| กำไร 1Q69 ดีกว่าคาดเล็กน้อย • กำไร 1Q69 อยู่ที่ 1,734 ล้านบาท ดีขึ้น 6%QoQ และ 5%YoY ดีกว่าคาดเล็กน้อย • รายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับตัวดีขึ้น โดย NIM ปรับตัวขึ้นหลังต้นทุนทางการเงินลดลง • รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยปรับตัวดีขึ้นค่อนข้างมาก โดยดีขึ้นทั้งจากรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจธนาคาร ธุรกิจตลาดทุน รวมถึงรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอื่น • ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูงขึ้น แม้คุณภาพหนี้และสัดส่วน NPL จะปรับตัวดีขึ้น แต่มีการตั้งสำรองส่วนเกินเพื่อรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ • ปี 2569 คาดกำไรดีขึ้นบ้างจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลงตามดอกเบี้ยนโยบาย • แต่ยังต้องติดตามแนวโน้มค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ที่อาจสูงกว่าประมาณการปัจจุบันของเรา และอาจกระทบต่อประมาณการกำไรปี 2569 • Upside รวมค่อนข้างจำกัด แม้ว่าปันผลจะสูงราว 7% คงคำแนะนำ "ถือ" กำไร 1Q69 ดีกว่าคาดเล็กน้อย . TISCO ประกาศกำไร 1Q69 ที่ 1,734 ล้านบาท ดีขึ้น 6%QoQ และ 5% YoY ดีกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้าราว 5% โดยมีประเด็นสำคัญ คือ . 1. รายได้ดอกเบี้ยสุทธิดีขึ้นเล็กน้อยราว 1%QoQ โดยสินเชื่อค่อนข้างทรงตัว แต่ NIM ปรับตัวดีขึ้นเนื่องจากต้นทุนทางการเงินปรับตัวลงตามแนวโน้มดอกเบี้ยเงินฝาก . 2. รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยดีขึ้น 15%QoQ โดยเป็นการปรับตัวดีขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจธนาคารและธุรกิจตลาดทุน รวมถึงกำไรจากเงินลงทุน และปันผลรับที่ปรับตัวดีขึ้น . 3. ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 37% QoQ โดยหลักเป็นการเพิ่มขึ้นจากการตั้งสำรองส่วนเกินเพื่อรองรับความเสี่ยงจากการสู้รบในตะวันออกกลางและราคาพลังงานที่สูงขึ้น ขณะที่คุณภาพหนี้ปรับตัวดีขึ้น โดยสัดส่วน NPL มาอยู่ที่ 2.11% จากสิ้นปี 2568 ที่ 2.28% ส่งผลให้ NPL Coverage Ratio เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 191.4% จากสิ้นปี 2568 ที่ 172.1% คาดกำไรปี 2569 จะปรับตัวดีขึ้น แต่ต้องรอดูทิศทางสำรองหนี้ . สำหรับแนวโน้มปี 2569 เราคาดกำไรจะปรับตัวขึ้นราว 3% YoY โดยสินเชื่ออาจยังเติบโตไม่มาก เนื่องจากความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร แต่ผลบวกจากการลดดอกเบี้ยนโยบายจะส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิดีขึ้นได้บ้าง สำหรับคุณภาพหนี้คาดยังทรงตัว แต่ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้อาจปรับตัวเพิ่มขึ้น (และอาจสูงกว่าประมาณการปัจจุบันของเราเนื่องจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจกระทบต่อประมาณการกำไรปี 2569 ของเรา) Upside ค่อนข้างจำกัด แม้จะยังมีจุดเด่นที่ปันผล . เราคงราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 106 บาท อิง PBV 1.75 เท่า โดยราคาหุ้นปัจจุบันสูงกว่าราคาเป้าหมายของเรา แม้ว่าจะยังเห็น Dividend Yield ค่อนข้างสูงราว 7% ต่อปี ด้วย Upside รวมที่ค่อนข้างจำกัด ทำให้เราแนะนำเพียง “ถือ” . ความเสี่ยง : แนวโน้ม NIM อ่อนตัว / ภาวะเศรษฐกิจมหภาค / หนี้ครัวเรือน นักวิเคราะห์ : ธนภัทร ฉัตรเสถียร เลขทะเบียนนักวิเคราะห์ : 49194 e-mail : tanapat@trinitythai.com |