ราคาทองแดงพุ่งแรง หลังนลท.แห่เก็งกำไรรับกระแส AI

รูป ราคาทองแดงพุ่งแรง หลังนลท.แห่เก็งกำไรรับกระแส AI

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -22 พ.ค. 69 15:26 น.

ราคาทองแดงกลับมาเป็นที่จับตาของตลาดโลกอีกครั้ง หลังได้รับแรงหนุนจากทั้ง ความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความกังวลฝั่งอุปทานที่ตึงตัว โดยเฉพาะความเสี่ยงเรื่องซัลเฟอร์และกรดกำมะถันซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในกระบวนการถลุงทองแดง ส่งผลให้นักลงทุนและนักเก็งกำไรเร่งเข้าซื้อดันราคาเข้าใกล้ระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน

ราคาทองแดงฟื้นแรงจากจุดต่ำสุดต้นปี

สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองแดงอ้างอิงบน London Metal Exchange (LME) ส่งมอบ 3 เดือน ปิดที่ 13,655.50 ดอลลาร์ต่อตันเมตริกเมื่อวันพุธ ฟื้นขึ้นราว 20% จากจุดต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นปีในช่วงปลายเดือนมีนาคม ก่อนหน้านี้ราคาเคยขึ้นไปแตะ 14,196.50 ดอลลาร์ต่อตัน เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ซึ่งใกล้สถิติระหว่างวันเดิมที่ 14,527.50 ดอลลาร์ต่อตัน เมื่อวันที่ 29 มกราคม สะท้อนว่ากระแสซื้อยังคงแข็งแรงในระยะสั้น

แรงหนุนจาก AI-ความเสี่ยงอุปทาน

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคามาจากสองด้านหลัก ด้านแรกคือ ความต้องการทองแดงจากดาต้าเซ็นเตอร์ ที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของ AI ซึ่งต้องใช้โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบระบายความร้อนจำนวนมาก ด้านที่สองคือ ความเสี่ยงด้านอุปทานจากตะวันออกกลาง โดยภูมิภาคนี้คิดเป็นราวครึ่งหนึ่งของการส่งออกซัลเฟอร์ทั่วโลกตามข้อมูลของ Argus Media หากเกิดการชะงักงันของการส่งออก ย่อมกระทบต่อซัพพลายวัตถุดิบในห่วงโซ่การผลิตทองแดงโดยตรง

ข้อมูลถึงวันที่ 15 พฤษภาคมยังชี้ว่า กองทุนถือสถานะ Long สุทธิราว 40,000 สัญญา บน LME เพิ่มขึ้นประมาณ สองเท่า เมื่อเทียบกับราว 1 เดือนครึ่งก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนว่ากระแสเงินทุนฝั่งขาขึ้นกำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในตลาดทองแดง

สต็อกยังสูง แต่ตลาดสะท้อนแรงเก็งกำไร

แม้ราคาทองแดงปรับขึ้นแรง แต่ตลาดยังไม่ได้สะท้อนภาวะขาดแคลนทางกายภาพอย่างชัดเจน เนื่องจากสต็อกของ LME ยังอยู่ที่ต่ำกว่า 400,000 ตัน ณ วันอังคาร ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2013 ทำให้การเคลื่อนไหวรอบนี้มีองค์ประกอบของ sentiment และ แรงเก็งกำไร เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างมาก ไม่ได้มาจากอุปทานตึงตัวเพียงอย่างเดียว

สำหรับนักลงทุน ทิศทางราคาทองแดงในระยะสั้นจึงยังต้องติดตามทั้งความคืบหน้าของความต้องการจากภาค AI สถานการณ์ซัลเฟอร์ในตะวันออกกลาง และแนวโน้มสต็อกในตลาด LME อย่างใกล้ชิด เพราะปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดว่าราคาจะยืนเหนือระดับปัจจุบันได้มากน้อยเพียงใด


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

efin Reporter

efin Reporter