TWPC คาดปี 69 รายได้โตสองหลัก ลุยขยายกำลังผลิตในจีน 20% ดันธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง HVA - อาหารโต

รูป TWPC คาดปี 69 รายได้โตสองหลัก ลุยขยายกำลังผลิตในจีน 20% ดันธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง HVA - อาหารโต

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 มี.ค. 69 14:10 น.


TWPC วางเป้ารายได้ปี 69 โตระดับเลขสองหลัก หลังเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตในจีนกว่า 20% ระบุโรงงานใหม่เริ่มผลิต Q2/69 รองรับดีมานด์แป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (HVA) พร้อมเร่งขยายตลาดอินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ควบคู่แผนลดต้นทุน 150 ล้านบาทใน 3 ปี ระบุใช้งบลงทุนเฉลี่ยปีละ 500-1,000 ลบ.

นายโฮ เรน ฮวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) หรือ TWPC เปิดเผยในงานแถลงข่าว “เปิดภาพรวมธุรกิจปี 2568 พร้อมกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุจกิจปี 2569” โดย มีประเด็นสำคัญดังนี้


- ตั้งเป้ารายได้ปี 69 เติบโตสองหลัก (Double Digi) จากปีก่อนที่มีรายได้ 9,206 ล้านบาท รับการขยายกำลังการผลิตในประเทศจีน 


- โดยในจีนตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตเติบโตกว่า 20% หลังโรงงานแห่งใหม่ในจีน จะเริ่มดำเนินการผลิตได้ไตรมาส 2/69 รองรับความต้องการ(อุปสงค์) ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (HVA) ในจีนที่เพิ่มขึ้น


- การมีโรงงานใหม่ในจีน จะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์และเจาะตลาดได้มากยิ่งขึ้นทั้งในกลุ่มส่วนผสมของอาหารและ อุตสาหกรรมอาหาร (Industrial applications)


- รายได้ธุรกิจอาหารปี 69 ตั้งเป้าเติบโตมากกว่า 10% และตั้งเป้ารายได้อยู่ที่ 4,000 ล้านบาท ภายในปี 73 จากปี 68 ที่ 2,558 ล้านบาท


- ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (HVA) ตั้งเป้าปริมาณการขายปี 69 เติบโตมากกว่า 10% พร้อมตั้งเป้าสัดส่วนกำไรรวมกันมากกว่า 80% ภายในปี 73 รับแรงหนุนจากกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นและการปรับกลยุทธ์เข้าสู่ตลาดใหม่ ได้แก่ อินเดีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์
- นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีทีมนักวิทยาศาสตร์อาหารจากศูนย์นวัตกรรม 5 แห่งในกรุงเทพฯ เซี่ยงไฮ้ โฮจิมินห์ซิตี้ จาการ์ตา และเบงกาลูรู สามารถพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปพร้อมจำหน่ายมากกว่า 50 รายการต่อปี


-โครงการปรับโครงสร้างต้นทุน (Cost Transformation) ตั้งเป้าลดต้นทุนวัตถุดิบมากกว่า 150 ล้านบาทภายใน 3 ปีข้างหน้า (ปี 69-71) ทั้งนี้ในปี 68 สามารถลดต้นทุนวัตถุดิบ 96 ล้านบาท ส่วนต้นทุนทางการเงินสดลง 43%


- กระบวนการลดต้นทุน มาจากการปรับปรุงกระบวนการผลิต การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลโดยใช้ระบบ AI เข้ามาช่วย และการเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงบริหารหนี้อย่างมีวินัย มีความสามารถใน การจัดหาวัตถุดิบ จากหลายประเทศ ทั้งไทย เวียดนาม และกัมพูชา


- ด้านงบลงทุนคาดใช้เฉลี่ย 500 - 1,000 ล้านบาท/ปี โดยใช้เงินลงทุนทั้งปรับปรุง ขยายธุรกิจ และพิจารณาการลงทุนใหม่อื่นๆ
- สำหรับสงครามตะวันออกกลางไม่ส่งผลกระทบ เนื่องจากสัดส่วนรายได้ส่วนใหญ่มาจากจีน และไทย 


- สถานะทางการเงินบริษัทฯ ยังแข็งแกร่ง ด้วยเงินทุนที่พร้อม สำหรับการลงทุนในเชิงกลยุทธ์ โดยการเร่งสลดภาระหนี้สินจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการลงทุนเพื่อโอกาสการ เติบโตในอนาคต


- ทั้งนี้ปี 68 บริษัทฯ กลับมาทำกำไรสุทธิได้ 156 ล้านบาท พร้อมทั้งลดภาระ หนี้สินลงโดยอัตราส่วน IBD/E ลดเหลือ 0.22 เท่า ปัจจัยสนับสนุนการเติบโตมาจาก ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทาน (Ready-to-Eat: RTE) เป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดและมีอัตรากำไรที่ดีของธุรกิจอาหารเพิ่มขึ้น 53% เมื่อเทียบกับปีก่อน


- โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPD) มีอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสม (CAGR) สูงกว่า 50% ช่องทางจัดจำหน่าย ขยายครอบคลุม ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) กว่า 16,000 สาขาทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และบริษัทยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง


- ล่าสุดมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.114 บาท สำหรับรอบผลประกอบการของวันที่ 1 ม.ค. - 31 ธ.ค. 68 กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิบันผล (XD) ในวันที่ 29 เม.ย. 69 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 20 พ.ค. 69


- ทั้งนี้ปี 68 บริษัทฯได้รับการจัดอันดับหุ้นยั่งยืน SET ESG Raung ระดับ A, คะแนน FTSE Russell 3.8 พร้อมคะแนนเต็ม 5.0 ด้านธรรมาภิบาล คะแนน CDP ระดับ B- ทั้งด้านการ เปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ และความมั่นคงทางน้ำ, เหรียญ Bronze จาก EcoVadis และรางวัล Gold สาขา ความเป็นเลิศ ด้านการบริหารบุคลากร (Excellence in Talent Management) จาก HR Excellence Awards


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ชุติมา อภิชัยสุขสกุล

ชุติมา อภิชัยสุขสกุล

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย