BLC ปั้นแบรนด์เครื่องสำอาง กลุ่ม ‘Clena’ เป็น New Growth Engine เต็มสูบ! รุกเปิดตัวกันแดดนวัตกรรม ‘Clena Sun Cream’ รับเทรนด์ Sun Care โตแรง

รูป BLC ปั้นแบรนด์เครื่องสำอาง กลุ่ม ‘Clena’ เป็น New Growth Engine เต็มสูบ! รุกเปิดตัวกันแดดนวัตกรรม ‘Clena Sun Cream’ รับเทรนด์ Sun Care โตแรง

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 ก.พ. 69 15:01 น.

 

 

‘บมจ. บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค หรือ BLC’ รุกตลาดเครื่องสำอางเต็มสูบ ขานรับเทรนด์ Sun Care 6.3 พันล้านบาท ส่ง ‘Clena Sun Cream’ นวัตกรรม Hybrid Sunscreen กันแดดเนื้อบางเบาบุกตลาดเชิงรุก พร้อมเปิดตัว ‘Clena Ex Ultra Anti Melasma’ สูตรอัปเกรดที่มีงานวิจัยรองรับ ยกระดับแบรนด์สู่กลุ่ม Masstige ที่เน้นคุณภาพระดับพรีเมียมในราคาที่จับต้องได้ ตั้งเป้าเจาะฐานลูกค้าร้านขายยาทั่วประเทศ ผ่านคำแนะนำของเภสัชกร มั่นใจผลิตภัณฑ์ใหม่จะกลายเป็น New Growth Engine ที่ช่วยผลักดันรายได้รวมให้เติบโตก้าวกระโดด

 

ภก.สุวิทย์ งามภูพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค จำกัด (มหาชน) หรือ BLC ผู้ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบัน ประเภทยาสามัญ และยาสามัญใหม่ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์ยาสำหรับสัตว์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพครบวงจร ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เปิดเผยว่า จากความสำเร็จของ Clena Ex ผลิตภัณฑ์ดูแลปัญหาผิวหน้า ที่สร้างปรากฏการณ์ยอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความไว้วางใจของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานการผลิตระดับมาตรฐานของ BLC บริษัทฯ จึงพร้อมเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ Clena อย่างต่อเนื่อง เพื่อต่อยอดความสำเร็จ และตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพผิวที่เน้นการป้องกัน (Prevention) มากกว่าการรักษาเพียงอย่างเดียว ซึ่งกำลังเติบโตอย่างมากในปัจจุบัน

 

ทั้งนี้ BLC ได้วางกลยุทธ์สร้างการเติบโตให้แบรนด์ในกลุ่ม Clena ผ่านการขยายสู่ตลาดใหม่ด้วย Clena Sun Cream ซึ่งถือเป็นการเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด (Sun Care) เป็นครั้งแรกของบริษัทฯ นับเป็น New Market Segment ที่ BLC เล็งเห็นโอกาสจากการขยายตัวของพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มใช้ครีมกันแดดตั้งแต่อายุยังน้อยและใช้เป็นประจำทุกวัน รวมทั้ง การเพิ่มประสิทธิภาพในตลาดเดิมที่บริษัทฯ ประสบความสำเร็จ ด้วยการเปิดตัว Clena Ex Ultra Anti Melasma ผลิตภัณฑ์ดูแลปัญหาผิวหมองคล้ำ ที่ต่อยอดความสำเร็จจากสูตรเดิม โดยเพิ่มประสิทธิภาพด้วยงานวิจัยรองรับ เพื่อสร้างความมั่นใจในผลลัพธ์ด้านการช่วยให้ผิวแลดูกระจ่างใสที่ชัดเจนยิ่งขึ้น และเป็นการขยายฐานลูกค้าผ่านกลยุทธ์ Cross-selling จากฐานผู้ใช้เดิมที่เหนียวแน่น

 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BLC กล่าวเพิ่มเติมว่า จากภาพรวมตลาดเครื่องสำอางระบุว่า มูลค่าตลาดรวมของ Sun Care ในปี 2568 คาดว่าจะเพิ่มสูงถึง 6.3 พันล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) อยู่ที่ 4.9% โดยเฉพาะกลุ่ม Premium และ Masstige ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากผู้บริโภคปัจจุบันมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อสัมผัสบางเบา เช่น เจล หรือ เซรั่ม และต้องมีความน่าเชื่อถือในเชิงคุณประโยชน์ (Functional Benefit) โดย BLC วางตำแหน่ง Clena ในระดับ Masstige เนื่องจากช่องทางขายหลักคือร้านขายยาชั้นนำทั่วประเทศ ซึ่งต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญหรือเภสัชกรในการให้คำแนะนำ ดังนั้น สินค้าของ BLC จึงต้องมีงานวิจัยยืนยันคุณภาพที่เหนือกว่าสินค้าทั่วไปในตลาด Mass เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ฉลาดเลือกในปัจจุบัน

 

ทั้งนี้ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น BLC ได้ขยายกำลังการผลิตในกลุ่ม Clena จากเดิม 100,000 หลอด เพิ่มเป็น 200,000 หลอดต่อเดือน ซึ่งจะช่วยสร้างการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) และส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GP) ของกลุ่มเครื่องสำอางให้แข็งแกร่งขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเตรียมติดตั้ง “เครื่องสกัดขิง” เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพื่อดึงศักยภาพของวัตถุดิบสมุนไพรมาใช้ในผลิตภัณฑ์กลุ่ม Clena ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และสร้างความแตกต่างที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยาก

 

“เราเชื่อมั่นว่าการรวมพลังระหว่างงานวิจัยที่เป็นหัวใจของ BLC และความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภค จะทำให้ Clena Sun Cream และ Clena Ex Ultra Anti Melasma กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ครองใจผู้ใช้ และเป็นกลไกสำคัญที่จะผลักดันให้รายได้กลุ่มคอสเมติกของ BLC เติบโตอย่างก้าวกระโดดตามเป้าหมายที่วางไว้” ภก.สุวิทย์ กล่าว

 



Editing by

ชุติมา มุสิกะเจริญ

ชุติมา มุสิกะเจริญ