| สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 22 เม.ย. 69 | ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | | บล.พาย | ซื้อ | 212.00 | | บล.บัวหลวง | ซื้อ | 210.00 | | บล.ทรีนีตี้ | ซื้อ | 199.00 | | บล.กรุงศรี | ซื้อ | 230.00 | | บล.เมย์แบงก์ | ซื้อ | 200.00 | | บล.ดาโอ | ซื้อ | 225.00 | | บล.ทิสโก้ | ถือ | - | | บล.ฟิลลิป | ซื้อ | 208.00 | | บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส | ซื้อ | 205.00 | | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 216.00 | | บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล | ซื้อ | 204.00 | | บล.ยูโอบี เคย์เฮียน | ถือ | 190.00 | สรุปปัจจัยบวก + + กำไรสุทธิ 1Q26 แข็งแกร่งเกินคาด โดยเติบโตทั้ง YoY และ QoQ (บล.พาย, บล.บัวหลวง, บล.ทรีนีตี้, บล.กรุงศรี, บล.เมย์แบงก์, บล.ดาโอ, บล.ทิสโก้, บล.ฟิลลิป, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล) + รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) เติบโตโดดเด่น โดยเฉพาะจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management), ธุรกิจตลาดทุน และกำไรจากเงินลงทุน (FVTPL) (บล.พาย, บล.บัวหลวง, บล.ทรีนีตี้, บล.กรุงศรี, บล.เมย์แบงก์, บล.ดาโอ, บล.ฟิลลิป, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล) + ได้รับรายได้พิเศษ One-time จากค่าชดเชยมูลค่าเงินลงทุนประมาณ 1.45-1.47 พันล้านบาท ช่วยหนุนกำไรในไตรมาสแรก (บล.พาย, บล.ทรีนีตี้, บล.กรุงศรี, บล.ดาโอ, บล.ทิสโก้, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ) + การควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงาน (OPEX) มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ Cost-to-income ratio ลดลง (บล.บัวหลวง, บล.เมย์แบงก์, บล.ดาโอ, บล.ทิสโก้, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล) + อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) จูงใจ คาดการณ์จ่ายปันผลสูงระดับ 6.5-8.0% และมีโอกาสจ่ายเงินปันผลพิเศษเพิ่มเติม (บล.พาย, บล.บัวหลวง, บล.กรุงศรี, บล.เมย์แบงก์, บล.ดาโอ, บล.ฟิลลิป, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล) + คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้นเล็กน้อย NPL Ratio ปรับตัวลดลง และมีการบริหารจัดการลูกหนี้เชิงรุก (บล.บัวหลวง, บล.ทรีนีตี้, บล.เมย์แบงก์, บล.ดาโอ, บล.ฟิลลิป, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ) + โครงการซื้อหุ้นคืน ช่วยพยุงราคาหุ้นและเพิ่มผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (บล.เมย์แบงก์, บล.ดาโอ) สรุปปัจจัยลบ - - ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้ออาจกระทบต่อเศรษฐกิจและราคาน้ำมัน (บล.พาย, บล.ทรีนีตี้, บล.เมย์แบงก์, บล.ดาโอ, บล.ทิสโก้, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล) - การปรับลดคาดการณ์ GDP ไทย ธนาคารและโบรกเกอร์กังวลเศรษฐกิจชะลอตัวเหลือโตเพียง 1.2% (บล.พาย, บล.ดาโอ, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส) - แนวโน้มกำไรไตรมาสที่เหลืออาจอ่อนตัวลง เนื่องจากรายได้พิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวหมดไป และ NIM มีแนวโน้มลดลงตามทิศทางดอกเบี้ย (บล.พาย, บล.บัวหลวง, บล.ทรีนีตี้, บล.เมย์แบงก์, บล.ดาโอ, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส) - ภาระสำรองหนี้ (Credit Cost) ยังอยู่ในระดับสูง โดยธนาคารตั้งเป้าไว้ที่กรอบบน 140-160 bps เพื่อรับมือความไม่แน่นอน (บล.พาย, บล.ทรีนีตี้, บล.เมย์แบงก์, บล.ทิสโก้, บล.เคจีไอ) - รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) อ่อนแอ จากการหดตัวของสินเชื่อเกือบทุกกลุ่มและ Yield ที่ลดลง (บล.ทรีนีตี้, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ) - ความกังวลคุณภาพสินเชื่อกลุ่ม SME และบริษัทขนาดใหญ่บางกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงาน (บล.พาย) |