SPALI ชี้ Q1 ต่ำสุดของปี ครึ่งปีหลังคอนโดเริ่มโอน หนุนรายได้ฟื้น กาง Backlog 1.8 หมื่นลบ.รับรู้ปีนี้ 30%

รูป SPALI ชี้ Q1 ต่ำสุดของปี ครึ่งปีหลังคอนโดเริ่มโอน หนุนรายได้ฟื้น กาง Backlog 1.8 หมื่นลบ.รับรู้ปีนี้ 30%

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -27 พ.ค. 69 14:39 น.

SPALI เดินหน้าเปิด 28 โครงการ มูลค่า 3.5 หมื่นลบ.กาง Backlog 1.8 หมื่นลบ.รับรู้ปีนี้ 30% ส่งสัญญาณอสังหาฯ ครึ่งปีหลังราคาขยับ มั่นใจ Q1 จุดต่ำสุดของปี

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI เปิดเผยว่า เดินหน้าแผนธุรกิจตามเป้าหมายเดิมปีนี้เปิดทั้งหมด 28 โครงการ มูลค่ารวม 35,000 ล้านบาท ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแผนลงทุน

แม้รายได้และยอดโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาสแรกจะอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากไม่มีโครงการคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมโอน แต่ในด้านยอดขาย (Presale) กลับทำได้ดีกว่าคาด โดยตั้งเป้าไว้ 3,000 ล้านบาท แต่สามารถทำยอดขายได้กว่า 7,600 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายอย่างมีนัยสำคัญ

แนวโน้มในช่วงไตรมาส 2/69 จะเริ่มมีการโอนคอนโดมิเนียมเข้ามาในไตรมาส 2 และต่อเนื่องถึงไตรมาส 3 ส่งผลให้รายได้ทยอยกลับมา

ปัจจุบันมี Backlog (ยอดขายรอรับรู้รายได้) 18,000 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถรับรู้เป็นรายได้ภายในปีนี้ราว 30%

ไตรมาส 1 น่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปี เพราะแทบไม่มีคอนโดมิเนียมโอนเลย ขณะที่ในไตรมาส 2 จะเริ่มเห็นการโอนโครงการ “ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์” ได้รับการตอบรับที่ดี อัตราการทิ้งดาวน์อยู่ในระดับต่ำ

ส่วนไตรมาส 3 จะมีโครงการขนาดใหญ่ “ศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ” เริ่มทยอยโอนเพิ่มเติม

ด้านต้นทุนก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งค่าแรงและวัสดุก่อสร้าง ยังบริหารจัดการได้ โดยโครงการที่เตรียมเปิดในปีนี้ส่วนใหญ่ก่อสร้างไปมากแล้ว อย่างไรก็ตาม ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นชัดเจนที่สุดในขณะนี้คือค่าถมดิน ทำให้บางโครงการที่ยังไม่จำเป็นต้องเปิดตัวอาจชะลอการพัฒนาออกไปก่อน

ยอมรับว่าหากต้องการรักษาอัตรากำไร (Margin) ในระดับเดิม จำเป็นต้องทยอยปรับราคาขายเพิ่มขึ้นในอนาคต แม้ผลกระทบจะยังไม่เห็นชัดในระยะสั้น เนื่องจากโครงการที่กำลังโอนในปัจจุบันยังใช้ต้นทุนเดิม แต่โครงการที่เริ่มก่อสร้างใหม่ในช่วงนี้จะเริ่มสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 3 ถึงไตรมาส 4

“ตอนนี้ถือเป็นช่วงราคาดีที่สุดสำหรับผู้ซื้อ เพราะในอนาคตต้นทุนการพัฒนาโครงการจะไม่สามารถทำราคาได้เท่าเดิมอีกแล้ว”

แนวโน้มราคาที่อยู่อาศัยในช่วงครึ่งปีหลัง คาดอาจปรับเพิ่มขึ้น 2-3% หากผู้ประกอบการส่งผ่านต้นทุนทั้งหมดไปยังผู้บริโภค

มองตลาดยังมีปัจจัยบวกจากอุปทานใหม่ที่ลดลงต่อเนื่อง หลังยอดเปิดโครงการใหม่ในปีที่ผ่านมาอยู่ต่ำกว่ายอดขาย ทำให้สมดุล Demand-Supply ยังอยู่ในระดับเหมาะสม แม้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังเน้นใช้กลยุทธ์โปรโมชั่นและส่วนลดเพื่อรักษาสภาพคล่อง

อ่านข่าวสารของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

จำเนียร พรทวีทรัพย์

จำเนียร พรทวีทรัพย์

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย