สิงคโปร์เปิดโปรเจกต์ ปั้นศูนย์กลางซื้อขายทองคำครบวงจร ดึง YLG ตัวแทนไทยเพียงรายเดียวร่วมพัฒนาโครงสร้างตลาด ตั้งแต่ ETF–Vault–โลจิสติกส์ระดับโลก สะท้อนดีมานด์ทองคำระยะยาวยังแข็งแกร่ง มองปีนี้ลุ้นราคาทอง 5,824 ดอลลาร์/ ออนซ์ นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยถึง สิงคโปร์มีโปรเจกต์ก้าวสู่ศูนย์กลางการซื้อขายทองคำแห่งเอเชีย โดยเชิญ YLG ตัวแทนจากไทยร่วมแผนสร้างระบบนิเวศครบวงจร โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ - สิงคโปร์มีแผนงานยกระดับสถานะสู่การเป็นศูนย์กลางการซื้อขายทองคำแห่งเอเชีย เพื่อรองรับการเติบโตขอความต้องการนักลงทุนที่มีทิศทางเพิ่มชึ้นอย่างต่อเนื่อง - โดยแผนงานดังกล่าวประกอบด้วย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่เกี่ยวข้องกับทองคำเพื่อสนับสนุนการกำหนดราคาและสภาพคล่อง, การกำหนดมาตรฐานด้านการจัดเก็บในห้องมั่นคง (vaulting) และระบบโลจิสติกส์ให้สอดคล้องกับระดับสากล - รวมถึงการสร้างระบบชำระบัญชี (clearing system) เพื่อรองรับการซื้อขายทองคำแท่งขนาดใหญ่นอกตลาดหลักทรัพย์ ทั้งขนาด 400 ทรอยออนซ์ หรือประมาณ 12.4 กิโลกรัม ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับการซื้อขายและชำระบัญชีในระดับสถาบันในลอนดอน และทองคำแท่งขนาด 1 กิโลกรัม เป็นมาตรฐานที่นิยมในตลาดเอเชียและได้รับการยอมรับในการส่งมอบตามสัญญาฟิวเจอร์สทองคำของ Comex ในสหรัฐฯ - สำหรับแผนงานนี้ถูกนำเสนอโดยธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) และสมาคมตลาดทองคำแท่งสิงคโปร์ (SBMA) หลังจากที่มีการหารือร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม โดยกลุ่มดังกล่าวประกอบด้วยธนาคารชั้นนำ ประกอบด้วย DBS, ICBC Standard Bank, JPMorgan Chase, UBS, UOB - รวมถึงตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX) และสภาทองคำโลก (World Gold Council) นอกจากนี้ยังมีบริษัทค้าทองคำอย่าง StoneX APAC, YLG Bullion Singapore และโรงสกัดทองคำ Metalor Technologies Singapore เข้าร่วมด้วย - MAS ระบุว่า กำลังศึกษาเรื่องการให้บริการห้องมั่นคง (vaulting services) สำหรับธนาคารกลางต่างประเทศและหน่วยงานของรัฐ (sovereign entities) โดยเป็นที่เข้าใจกันว่าทองคำดังกล่าวจะถูกจัดเก็บไว้ในห้องมั่นคงของ MAS เอง - นอกจากนี้ ธนาคารกลางยังได้ระบุชื่อผู้ให้บริการห้องมั่นคงอีก 3 ราย ได้แก่ Brink’s Global Services, Loomis International (SG) และ Malca-Amit Singapore ซึ่งจะรองรับความต้องการในเชิงพาณิชย์เป็นหลัก รวมถึงการดูแลรักษาผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงการถือครองทองคำได้ เช่น กองทุน LionGlobal Singapore Physical Gold ETF ที่เพิ่งเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์เมื่อวันที่ 26 มีนาคม - โดยความเคลื่อนไหวนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวางตำแหน่งสิงคโปร์ให้เป็นศูนย์กลางการซื้อขายทองคำที่น่าเชื่อถือในเอเชีย เทียบเท่ากับศูนย์กลางอื่น ๆ ในภูมิภาค เช่น ดูไบ เซี่ยงไฮ้ และฮ่องกง เพื่อรองรับยุทธศาสตร์ทองคำโลก - ซึ่ง MAS มองว่าทองคำเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอน และแม้ว่าราคาทองคำจะปรับตัวลดลงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ MAS ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเก็งกำไรในระยะสั้น แต่เน้นการสร้างระบบนิเวศ (ecosystem) ที่ดึงดูดใจสำหรับการดำเนินกิจกรรมการซื้อขายทองคำในสิงคโปร์ - โดยในส่วนของ YLG Bullion Singapore จะเข้าไปมีบทบาทในฐานะบริษัทผู้ค้าทองคำชั้นนำทำงานร่วมกับผู้ค้าทองคำยักษ์ใหญ่รายอื่น ๆเป็นตัวแทนภาคเอกชนที่เชื่อมโยงความต้องการของนักลงทุนใน ASEAN เข้ากับมาตรฐานของสิงคโปร์ - ซึ่งการร่วมในแผนงานครั้งนี้ YLG จะนำประสบการณ์ระดับสากลจากสิงคโปร์ มายกระดับตลาดทองคำไทยให้ทัดเทียมมาตรฐานโลก และจะช่วยให้คนไทยจะเทรดทองผ่าน YLG ได้ง่ายและปลอดภัยระดับสากล เหมือนมี "ห้องมั่นคง" (Vault) ส่วนตัวอยู่ที่สิงคโปร์ ไม่ต้องกลัวความผันผวนของค่าเงินบาท - นอกจากนี้มองว่าการขยับตัวของสิงคโปร์ในครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณว่าระยะยาวทองคำยังคงได้รับความสนใจจากทั้งนักลงทุนและธนาคารกลาง ซึ่งเป็นสัญญาณสะท้อนว่าสิงคโปร์มองว่าตลาดทองคำจะยังเป็นขาขึ้นต่อไป - สอดคล้องกับมุมมองของวายแอลจีที่ยังคงมองว่าระยะยาวปีนี้ทองคำจะยังเป็นขาขึ้น และให้เป้าหมายแรกไว้ที่ 5,596 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ (86,600 บาทต่อบาททองคำ) หากผ่านได้ลุ้นเป้าหมายถัดไปที่ 5,824 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ (90,000 บาทต่อบาททองคำ) |