรวมการฟื้นตัวของกำไรยังคงเป็นไปอย่างล่าช้า โดยคาดว่ากำไรปี 2569 อาจเติบโตได้เพียง 2% YoY เท่านั้น เนื่องจากอุตสาหกรรมศัลยกรรมและความงามในไทยเริ่มเข้าสู่ภาวะชะลอตัว (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.กรุงศรี)

ความเสี่ยงจากต้นทุนเวชภัณฑ์ที่อาจเพิ่มสูงขึ้น: ธุรกิจยังคงมีความเสี่ยงสำคัญหากสถานการณ์ความขัดแย้งและสงครามในต่างประเทศยืดเยื้อ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องให้ราคาและต้นทุนค่าเวชภัณฑ์ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต (บล.ดาโอ (ประเทศไทย))

อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

จำเนียร พรทวีทรัพย์

จำเนียร พรทวีทรัพย์

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย