เปิด 10 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร รับสงครามใกล้ยุติ มีลุ้นฟื้นตัว หลังราคาลงลึกกว่า 10%

รูป เปิด 10 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร รับสงครามใกล้ยุติ มีลุ้นฟื้นตัว หลังราคาลงลึกกว่า 10%

efinAI


ASPS เปิด 10 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ลุ้นฟื้นตัว หลังราคาลงลึกเกิน 10% ช่วงที่ผ่านมา ตอบรับ "สหรัฐฯ - อิหร่าน" ส่งสัญญาณสงครามใกล้ยุติ

ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส (ASPS) เผยผ่านบทวิเคราะห์ว่า ผลกระทบสงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน ที่ลากยาวมานานกว่า 1 เดือน ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว กำลังส่งผ่านไปยังเศรษฐกิจจริงมากขึ้น

ตลาดดีใจ หลังส่งสัญญาณสงครามใกล้ยุติ

- สะท้อนจากเงินเฟ้อหลายประเทศโซนยุโรปปรับตัวสูงขึ้น YOY ในเดือน มี.ค. 69 เมื่อเทียบกับเดินก่อนหน้า อาทิ โครเอเชีย +4.8% (จาก +3.8%), ออสเตรีย +3.1% (จาก +2.2%), เนเธอร์แลนด์ +2.7% (จาก +2.4%) เป็นต้น

- ระยะถัดไปยังต้องติดตามพัฒนาการของสงคราม การกลับมาเปิดช่อแคบฮอร์ มุซ รวมถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจเพิ่มเติม

- ช่วงสั้นเห็นสัญญาณผ่อนคลายลงของสงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน หลังสำนักข่าวทางการอิหร่าน รายงานการโทรศัพท์ระหว่างประธานคณะมนตรียุโรป ANTONIO COSTA กับ ปธน. อิหร่าน MASOUD PEZESHKIAN

- ผู้นำอิหร่านระบุว่า “อิหร่านมีความตั้งใจที่จำเป็นจะยุติสงครามนี้” แต่ต้องมีหลักประกันเพื่อ ป้องกันการรุกรานซ้ำ

- ล่าสุดทรัมป์เผยว่า สหรัฐฯ จะถอนตัวออกจากอิหร่านภายใน 2–3 สัปดาห์ข้างหน้า โดยเน้นว่าการทำข้อตกลงกับอิหร่านไม่ใช่เงื่อนไขจำเป็น และการจบสงครามสหรัฐฯ จะถอนตัวก็ต่อเมื่ออิหร่าน ไม่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้อีกต่อไป

- ตลาดการเงินมีความคาดหวังว่าสงครามใกล้ยุติ หนุนเม็ดเงินไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างค่าเงินดอลลาร์หลุด 100 และไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยง ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดีดขึ้นแรงราว +2.5% ถึง +3.8% และเช้า นี้เกาหลีใต้ +6.2%, ญี่ปุ่น +3.7% ส่วนตลาดหุ้นไทย เห็นการรีบาวด์เช่นกัน ด้านราคาน้ำมัน BRENT ร่วงลงหลุด 104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล


สถานการณ์สงครามผ่อนคลายลง ... ส่งผลต่อแต่ละสินทรัพย์อย่างไรบ้าง

- เมื่อสถานการณ์ตึงเครียดตะวันออกกลางผ่อนคลายลง จะเกิดพฤติกรรมการย้ายเม็ดเงินลงทุน (FUND FLOW) อย่างชัดเจน

- สินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัวแรง (RISK-ON) : สินทรัพย์ที่เคยติดลบในช่วงสงคราม จะกลับมาให้ ผลตอบแทนเป็นบวกอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะกลุ่มคริปโทเคอร์เรนซี (ETHEREUM, BITCOIN) และดัชนีหุ้นต่างประเทศ (MAG-7, สหรัฐฯ, ยุโรป, ญี่ปุ่น)

- สินทรัพย์ปลอดภัยและพลังงานปรับตัวลง : สินทรัพย์ที่เคยได้ประโยชน์จากสงคราม เช่น น้ำมันดิบ (WTI, BRENT), ทองคำ (GOLD) และแร่เงิน (SILVER) จะถูกเทขายทำกำไรและให้ ผลตอบแทนติดลบ

- ดัชนีหุ้นไทย (SET INDEX) พลิกฟื้นจากการติดลบ (-2.2%) กลับมาให้ผลตอบแทนเป็นบวก (+2.9%)

กลุ่มที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 

1.กลุ่มการแพทย์ (HELTH) +8.5%

2.กลุ่ม ท่องเที่ยว (TOURISM) +6.5%

3.กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (ETRON) +6.3% (สังเกตว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่โดน เทขายหนักที่สุดถึง -12.9% ในช่วงที่สงครามตึงเครียด จึงเกิดการเด้งกลับแรงที่สุดเช่นกัน)

4.กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (CONS) +4.9%

5.กลุ่มการเงิน (FIN) +4.6%

กลยุทธ์ลงทุน

- แนะเก็งกำไรหุ้นที่ตอบรับประเด็นสงครามไปมากลงลึกเกิน 10% ในเดือนที่ผ่านมามีโอกาสฟื้นในช่วงนี้ได้

- กลุ่มท่องเที่ยว ERW, MINT, BH

- ต้นทุนพลังงาน BGRIM, GPSC, CBG, ICHI

- การเงิน TIDLOR, MTC, SAWAD


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย